ถอดยศตีแสกหน้า"ทักษิณ"..แรงแล้วคุ้มไหม !

ทันทีที่มีกระแสข่าวว่า สำนักงานกฤษฎีกาได้พิจารณาขั้นตอนดำเนินการถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เสร็จแล้ว ทำเอาการเมืองไทยร้อนฉ่าขึ้นมาทันที

 เมื่อออกมาอย่างนี้ จึงถูกมองว่า เล่นเกมแรงกันแล้ว

 แม้ สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง จะปฏิเสธว่าไม่ได้อยู่เบื้องหลังการเดินเกมถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ แล้วก็ตาม

 แต่เมื่อประมวลเหตุการณ์แล้วหลายๆ อย่างมันพอเหมาะพอเจาะกันเหลือเกิน

 โดยเฉพาะปรากฏการณ์สะท้านเมืองที่ สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ลงทุนบินมาทิ้งระเบิดถึงเมืองไทย โดยยืนยันที่จะสร้างบ้านให้ พ.ต.ท.ทักษิณ พำนักที่กรุงพนมเปญ และปฏิเสธที่จะส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดน โดยระบุว่าเป็นคดีการเมือง จึงถือเป็นข้อยกเว้น

 การออกมาพูดแทรกแซงกิจการภายในของไทยอย่างไร้มารยาท และไร้ซึ่งรสนิยมของสมเด็จฮุน เซน เป็นผลสืบเนื่องโดยตรงจากการที่ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย เดินทางไปเยือนกัมพูชา ก่อนหน้าการประชุมอาเซียนเพียง 2 วัน

 การทำเกมของสามประสาน "จิ๋ว-แม้ว-ฮุนเซน" ถือเป็นการดิสเครดิต ตบหน้ารัฐบาลฉาดใหญ่ แถมยังมาตบโชว์แขกบ้านแขกเมืองบนเวทีอาเซียน+6 ด้วย จึงไม่แปลกที่รัฐบาลจะต้องหาทาง "ถอนแค้น" อย่างสาสมที่สุด!!

 นั่นจึงนำมาสู่เกมโต้กลับเร็วของ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี นายสุเทพ ผนึกกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

 ผู้สันทัดกรณีบอกว่า เรื่องนี้ก็แค่ ถามว่า "ไปถึงไหนแล้ว" ก็คงจะมีคนกุลีกุจอ มารายงาน แต่นี่มีข่าวว่า มีการหยิบยกเรื่องนี้มาหารือ "นอกรอบ" ก่อนการประชุม ครม. เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม มันก็เลยออกมาอย่างที่เห็น

 ก่อนหน้านี้ ก็มีกระแสข่าวว่ามี "ผู้ใหญ่ในกองทัพ" หารือเรื่องถอดยศกันตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม โดยใช้สถานที่ราชการแห่งหนึ่งเป็นเซฟเฮ้าส์

 มีรายงานว่า ในวงสนทนาวันนั้นมีผู้ใหญ่ในกองทัพ และผู้ใหญ่ในบ้านเมืองหลายคน รวมฝ่ายตำรวจ ประเมินสถานการณ์การเดินสายของ พล.อ.ชวลิต เพื่อพบปะกับผู้นำรอบบ้านของไทย

 ผลการหารือได้ข้อสรุปว่า การเดินเกมของ พ.ต.ท.ทักษิณ ด้วยการให้ พล.อ.ชวลิต เดินสายพบผู้นำในอาเซียนแบบ “ตัวต่อตัว” โดยเลือกกัมพูชาเป็นประเทศแรกถือได้ว่าประสบผลสำเร็จไม่น้อย

 อย่างน้อยๆ ก็ทำให้นายกฯ ของไทย "เสียหน้า" ต่อแขกบ้านแขกเมือง และเกิดรอยร้าวลึกในจิตใจกับผู้นำเขมร แม้ว่าฉากหน้าจะฉาบทาด้วยรอยยิ้มก็ตาม

 นี่คือข้อสังเกตว่า การพิจารณาถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ดูเหมือนจะจงใจเก็บใส่ลิ้นชักมานาน จึงถูกเปิดออกมาปัดฝุ่น เพราะการถอดยศตำรวจหรือทหารสักคนย่อมไม่ใช่เรื่องเล่นๆ แน่ และยิ่งเป็นถึงอดีตผู้นำประเทศย่อมทำเป็นเล่นๆ ไม่ได้เป็นอันขาด

 นัยที่ต้องการสื่อออกไปในการถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ คือ การตอกย้ำความไม่ชอบธรรมในตัว พ.ต.ท.ทักษิณ เพราะเหตุผลในการถอดยศจะต้องเกิดจาก "ความผิดร้ายแรง" ชนิดที่อภัยให้ไม่ได้เท่านั้น

 ส่วนคนที่ต้องการสื่อไปถึงนั้นย่อมไม่ใช่คนเสื้อแดง เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่า ถ้ามีการถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ จริงก็ต้องแลกมาด้วยการต่อต้านอย่างดุเดือดเลือดพล่านของทั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ และแนวร่วมของทักษิณ แน่นอน

 การถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ จึงต้องมองไปไกลไปถึงพนมเปญ เพื่อต้องการสื่อว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ถูกถอดยศ เพราะคดีอาญา จากพฤติกรรมที่เอื้อประโยชน์ให้ภรรยาจนศาลอาญาสั่งจำคุกถึง 2 ปี ไม่ใช่ "คดีการเมือง" อย่างที่เข้าใจ และไม่มีเหตุผลใดที่จะปฏิเสธการส่งตัวอดีตผู้นำของไทยกลับมารับโทษทัณฑ์ตามกระบวนการยุติธรรมของไทย

 ดังนั้น ในทางการเมือง หาก พ.ต.ท.ทักษิณ ถูกถอดยศจริงก็จะถือว่า "เสียรังวัด" อย่างมาก และการใช้ พล.อ.ชวลิต เดินสายไปคุยกับเพื่อนบ้านให้บีบไทยก็จะหาข้ออ้างได้ยากขึ้น เพราะแทบจะหยิบยกหาความชอบธรรมในตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้เลย

 แต่ขั้นตอนในการถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ ยังแค่เริ่มต้นเท่านั้น เพราะเรื่องนี้เป็นอำนาจของ สตช. ในการพิจารณา และเมื่อ สตช.เห็นชอบที่จะถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ ก็จะทำเรื่องมายังรัฐบาล ผ่านสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาเสนอต่อนายกรัฐมนตรี

 จากนั้น นายกรัฐมนตรีจะต้องนำเรื่องการถอดยศ เสนอผ่าน "สำนักราชเลขาธิการ" เพื่อนำขึ้นกราบบังคมทูล

 ที่สำคัญ ถ้ามีการถอดยศจริงๆ จะต้องมีการ “ยึดคืนเครื่องราชฯ" ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ เคยได้รับมาก่อนหน้านี้ทั้งหมด

 ถ้ารัฐบาลเลือกใช้เกมนี้จริงๆ ก็ถือว่าเป็นการ "ย้อนเกล็ด" ได้อย่างเจ็บแสบสุดๆ แต่ก็ต้องถามว่า เอาเข้าจริงจะกล้าพอหรือเปล่า เพราะแม้จะได้ความสะใจสุดๆ แต่อย่าลืมว่ามันจะต้องแลกมาด้วยความคั่งแค้นของทักษิณ และมวลชนที่ชื่นชม
 คุ้มที่จะเสี่ยงแล้วหรือ !?!?

ทีมข่าวความมั่นคง