ในหลวงพระอาการโดยทั่วไปดีไม่มีพระปรอท

"สมเด็จพระสังฆราช” ถวายมหาสังฆทานเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวง รับสั่งสำนักเลขานุการจัดถวายมหาสังฆทานทุกๆ วันจันทร์ เวลา 09.15 น. พร้อมสวดเจริญพุทธมนต์จนกว่าจะหายจากอาการพระประชวร ด้านพสกนิกรยังคงลงนามถวายพระพรอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ประชาชนนครศรีธรรมราชทำพิธีบวงสรวงพระนารายณ์ฯ ถวายในหลวงให้หายประชวร

วันที่ 19 ต.ค.สำนักพระราชวังได้ออกแถลงการณ์สำนักพระราชวัง เรื่อง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินมาประทับ ณ โรงพยาบาลศิริราช ฉบับที่ 30 วันนี้คณะแพทย์ผู้ถวายการรักษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้รายงานว่า พระอาการโดยทั่วไปดี ไม่มีพระปรอท (ไข้) เสวยพระกระยาหาร และทรงพระบรรทมได้ดี จึงประกาศมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน

อย่างไรก็ตามเป็นเวลา 1 เดือนแล้ว ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ มาประทับรักษาพระอาการประชวร ณ โรงพยาบาลศิริราช ตั้งแต่วันที่ 19 กันยายน แม้พระอาการจะดีขึ้นตามลำดับ แต่พสกนิกรชาวไทยยังคงมาแสดงความจงรักภักดีด้วยการร่วมใจถวายพระพรให้พระองค์ทรงหายจากพระอาการประชวรในเร็ววัน

"สังฆราช”ถวายมหาสังฆทานแด่ในหลวง

 ล่าสุด เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม เวลา 15.15 น. ที่ตำหนักคอยท่าปราโมช วัดบวรนิเวศวิหาร สำนักเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช จัดถวายมหาสังฆทานแด่กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) และพระสงฆ์ จำนวน 15 รูป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้ทรงหายจากอาการประชวร โดยพระเทพสารเวที ผู้ปฏิบัติหน้าที่เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช เป็นผู้แทนพระองค์ และ พล.อ.เกษม ยุกตวีระ ผู้แทนผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานฝ่ายฆราวาส

 พระครูสังฆสิทธิกร หัวหน้าฝ่ายศาสนวิเทศ สำนักเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช กล่าวว่า สมเด็จพระสังฆราชทรงเป็นเจ้าภาพถวายมหาสังฆทาน โดยทรงมอบให้สำนักเลขานุการนิมนต์พระสงฆ์ 15 รูป ซึ่งจำนวนเท่ากำลังแห่งวันพระราชสมภพคือ วันจันทร์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นอกจากนี้ยังทรงให้สำนักเลขานุการจัดถวายมหาสังฆทานทุกๆ จันทร์ ในเวลา 09.15 น. และสวดเจริญพุทธมนต์จนกว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะหายจากอาการพระประชวรด้วย

 บรรยากาศการลงนามถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ศาลาศิริราช 100 ปี โรงพยาบาลศิริราชนั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่ช่วงเช้าไปจนถึงเย็น พสกนิกรทุกหมู่เหล่าต่างเดินทางมาร่วมลงนามอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงเช้า ศ.ดร.ม.ร.ว.ชิษณุสรร สวัสดิวัตน์ นายกสมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ (สวท.) รศ.ปรีชา พหลเทพ คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง พร้อมคณะ นางศรีวรรณา ตันศิริ ประธานชมราสายงานพยาบาลสำนักอนามัย กทม. และคณะ นางนภาภรณ์ ศุภวงศ์ นายกสมาคมแม่บ้านทหารอากาศ น.ส.กรรณชฎา พิริยะรังสรรค์ ผอ.มูลนิธิสงเคราะห์เด็กยากจน ซี.ซี.เอฟ.ในประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมคณะพนักงานสหเวชศาสตร์ชุมชน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย องค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี นางพรหมพร โอภาสทิพากร ประธานกลุ่มสตรีอาสาพัฒนาเทศบาลเมืองกาญจนบุรี นำคณะร่วมลงนามถวายพระพร

