ที่พรรคเพื่อไทย วันที่ 26 ต.ค. เวลา 13.45 น. นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณได้ทราบผลสำรวจความนิยมของเอแบคโพลล์แล้ว รู้สึกดีใจที่ความนิยมยังสูงกว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ ถึงร้อยละ 5 แม้ว่าพ.ต.ท.ทักษิณจะถูกปิดกั้นจากสื่อหลายประเภท และมีความพยายามดิสเครดิตจากรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง แต่ความนิยมของประชาชนยังสูงอยู่ โดยในวันที่ 1 พ.ย.นี้ พ.ต.ท.ทักษิณจะเปิดทีวี 100 ช่อง ซึ่งจะมีช่องโอทอปและการศึกษา และจะทวิสเตอร์คำแนะนำในการประกอบธุรกิจให้แก่ผู้สนใจเข้าไปศึกษา ในส่วนของประชาชนทั่วไปพ.ต.ท.ทักษิณจะเผยแพร่ข่าวสารผ่านเอสเอ็มเอส เข้าโทรศัพท์มือถือ ซึ่งเชื่อว่าจะส่งผลให้ความนิยมสูงขึ้นเรื่อยๆ
นายนพดล กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์จะพิมพ์หนังสือแฉข้อมูลความสัมพันธ์ระหว่างพ.ต.ท.ทักษิณกับสมเด็จฮุนเซนนั้น ขอให้รีบจัดทำออกมา เก่งไม่กลัว กลัวช้า แต่อย่าให้เหมือนกับกรณีเอกสารเท็จเพียงแผ่นเดียว เรื่องสัญชาติของนายบรรหาร ศิลปอาชา หากมีเอกสารเท็จที่สร้างความเสื่อมเสีย ตนจะฟ้องร้องทันที และขอยืนยันว่าพ.ต.ท.ทักษิณไม่มีผลประโยชน์แอบแฝงหรือทับซ้อน การเข้าไปทำธุรกิจในกัมพูชาไม่ต่างจากนักธุรกิจคนอื่นๆ ทุกอย่างถูกต้องตามกฎหมาย รวมทั้งมีการเสียภาษีถูกต้อง โดยยอมรับว่าพ.ต.ท.ทักษิณเคยเข้าไปลงทุนทำกิจการโทรทัศน์ดาวเทียมไอบีซี และโดยส่วนตัวก็เป็นเพื่อนกับสมเด็จฮุนเซน เพราะต่างดำรงตำแหน่งนายกฯติดต่อกันเป็นเวลานาน
“นายอภิสิทธิ์ไม่ควรเอาเรื่องทางการทูตมาแก้ปัญหาการเมืองของตัวเอง พ.ต.ท.ทักษิณกับสมเด็จฮุนเซนเป็นเพื่อนเก่าที่รู้จักกันมานาน มีมิตรภาพที่ดีให้กัน ความอยุติธรรมที่พ.ต.ท.ทักษิณได้รับไม่ใช่เฉพาะคนไทยเท่านั้นที่เข้าใจ แต่คนต่างชาติก็เห็นใจ ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องเลือกระหว่างความสัมพันธ์ของประเทศ” นายนพดล กล่าว
นายนพดล กล่าวอีกว่า สำหรับการประเมินผลการประชุมอาเซียนซัมมิทครั้งนี้ มีรถคว่ำมากที่สุด ผู้นำประเทศเข้าร่วมประชุมน้อยที่สุด และข่าวที่ได้รับการเผยแพร่มากที่สุดคือวิวาทะของผู้นำไทยกับผู้นำกัมพูชา การที่นายอภิสิทธิ์ขอให้สมเด็จฮุนเซนเลือกระหว่างประเทศไทยกับพ.ต.ท.ทักษิณ ถือเป็นความเข้าใจผิด เพราะนายอภิสิทธิ์ไม่ใช่ประเทศไทย เป็นเพียงโชเฟอร์ที่มาแทนคนเก่าซึ่งถูกอำมาตย์ถีบลงจากตำแหน่ง เชื่อว่าสมเด็จฮุนเซนจะเลือกประเทศไทยแต่ไม่เลือกรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เพราะบริหารด้านต่างประเทศล้มเหลว มีปัญหากับประเทศพม่าและกัมพูชา ก่อนหน้านี้นายอภิสิทธิ์เคยมีโอกาสเลือกได้ระหว่างประเทศไทยกับนายกษิต ภิรมย์ แต่ก็เลือกนายกษิตทั้งที่รู้ดีว่าเป็นปฏิปักษ์กับผู้นำต่างประเทศ
นายนพดล กล่าวด้วยว่า คำพูดของนายอภิสิทธิ์ที่เตือนสมเด็จฮุนเซนเรื่องระวังจะเป็นเหยื่อหรือเบี้ยนั้น เป็นวาทะกรรมทางการทูตที่โรงเรียนชั้นนำไม่สอนกัน ถือเป็นการชี้หน้าด่าเพื่อน ไม่เป็นผลดีต่อประเทศไทย และยิ่งจะนำพาประเทศให้ดิ่งเหวโดยยากที่จะแก้ไข ในส่วนของปัญหาพื้นที่ทับซ้อนรัฐบาลนี้ก็ย่อหย่อนทำให้เสียพื้นที่ในทางพฤตินัย ซึ่งนายกฯจะต้องทบทวนบทบาทตัวเอง สำหรับปัญหาปราสาทพระวิหารนั้น ขอให้นายกฯเคารพในกฎบัตรสหประชาชาติ มิเช่นนั้นประเทศไทยจะเป็นสมาชิกยูเอ็นไม่ได้ พรรคประชาธิปัตย์ รู้ดีว่าเราแพ้คดีปราสาทพระวิหารแต่ยังโกหกคนไทยว่ารื้อฟื้นได้ ตนขอปรามาสว่านายอภิสิทธิ์ไม่สามารถแก้ปัญหาพื้นที่ทับซ้อนได้ นอกจากนี้ยังเห็นว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่ควรตีสองหน้าเรื่องกัมพูชา ด้วยการให้คนหนึ่งออกมาพูดว่าเรื่องปราสาทพระวิหารจบไปนานแล้ว แต่ให้อีกคนออกมาพูดว่ายังรื้อฟื้นได้