ออกหมายจับผู้ต้องหาทุบหุ้นเพิ่มอีก2คน3พ.ย.

พนักงานสอบสวนปล่อย 2 ผู้ต้องหาคดีทุบหุ้น หลังญาติยื่นหลักทรัพย์ 1 แสนบาทประกันตัวไป ดีเอสไอ ประสานตำรวจขอร่วมสอบ2 ผู้ต้องหา พท.ป้องทักษิณไม่เกี่ยวพนง.ยูบีเอสพันทุบหุ้น

(2พ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความคืบหน้ากรณีตำรวจกองบังคับการการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโล ยี (บก.ปอท.) เข้าจับกุมนายคธา ปาจาริยพงษ์ อายุ 37 ปี พนักงาน บ.หลักทรัพย์ ซีมิโก้ จำกัด และน.ส.ธีรนันต์ วิภูชนันธ์ อายุ 43 ปี กรรม การบริหารบริษัทหลักทรัพย์ยูบีเอส (ประเทศไทย)จำกัด ผู้ต้องหากระทำความผิดตามมาตรา 14 พ.ร.บ.ว่าด้วยการทำผิดเกี่ยวกับคอมพิว เตอร์ หลังจากพบเกี่ยวข้องปล่อยข่าวลือ ทำให้ส่งผลกระทบตลาดหุ้น

ล่าสุดพล.ต.ท.ไถง ปราศจากศัตรู ผบช.ก. กล่าวว่า จากการสอบปากคำผู้ต้องหาทั้ง 2 เบื้องต้นพบว่ามีความเชื่อมโยงกันในการถามตอบกระทู้ของเว็บประชาไทและเว็บไซด์ฟ้าเดียวกัน ซึ่งพนักงานสอบสวนจะตรวจสอบคอมพิวเตอร์ของกลางที่ยึดมาจากบ้านพักของผู้ต้องหาทั้ง 2 เพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน พร้อมตรวจสอบว่ามีบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมอีกหรือไม่ หากพบว่ามีพยานหลักฐานที่แน่ชัดเพียงพอ ก็จะทำการขอศาลอนุมัติออกหมายจับบุคคลที่เกี่ยวข้องดำเนินคดีต่อไป

พล.ต.ท.ไถง กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ทางพนักงานสอบสวนได้ให้ประกันตัวผู้ต้องหาทั้งสองคนไปแล้ว โดยใช้หลักทรัพย์ในการประกันตัวคนละ 100,000 บาท พร้อมมีเงื่อนไขว่าห้ามเดินทางออกนอกประเทศ ส่วนการติดตามจับกุมตัวเว็บมาสเตอร์ คงเป็นไปได้ยาก เนื่องจากเว็บทั้ง 2 เว็บดังกล่าว ได้จดทะเบียนที่ต่างประเทศ อย่างไรก็ตามพนักงานสอบสวนเรียกผู้ต้องหาทั้ง 2 ไปรายงานตัวที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) ในวันนี้

รวมทั้งสอบปากคำเพิ่มเติมในบางประเด็น รายงานข่าวแจ้งว่า พนักงานสอบสวนจะไปเดินทางไปที่ศาลอาญา รัชดา เพื่อขอศาลอนุมัติออกหมายจับผู้ต้องหาในคดีดังกล่าวเพิ่มอีกประมาณ 3-4 คน โดยหนึ่งในจำนวนผู้ต้องหาที่ออกหมายจับเพิ่มเติมนั้นเป็นแพทย์จากโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง

ตร.เล็งออกหมายจับเพิ่ม1รายมือปล่อยข่าวป่วนหุ้น

 ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี   พล.ต.ต.เกรียงศักดิ์ อรุณศรีโสภณ ผกก.การกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี  เปิดเผยถึงการสอบสวนคดีปล่อยข่าวรือซุกหุ้น ทำให้หุ้นในตลาดหลักทรัพย์ตกลงเป็นจำนวนมากว่า เบื้องต้นวันนี้ได้มีการเรียกตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คนคือ น.ส.ธีรนันต์ และนายคธา เบื้องต้นทั้ง 2 คนให้การรับสารภาพว่าข้อความที่โพลต์ลงในเว็ปได้แปลมาจากสำนักข่าวต่างประเทศอีกที่หนึ่ง

