ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัด "ซูเปอร์ซันเดย์" คืนวันอาทิตย์ที่ 1 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ปรากฏว่า แมนฯ ซิตี้ เศรษฐีใหม่ ทำได้เพียงแค่ออกไปเสมอ เบอร์มิงแฮม ซิตี้ 0-0 ที่สนามเซนต์ แอนดรูว์ส เท่านั้น แถมยังเกือบเสียประตูจากจุดโทษนาที 56 อีกด้วย เนื่องจาก ไนเจล เดอ ยอง กองกลางตัวรับทีมเยือน ทำแฮนด์บอลในเขตโทษ ดีแต่ว่า เชย์ กิฟเวน นายทวารมือ 1 ของ "เรือใบสีฟ้า" พุ่งปัดบอลจากการยิงของ เจมส์ แม็คฟาดเดน กองหน้ากึ่งปีก "ตราลูกโลก" ไว้ได้ ทว่า เบอร์มิงแฮม ก็ต้องสังเวยหนึ่งใบแดง เมื่อ แบร์รี เฟอร์กูสัน มิดฟิลด์ตัวกลาง โดนไล่ออกนาที 90 และการโดนไล่ออกดังกล่าวเป็นการโดนใบเหลือง-แดง ซึ่งใบเหลืองที่ 2 มาจากความพยายามเข้าไปถ่วงเวลาไม่ให้คู่ต่อสู้ทุ่มบอลเร็ว ซึ่งมิดฟิลด์สกอตถึงกับกล่าวขอโทษเพื่อนระหว่างเดินออกจากสนาม เพราะเขาต้องพักแข้ง 1 นัด ในเกมถัดไปที่ต้องเดินทางไปเยือน ลิเวอร์พูล รองแชมป์เก่า
อย่างไรก็ตามหนึ่งแต้มก็เพียงพอที่ทำให้ "เดอะ ซิตีเซน" พุ่งขึ้น 4 อันดับแรก พื้นที่โควตาสโมสรยุโรป ถ้วยยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เมื่อแข่ง 10 นัด มี 19 แต้ม ตามหลัง เชลซี ทีมจ่าฝูง 8 แต้ม ทว่าแข่งน้อยกว่า 1 นัด ขณะที่ "เดอะ บลู" แข่ง 11 นัด มี 11 แต้ม อยู่อันดับ 14 ห่างจาก ฮัลล์ ซิตี้ ทีมอันดับ 18 พื้นที่ตกชั้นทีมสุดท้าย 3 แต้มเท่านั้น
หลังเกม กิฟเวน ฮีโร่ของซิตี้ กล่าวว่า "มันเป็นโชคที่ผมมีในวันนี้ สำหรับผู้รักษาประตู การป้องกันจุดโทษมันก็ไม่ต่างจากการซื้อลอตเตอรี่ ซึ่งผมถูกรางวัลในเกมนี้"
นอกจากนั้นจุดโทษดังกล่าวนับเป็นการเสียจุดโทษหนแรกของแมนฯ ซิตี้ ในฤดูกาลแข่งขัน 2009-2010 ซึ่งนายทวารไอริชกล่าวติดตลกว่า "ผมหวังว่ามันคงเป็นจุดโทษสุดท้ายของเราในซีซั่นนี้"
ขณะที่ อินเตอร์ มิลาน แชมป์เก่ากัลโช่ ซีรีส์ เอ อิตาลี แม้จะพักตัวหลักหลายคน อาทิ มาร์โก มาเตรัซซี, วอลเตอร์ ซามูแอล, เอสเตบัน กัมปิอัสโซ และ ซามูแอล เอโต เนื่องจากเตรียมตัวไปเยือน ดินาโม เคียฟ แชมป์ยูเครเนียน พรีเมียร์ลีก ในศึกชิงแชมป์สโมสรยุโรป ถ้วยยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม นัด 4 กลางดึกวันพุธที่ 4 พฤศจิกายนนี้ กอปรกับยังมีผู้เล่นเจ็บหลายคน อาทิ ธิอาโก ม็อตตา, มาริโอ บาโลเตลลี, คริสเตียน คิวู และ เวสลีย์ ชไนเดอร์ แถม ซุลลีย์ มุนตารี ยังเจ็บเพิ่มอีก
