ออสเตรเลียสั่งสอบแท่นเจาะน้ำมันปตท.สผ.รั่ว

รัฐบาลออสเตรเลียสั่งสอบกรณีน้ำมันรั่วที่แท่นขุดเจาะน้ำมันปตท.สผ.ในทะเลติมอร์จนเป็นให้เกิดเพลิงไหม้ ปตท.สผ.คาดคุมเพลิงไหม้แหล่งมอนทารา 1-2วัน

รัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรของออสเตรเลีย นาย มาร์ติน เฟอร์กูสันกล่าวว่า รัฐบาลได้สั่งให้มีการสอบสวนอย่างอิสระและเต็มรูปแบบเพื่อหาสาเหตุที่ทำให้มีน้ำมันรั่วจากแท่นขุดเจาะน้ำมันเวสต์แอตลาส ในแหล่งมอนตารา ของบริษัทปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม หรือ พีทีทีอีพี ออสเตรเลีย จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนกับออสเตรเลีย   ที่ตั้งอยู่ห่างจากชายฝั่งทางตะวันตกเฉียงเหนือของออสเตรเลียราว 250 กิโลเมตร ทำให้มีน้ำมันรั่วไหลลงทะเลติมอร์มานานถึง 10 สัปดาห์   และมีคราบน้ำมันลอยไปไกลหลายพันกิโลเมตรและกำลังสร้างปัญหาให้กับสิ่งแวดล้อมในทะเล

นอกจากนี้ยังได้เกิดเพลิงไหม้ขึ้นที่แท่นขุดเจาะน้ำมันแห่งนี้เมื่อบ่ายวันอาทิตย์ ในขณะที่คนงานกำลังพยายามครั้งล่าสุดในการใช้โคลนอุดรูรั่วที่ทำให้มีน้ำมันไหลลงทะเลวันละ 400 บาเรลมาตั้งแต่วันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยที่ยังไม่ทราบสาเหตุ แต่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ และมีการอพยพคนงานที่ไม่มีความจำเป็นออกมาแล้ว ขณะนี้เพลิงยังคงลุกไหม้อยู่ โดยบริษัทกำลังพยายามควบคุมเพลิงอย่างต่อเนื่อง ด้วยการใช้เรือดับเพลิงเข้าควบคุมเพลิง 

นายเฟอร์กูสันกล่าวว่า รัฐบาลได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนเพื่อหาสาเหตุน้ำมันรั่ว และสอบสวนวิธีการจัดการกับปัญหานี้ที่กินเวลายาวนานถึง 10 สัปดาห์ แต่สิ่งที่ต้องรีบดำเนินการในตอนนี้คือการอุดรูรั่ว และการกำจัดคราบน้ำมัน ขณะที่ทางการอินโดนีเซียระบุว่า พบปลาตายแล้วหลายพันตัว และตอนนี้คราบน้ำมันได้ลอยมาใกล้ชายฝั่งของอินโดนีเซียแล้ว

ด้านฝ่ายค้านของออสเตรเลียออกมาเรียกร้องในวันนี้ให้รัฐบาลดำเนินการใด ๆ โดยเร่งด่วน รวมทั้งให้จัดตั้งคณะทำงานสิ่งแวดล้อมฉุกเฉินแห่งชาติเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำมันรั่วจากแท่นขุดเจาะน้ำมัน ซึ่งนับเป็นครั้งเลวร้ายเป็นอันดับ 3 ในประวัติศาสตร์ของประเทศโดยทันที เช่นเดียวกับกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม กรีน ออสเตรเลียน ได้เรียกร้องให้นายเฟอร์กูสัน ลาออกเพื่อรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ปตท.สผ.คาดคุมเพลิงไหม้แหล่งมอนทารา 1-2วัน

บมจ.ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม(PTTEP) คาดว่าจะสามารถควบคุมเหตุเพลิงไหม้ที่แท่นเจาะในแหล่งมอนทารา ประเทศออสเตรเลียใน 1-2 วันข้างหน้า หลังเกิดเหตุเพลิงไหม้วานนี้ แม้เบื้องต้นยังไม่สามารถประเมินความเสียหายได้ แต่บริษัทได้ทำประกันมูลค่าราว 270 ล้าน ดอลลาร์ ครอบคลุมความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมด นับตั้งแต่เหตุน้ำมันรั่วเมื่อเดือนส.ค.
ที่ผ่านมา

 "ขณะนี้ไฟไหม้ยังคงมีอยู่ แต่โชคดีที่เราสามารถเข้าถึงต้นตอปัญหาการรั่วไหลของ น้ำมันได้แล้ว ปัจจุบันอยู่ระหว่างควบคุมต้นตอเชื้อเพลิงไม่ให้รั่วไหลออก ซึ่งเป็นความ พยายามอย่างต่อเนื่อง โดยอัดน้ำโคลนลงไปอีก วันนี้ พรุ่งนี้น่าจะทราบผลได้" นายอนนต์
สิริแสงทักษิณ กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร PTTEP กล่าวกับ ผู้สื่อข่าว