ส่วนนายคฑาก็เป็นผู้นำข้อความดังกล่าวมาโพสต์ลงในเว็บไซต์อีกต่อหนึ่ง ทั้งนี้ผู้ต้องหาทั้ง 2 คนไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ทางดีเอสไอได้เข้ามาร่วมสอบ โดยมีการประสานข้อมูลกันกับกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ ตอนนี้เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบข้อมูลในฮาร์ดดิสที่ยึดมาจากที่บ้านและที่ทำงานของผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ส่วนเรื่องของแรงจูงใจในการโพสข้อความที่ไม่เป็นมงคลนั้นขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ยังไม่ทราบว่ามาจากเรื่องใด

 ต่อมาเมื่อเวลา 13.30 น. พล.ต.ท.ไถง ปราศจากศัตรู ผบช.ก.ได้เข้าร่วมสอบปากคำผู้คต้องหาทั้ง 2 ก่อนเปิดเผยว่า จากการสอบสวนวันนี้ผู้ต้องหามีความคืบหน้าไปมาก โดยผู้ต้องหาทั้ง 2 ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี เบื้องต้นยังไม่พบว่าการโพสต์ข้อความของทั้ง 2 จะเกี่ยวข้องกับเรื่องการเมือง

 แต่อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่จะขอตรวจสอบความชัดเจน ก่อนว่ามีใครเข้ามาเกี่ยวข้องในเรื่องนี้บ้าง พร้อมทั้งเรียกตรวจสอบว่านอกจากในเว็บฟ้าเดียวกัน กับประชาไทย ยังมีโพสต์ข้อความไปที่ใดบ้าง และจะตรวจสอบข้อมูลในฮาร์ดดิสของผู้ต้องหาทั้ง 2 นอกจากนี้ทางเจ้าพยานตรวจสอบเงินที่หมุดเวียนภายในบัญชีของผู้ต้องหาทั้ง 2 ว่ามีการเชื่อโยงถึงใครบ้าง ส่วนเรื่องการออกหมายจับผู้ต้องหาคนอื่นเพิ่ม ขณะนี้กำลังกำลังรอรวบรวมพยานหลักฐาน ในตอนนี้คาดว่าน่าจะออกหมายจับผู้ต้องหาได้อีก 1 ราย ซึ่งคาดว่าจะสามารถออกหมายจับได้ภายในวันนี้

ออกหมายจับผู้ต้องหาทุบหุ้นเพิ่มอีก2คน3พ.ย.

พ.ต.อ.พิสิษฐ์ เปาอินทร์ รองผู้บังคับการศูนย์ตรวจสอบและวิเคราะห์การกระทำผิดทางเทคโนโลยี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ตอนนี้พนักงานสอบสวนได้เตรียมเอกสารเพื่อที่จะขออนุมัติออกหมายจับเพิ่มเติม 1 คน แต่ยังเหลือเอกสารยังไม่พร้อม และวันพรุ่งนี้ (3 พ.ย.) จะออกหมายจับเพิ่มอีก 2 คนแน่นอน

ด้านนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) กล่าวถึงการจับกุมผู้ต้องหาปล่อยข่าวลือทุบหุ้น ว่า ผู้ต้องหามีการกระทำผิดต่อกฎหมายหลายบท โดยตำรวจรับผิดชอบคดีความผิดต่อพรบ.คอมพิวเตอร์ ส่วนดีเอสไอรับผิดชอบคดีความผิดตามพรบ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งได้ประสานข้อมูลกับกลต.และสำนักงานตลาดหลักทรัพย์ และจะประสานตำรวจเพื่อขอร่วมสอบปากคำผู้ต้องหาทั้ง 2 คนที่เป็นผู้โพสข้อความข่าวลือ

