ญาติตั้งศพ"วินัย"ที่วัดคอหงษ์สงขลา

“วินัย เสนเนียม” เสียชีวิตอย่างสงบหลังมะเร็งลามตับ เพื่อนส.ส. เผย เจ้าตัวรู้ดี ส่วนศพญาตินำกลับไปบำเพ็ญกุศลที่ “วัดคอหงษ์ จ.สงขลา ด้าน“มาร์ค” เสียใจและ “เพื่อนส.ส.” เสียดาย

(20ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 10.02 น. นายวินัย เสนเนียม ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ วัย 51 ปี น้องชายของนายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เสียชีวิตแล้วด้วยโรคมะเร็งลำไส้ หลังเข้ารักษาตัวที่สถาบันโรคมะเร็ง มาเป็นเวลานาน  

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะเพื่อนสนิท กล่าวว่า นายวินัยป่วยด้วยโรคมะเร็งลำไส้มา 3 ปีแล้วโดยในขณะนั้นต้องตัดลำไส้ทิ้ง และรักษาด้วยเคมีบำบัด ซึ่งแพทย์บอกว่าจะมีชีวิตอยู่ได้เพียง 3 เดือน แต่ด้วยการดูแลรักษาของแพทย์ทำให้นายวินัยอยู่มาได้ถึง 3 ปีโดยช่วงวาระสุดท้ายได้เข้าพักรักษาตัวที่สถาบันมะเร็งเนื่องจากลามไปที่ตับและต้องตัดตับทิ้งไปครึ่งหนึ่ง ซึ่งนายวินัยทราบดีถึงอาการและได้สั่งเสียทุกอย่างเอาไว้แล้ว
 
 สำหรับกำหนดสวดพระอภิธรรมนั้น นายวิรัตน์ กล่าวว่า เวลา 09.00 น. วันพฤหัสบดีที่ 22 ต.ค.จะเคลื่อนศพขึ้นเครื่องบินไปบำเพ็ญกุศลที่วัดคอหงษ์ อ.หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และมีพิธีรดน้ำศพในช่วงบ่ายวันเดียวกัน จากนั้นจะสวดพระอภิธรรมถึงคืนวันที่ 30 ต.ค.และฌาปนกิจในเวลาประมาณ 14.00 - 15.00 น. วันที่ 31 ต.ค.โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีจะเป็นประธาน

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศที่สถาบันมะเร็งชั้น 4 มีบรรดาส.ส.ที่ใกล้ชิดนายวินัย อาทิ นายวิรัตน์ นายเทอดพงษ์ ไชยนันทน์ ส.ส.สัดส่วน นายสัมพันธ์ ทองสมัคร ส.ส.นครศรีธรรมราช นายถวิล ไพรสนธ์ ส.ส.กรุงเทพฯ ทยอยเดินทางไปเคารพศพ ขณะที่นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พี่ชาย เดินทางตามไปทีหลัง เนื่องจากติดประชุมคณะรัฐมนตรี อย่างไรก็ตามนายกรัฐมนตรี ได้รับทราบข่าวการเสียชีวิตของนายวินัย ระหว่างที่ประชุมครม.และได้แสดงความเสียใจกับนายถาวรที่สูญเสียน้องชายด้วย

 ด้านนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วม(วิป)รัฐบาล กล่าวถึงการเสียชีวิต ของนายวินัย เสนเนียม ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งลำไส้ ด้วยวัย 51 ปี ภายหลังเข้ารักษาตัวที่สถาบันมะเร็งแห่งชาตินานกว่า 2 เดือนว่า ขอแสดงความเสียใจกับ ส.ส.วินัย ซึ่งได้รับรางวัลจากวิปรัฐบาลให้ปฏิบัติงานดีเด่น

 ทั้งนี้ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมานายวินัยได้แสดงความรับผิดชอบอย่างสูงว่าไม่สามารถที่จะมาลงมติได้ เพราะอาการหนักมาก ตนก็ได้ให้กำลังใจว่าไม่เป็นไรเพราะองค์ประชุมของวิปรัฐบาลเพียงพอ สำหรับประวัติความเป็นมานายวินัย ถือเป็นนักต่อสู้ในระบอบประชาธิปไตย เคยเป็นสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร และ สมาชิกสภาเขต ตนคุ้นเคยกับคุณวินัยเป็นอย่างดี เวลามีงานที่บ้านตนคุณวินัยก็จะไปตลอด เราผูกพันกันเป็นส.ส.รุ่นเดียวกัน ปี 35/1 น่าเสียดาย เพราะเป็นคนทำงาน
 
 ด้านนายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า โดยส่วนตัวกับนายวินัย เสนเนียม รู้จักกันมาตั้งแต่เรียนที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง โดยนายวินัยเป็นโฆษกพรรคนักศึกษา 7 คณะ และเป็นคนแนะนำให้ทำกิจกรรมนักศึกษา ซึ่งตนเป็นโฆษกพรรคนักศึกษาต่อจากนายวินัย และชีวิตทางการเมืองก็ผูกพันกับนายวินัยตลอด ตั้งแต่เป็นสมาชิกสภานักศึกษาที่มหาวิทยาลัยรามคำแหงด้วยกัน (ส.มร.) และเมื่อจบจากมหาวิทยาลัยแล้วก็มาสู่เวทีการเมืองระดับชาติก็มาสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ด้วยกัน

 ตั้งแต่เป็นยุวประชาธิปัตย์จนถึงเป็นส.ส. แม้แต่บั้นปลายชีวิตของนายวินัยก็ได้เป็นคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ความมั่นคงของรัฐ สภาผู้แทนราษฎรด้วยกัน นับได้ว่านายวินัยเป็นคนแนะนำและเปิดโอกาสให้ทำกิจกรรมทางการเมืองตั้งแต่สมัยนักศึกษา และมีความผูกพันเป็นการส่วนตัวจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต ตนรู้สึกเสียดายที่นายวินัยได้จากไปก่อนวัยอันสมควร ซึ่งยังสามารถที่จะทำงานรับใช้ชาติบ้านเมืองและประชาชนได้อีกมากมาย

 ส่วนนายเจือ ราชสีห์ ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตนทราบว่านายวินัยป่วยเป็นโรคดังกล่าวมา 3 ปีแล้วว่ามีโรคประจำตัว และตนกับนายวินัยเป็นเพื่อนเรียนหนังสือด้วยกันที่ มหาวิทยาลัย รามคำแหง แล้วมาทำงานการเมืองด้วยกันอีกอยู่เขตเดียวกัน จึงรู้สึกตกใจกับข่าวดังกล่าวและคิดว่าเร็วไป ทั้งนี้ ศพของนายวินัยจะนำกลับไปบำเพ็ญกุศลที่วัดคอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลาต่อไป

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับประวัติของนายวินัยนั้น เกิดเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ.2501 โดยเป็นน้องชายของนายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และเป็นสมาชิกสภาเขต พญาไท ปี 2528 และเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.สงขลา ตั้งแต่ปี 2535 จนกระทั่งได้รับการเลือกครั้งสุดท้ายเมื่อปี 2551 ในตำแหน่งส.ส.เขต 1 จ.สงขลา