 เมื่อวานนี้ได้เกิดเหตุเพลิงไหม้ แท่นเจาะ West Atlas ในแหล่งมอนทารา ทะเลติมอร์ ประเทศออสเตรเลีย ที่กลุ่ม PTTEP เข้าไปลงทุนถือหุ้น 100% โดยเหตุเพลิงไหม้เกิดขึ้น ระหว่างที่บริษัทพยายามจะเข้าไปควบคุมการรั่วไหลของน้ำมันและก๊าซฯ ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ ปลายเดือนส.ค.

 เดิมทีบริษัทมีแผนจะผลิตปิโตรเลียม จากแหล่งมอนทารา ราว 3.5 หมื่นบาร์เรล/วันใน เดือนพ.ย. แต่เลื่อนการผลิตเป็นไตรมาส 1/53 หลังเกิดเหตุก๊าซฯและน้ำมันรั่วก่อนหน้านี้

 นายอนนต์ กล่าวว่า ขณะยังไม่ทราบสาเหตุที่เกิดเพลิงไหม้ดังกล่าว ขณะที่การเข้าไป อุดรอยรั่วของน้ำมันดิบและก๊าซฯ อยู่ห่างจากบริเวณดังกล่าวราว 2 กิโลเมตร ซี่งการเข้าไป อุดรอยรั่วในครั้งแรกก่อนที่เกิดเพลิงไหม้ สามารถกำจัดก๊าซฯที่รั่วออกมาในอากาศได้หมด

 อย่างไรก็ตาม ในระหว่างที่ยังดำเนินการอุดรอยรั่วต่อไปนั้น ก็มีเหตุเพลิงไหม้ เกิดขึ้น แต่ก็เชื่อว่าหากอุดรอยรั่วได้สำเร็จ ก็อาจจะทำให้ควบคุมเพลิงได้ โดยยืนยันว่า วิธีการนี้ปลอดภัยที่สุด แม้จะมีค่าใช้จ่ายสูงก็ตาม

 เขา กล่าวว่า บริษัทได้ประสานงานกับรัฐบาลออสเตรเลียอย่างใกล้ชิด ด้วยการเป็นผู้สนับสนุนเครื่องมือและเม็ดเงิน เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญแก้ปัญหาในด้านสิ่งแวดล้อม และได้ว่า จ้างบริษัท ALERT WELL CONTROL ซึ่งมีความเชี่ยวชาญระดับโลก มาดำเนินการอุดรอยรั่วไหล ของน้ำมันและก๊าซฯ โดยบริษัทดังกล่าวได้ผ่านงานดับไฟหลุมน้ำมันในคูเวต และอิรักมาแล้ว

 อย่างไรก็ตาม บริษัทได้ทำประกันวงเงิน 270 ล้านดอลลาร์ ซึ่งครอบคลุมทุกกรณี ที่เกิดเหตุในแหล่งมอนทารา รวมถึงผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม ซึ่งการเจาะและการอุดรอยรั่ว ก่อนเกิดเหตุเพลิงไหม้ ได้มีการตัดค่าใช้จ่ายไปแล้วส่วนหนึ่งประมาณ 5.17 พันล้านบาทในไตรมาส 3/52 และรอการชดเชยความเสียหายจากผู้รับประกันภัย ซึ่งคาดว่าจะทยอยรับรู้ตั้งแต่ไตรมาส 4/52

 นายอนนต์ กล่าวว่า ส่วนความเสียหายที่เกิดจากเหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้ ต้องรอการ ประเมิน หลังจากที่สามารถดับไฟได้แล้ว อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเชื่อว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อแผนการลงทุนในออสเตรเลีย เนื่องจากบริษัทได้เข้าไปแก้ไขปัญหาอย่างทันที และได้ประสานงานกับรัฐบาลออสเตรเลียอย่างใกล้ชิด

 ปัจจุบัน PTTEP มีการลงทุนกว่า 40 โครงการใน 13 ประเทศ โดยเฉพาะในออสเตรเลีย มีทั้งสิ้น 17 แปลง โดยเป็นแปลงที่บริษัทดำเนินการผลิตเองทั้งสิ้น 15 แปลง ซึ่งรวมถึงการ ได้สิทธิการลงทุนในแปลงสำรวจ AC/P33 (แหล่ง Oliver) เมื่อปลายเดือนต.ค.ที่ผ่านมาด้วย หุ้น PTTEP ปิดตลาดลดลง 8 บาท มาที่ 137 บาท