 อย่างไรก็ตามสมมติฐานเชื่อว่าผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ที่จับกุมมาได้ เกี่ยวข้องกับการทุบหุ้น และดีเอสไอยังสืบสวนได้ข้อมูลว่ามีการกระทำผิดเป็นกระบวนการ ทั้งบุคคลธรรมดา นิติบุคคล และแหล่งข่าวที่เป็นสำนักข่าวทั้งในประเทศ และสำนักข่าวต่างประเทศ โดยดีเอสไอ จะเร่งสอบสวนให้แล้วเสร็จให้เร็วที่สุด

 ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวกรณีตำรวจสอบสวนกลางรวบ 2 มือปล่อยข่าวมิบังควรป่วนตลาดหุ้นและขณะนี้เตรียมออกหมายจับเพิ่มเติมว่า ขณะนี้เป็นการดำเนินการตามพระราชบัญญัติด้วยการกระทำผิดทางคอมพิวเตอร์ ซึ่งต้องมีการสอบสวนต่อไปว่ามีมูลเหตุจูงใจและไปเกี่ยวข้องกับใครบ้าง แต่จะขยายผลได้มากน้อยเพียงใดก็ขึ้นอยู่กับการสอบสวนตรงนี้ด้วย แต่ยังไม่พบว่าคนปล่อยข่าวได้ประโยชน์จากการปั่นหุ้น

 เมื่อถามถึงการที่จะมีการออกหมายจับเพิ่มอีก 2-3 ราย นายกฯ กล่าวว่า อยู่ลักษณะได้ข้อมูลมาคล้ายๆกัน ส่วนจะเชื่อมโยงการเมืองหรือไม่เวลานี้ ยังไม่มีอะไร ขณะนี้เห็นเพียงเรื่องตัวบุคคลที่นำข้อความไปเผยแพร่ในระบบอินเตอร์เนต ต้องพยายามขยายผลต่อไป

พท.ป้องทักษิณไม่เกี่ยวพนง.ยูบีเอสพันทุบหุ้น

 นายสุรพงษ์ โตวิจักษ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่ตำรวจออกหมายจับคนปล่อยข่าวลือไม่เป็นมงคลทางอินเทอร์เน็ตเพื่อปั่นหุ้นในตลาดหลักทรัพย์โดยมีกระแสข่าว หนึ่งในบริษัทที่ถูกหมายจับคือบริษัท UBS เคยเป็นบริษัทโบรกเกอร์ที่ดูแลหุ้นให้กับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีว่า ยืนยันว่าขณะนี้พ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้เล่นหุ้นในไทยแล้ว จึงไม่ได้จ้างบริษัทโบรกเกอร์ดูแลหุ้นมานานแล้ว ในอดีตอาจจะใช่ เพราะบริษัทชิน คอร์เปอร์เรชั่นเป็นบริษัทใหญ่ เคยมีการกระจายหุ้นในตลาดแต่ก็ได้ขายไปหมดแล้ว ดังนั้นอย่ามาโยง เพราะคนละเรื่อง เพราะหากพ.ต.ท.ซื้อขายหุ้นทุกวันก็คงมากระซิบบอกตนและส ส ในพรรค

 นอกจากนี้ธุรกิจในเมืองนอกของพ.ต.ท.ทักษิณก็ทำรายได้เยอะกว่า อีกทั้งพ.ต.ท.ทักษิเคยพูดกับส.ส.พรรคเพื่อไทยว่า ต่อให้ยุบสภา มีการเลือกตั้ง 10 ครั้ง พ.ต.ท.ทักษิณก็มีเงินดูแลส ส เพื่อไทยได้สบายฃ

ขณะที่นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายพ.ต.ท.ทักษิณ ได้ก็ออกมาสัมภาษณ์เช่นกันในเวลาต่อมาว่าพ.ต.ท.ทักษิณไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้แน่นอน