ชาวเขาร่วมลงนามถวายพระพร

 เวลาไล่เลี่ยกัน นางเตือนใจ ดีเทศน์ อดีต ส.ว.เชียงราย พร้อมด้วยนายพินิจ หาญพาณิชย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นำชาวเขาทั้ง 8 เผ่าใน จ.เชียงราย ได้แก่ เผ่าลีซอ เผ่ามูเซอ เผ่าเย้า จาก อ.แม่จัน เผ่าเฮกะ เผ่าอู่โล้ เผ่าอาข่า จาก อ.แม่ฟ้าหลวง กว่า 70 คน เดินทางมาร่วมลงนามถวายพระพร

 นายวิทยา แซ่ลี อายุ 56 ปี ชาวเขาเผ่าลีซอ หมู่บ้านปางสา อ.แม่จัน กล่าวว่า เมื่อปี 2524 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ไปยังหมู่บ้าน และได้พระราชทานโรงเรียนและที่ดินทำกินแก่ชาวเขาในหมู่บ้านให้มีที่ทำกิน มีอาชีพ ซึ่งขณะนั้นแม่ของเขาก็ได้รับที่ดินทำกินจำนวน 4 ไร่ ทำให้มีที่ดินทำกินมาจนถึงทุกวันนี้ ปัจจุบันมีอาชีพปลูกข้าวโพด ลิ้นจี่ ข้าวดอย และถั่วเหลือง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นที่รักและเทิดทูนของพวกเราชาวเขาอย่างมาก

 "พอทราบข่าวว่าพระองค์ทรงพระประชวร ก็รีบเดินทางมาลงนามถวายพระพร ซึ่งก่อนเดินทางมาที่หมู่บ้านก็ได้ทำพิธีสืบชะตา ขอให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงหายจากพระอาการประชวร พร้อมกันนี้ยังได้นำพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขณะเสด็จฯ มาเยี่ยมพสกนิกรชาวเขา มาทูลเกล้าฯ ถวายด้วย" นายวิทยา กล่าว

 ด้าน นายสุพจน์ หลี่จา ชาวเขาเผ่าลีซอ เลขาธิการมูลนิธิพัฒนาชุมชนและเขตภูเขา กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เคยเสด็จฯ ไปทรงเยี่ยมหมู่บ้านต่างๆ ใน จ.เชียงราย หลายครั้ง และพระราชทานที่ดินทำกินให้แก่ชาวเขาใน อ.แม่จัน กว่า 400 ไร่ และพระราชทานพระราชทรัพย์เพื่อก่อสร้างระบบชลประทานไปยังพื้นที่พระราชทาน ทำให้ขณะนี้ชาวเขามีอาชีพและมีที่ดินทำกิน ทุกคนจึงซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงมีต่อพสกนิกรทุกเหล่าอย่างหาที่สุดมิได้

 ต่อมา นางอลิเซีย ซองชาย อุปทูตอาร์เจนตินาประจำประเทศไทย เดินทางมาร่วมลงนามถวายพระพร พร้อมกล่าวว่า เป็นความโชคดีของชาวไทยทุกคนที่มีพระมหากษัตริย์ที่ทรงบำเพ็ญประโยชน์นานัปการ ปัดเป่าทุกข์บำรุงสุข และเชื่อว่าที่ประเทศไทยดำรงอยู่ได้จนถึงทุกวันนี้ ก็เพราะพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผู้เป็นกษัตริย์ที่ทรงประเสริฐที่สุดนั่นเอง

เหยื่อคดีฆ่าหั่นศพถวายภาพวาด

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 11.15 น. ด.ญ.พิชญา จงงามวิลัย หรือ น้องมินท์ ที่ถูกยิงได้รับบาดเจ็บในคดีที่ ด.ช.โช อาคิโน น้องชาย ถูกฆ่าหั่นศพ ซึ่งขณะที่ยังคงรักษาตัวที่โรงพยาบาลพระรามเก้า ได้วาดพระบรมสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยมีข้อความว่า "เรารักในหลวง" พร้อมทั้งเขียนข้อความถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นภาษาญี่ปุ่นพร้อมคำแปลภาษาไทยว่า "สู้ๆ นะคะ หนูจะคอยเชียร์และเป็นกำลังใจให้ค่ะ" โดยภาพดังกล่าวฝาก นายสุวิช สุทธิประภา ผู้จัดการส่วนสร้างสรรค์ สำนักข่าวไทย เพื่อนำมาทูลเกล้าฯ ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในครั้งนี้ด้วย