แต่ "งูใหญ่" ก็ยังออกไปชนะ ลิวอร์โน 2-0 ถึงถิ่นอาร์มันโด ปิคคี จาก ดิเอโก มิลิโต นาที 49 และ ไมคอน นาที 80 ส่งผลให้ อินเตอร์ แข่ง 11 นัด มี 28 แต้ม นำเป็นจ่าฝูงเช่นเดิม แต่ทิ้งห่าง ยูเวนตุส รองแชมป์เก่า เพิ่มเป็น 7 แต้ม ส่วน ซามพ์โดเรีย ที่เคยขึ้นถึงตำแหน่งจ่าฝูงเมื่อเดือนก่อน แถมยังเป็นทีมเดียวที่ชนะ "งูใหญ่" ได้ในขณะนี้ ล่าสุดทำได้เพียง เสมอ บารี 0-0 ในถิ่นลุยจิ แฟร์ราริส ของตัวเอง ส่งผลให้แข่ง 11 นัด มี 21 แต้ม หล่นมาอยู่อันดับ 3 แม้มีแต้มเท่ากับ "ม้าลาย" ทว่าผลต่างประตูได้เสียน้อยกว่า 4 ประตู
ด้าน โรม่า หยุดสถิติเลวร้ายแพ้ 3 นัดรวดก่อนหน้านี้สำเร็จ เมื่อไล่แซงชนะ โบโลญญา 2-1 ในถิ่นโอลิมปิก โรม ของตัวเอง โดย "รอสโซบลู" ขึ้นนำก่อนจาก มาร์ตินส์ อเดลตัน นาที 32 ทว่า "หมาป่าโรม" ทวงคืน 2 ประตูรวดจาก เมียร์โก วูซินิช นาที 35 และ ซิโมเน แปร์ร็อตตา นาที 52
ส่วน บาเลนเซีย ยังเกาะกลุ่ม 4 อันดับแรก สแปนิช ลาลีกา พื้นที่ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ได้ต่อไป เมื่อบุกชนะ มาลากา 1-0 ถึงถิ่นลา โรซาเลดา จากการโขกของ ดาวิด นาบาร์โร นาที 69 ส่งผลให้ "ค้างคาวไฟ" แข่ง 9 นัด มี 18 แต้ม ตามหลัง บาร์เซโลนา แชมป์เก่าและทีมจ่าฝูง 5 แต้ม
ด้าน บียาร์รีล ดีขึ้นเป็นลำดับ เมื่อคว้าชัยชนะเป็นนัดที่ 2 ของฤดูกาล หลังจากเก็บ 3 แต้มแรกได้เมื่อสัปดาห์ก่อน ด้วยการถล่ม เตเนริเฟ 5-0 ในถิ่นเอล มาดริกัล ของตัวเอง จาก โฆเซบา ลอเรนเต คนเดียว 2 ประตู นาที 16 กับ 52, โรแบร์ ปิแรส นาที 47, จุยเซปเป รอสซี นาที 51 และ กานี นาที 88 ส่งผลให้ "เยลโลซับมารีน" หลุดพ้นพื้นที่ตกชั้น มาอยู่อันดับ 13 จากการแข่ง 9 นัด มี 9 แต้ม แต่ยังเบาใจไม่ได้เมื่อห่างจาก แอตเลติโก มาดริด ทีมอันดับ 18 พื้นที่ตกชั้นทีมสุดท้าย 2 แต้มเท่านั้น
ขณะที่ โฮฟเฟนไฮม์ ทีมระดับตำบล ที่เพิ่งเลื่อนชั้นมาอยู่บุนเดสลีกา เยอรมนี เมื่อฤดูกาลก่อน และจบฤดูกาลแรกในลีกสูงสุดเมืองเบียร์ ด้วยอันดับ 7 ล่าสุดยังทำผลงานเกาะกลุ่ม 5 อันดับแรก พื้นที่โควตาสโมสรยุโรปทั้ง 2 ถ้วยต่อไป เมื่อบุกชนะ ไฟร์บวร์ก 1-0 ถึงถิ่นบาเดโนวา จาก ไมโคซูเอล นาที 39 ส่งผลให้ "โฮฟเฟ" แข่ง 11 นัด มี 20 แต้ม ตามหลัง ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน ทีมจ่าฝูง เพียง 3 แต้มเท่านั้น