 ส่วนบรรยากาศในช่วงบ่าย ยังคงมีผู้มาร่วมลงนามถวายพระพร อาทิ ชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน จาก อ.ศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์ จำนวน 120 คน รศ.ดร.ธงทอง จันทรางศุ เลขาธิการสภาการศึกษา นำคณะผู้บริหารและข้าราชการในสังกัด โดย รศ.ดร.ธงทองกล่าวว่า สิ่งที่พสกนิกรชาวไทยสามารถทำให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสบายพระราชหฤทัยได้ในตอนนี้ คือ การทำตัวเป็นคนดี เป็นลูกที่ดี เป็นข้าราชการที่ดี เป็นนักการเมืองที่ดี เมื่อทุกคนเป็นคนดีแล้ว สิ่งดีๆ ก็จะเกิดขึ้นกับบ้านเมือง ทั้งนี้ไม่จำเป็นว่าจะต้องทำความดีเฉพาะเทศกาลเท่านั้น แต่สามารถทำได้ทุกวัน

 จากนั้น นายเสือชนะ สุดเจริญ ผู้อำนวยการเขตพระนคร พร้อมคณะผู้บริหาร และผอ.โรงเรียนทั้ง 11 แห่ง ในเขตพระนคร ตัวแทนจากบริษัท กรุงธนแฟบริคส์ จำกัด นำผ้าไตรจีวร 9 ชุด มาทูลเกล้าฯ ถวาย พร้อมกล่าวว่า เมื่อครั้งที่พ่อของตนป่วยเคยนำผ้าไตรไปถวายตามวัดต่างๆ ทำให้หายจากอาการป่วยและอายุยืน จึงเชื่อว่าการนำผ้าไตรจีวรมาทูลเกล้าฯ ถวายครั้งนี้ จะทำให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงหายจากพระอาการประชวร และมีพระชนมายุยั่งยืนนานเช่นกัน

บวงสรวงพระนารายณ์ฯถวายในหลวง

 เมื่อเวลา 09.29 น. บริเวณลานหน้าพระนารายณ์ทรงสุบรรณ หน้าองค์พระตำหนักประทับแรม โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งในวันนี้เป็นวันครบ 2 ปี ในการถวายพระตำหนักประทับแรม อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช เพื่อเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่พระราชทานโครงการพระราชดำริแก่พสกนิกรชาวนครศรีธรรมราช

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประกอบพิธีได้จัดให้มีพิธีบวงสรวงองค์พระนารายณ์ทรงสุบรรณ ที่ประดิษฐ์อยู่บริเวณลานหน้าองค์พระตำหนัก โดยมีนายรัตนาวุธ วัชโรทัย ที่ปรึกษาสำนักพระราชวังฝ่ายกิจการพิเศษ และว่าที่ ร.ต.ฐิตวัฒน์ เชาวลิต เป็นประธานในการประกอบพิธี และมีอาจารย์ฉัตรชัย ปิ่นเงิน หัวหน้างานโหรพราหมณ์ สำนักพระราชวัง ผู้ช่วยผู้อำนวยการกองพระราชพิธี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่โหรพราหมณ์จากกองพิธี 7 ท่าน พราหมณ์หลวง สำนักพระราชวัง เป็นผู้อ่านโองการประกอบพิธีการบวงสรวงตามพิธีหลวง เพื่อความเป็นสิริมงคลทั้งปวง โดยมีเครื่องบวงสรวงครบครันตามโบราณราชประเพณี ท่ามกลางข้าราชการจำนวนมาก ประชาชนจากองค์กรต่างๆ และประชาชนในพื้นที่ปากพนังเข้าร่วมพิธี

 จากนั้น นายรัตนาวุธ วัชโรทัย ได้เป็นประธานในการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำนับล้านตัว ที่บริเวณท่าน้ำริมประตูระบายน้ำอุทกวิภาชน์ประสิทธิ์ ที่ก่อสร้างขึ้นตามพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล และร่วมกันตั้งจิตอธิษฐานให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ว

 ทั้งนี้ องค์พระนารายณ์ทรงสุบรรณที่ประดิษฐานอยู่บริเวณลานหน้าพระตำหนักประทับแรมปากพนังนั้น ชาวบ้านใน อ.ปากพนัง และข้าราชการในพระองค์ รวมทั้งข้าราชการพลเรือน ต่างเคารพในความศักดิ์สิทธิ์ ที่มีกฤษฎาภินิหารตั้งแต่เมื่อครั้งหล่อและบวงสรวงครั้งแรก ทั้งปรากฏการณ์พระอาทิตย์ทรงกลดขณะประกอบพิธีกรรม และปรากฏการณ์อื่นๆ ต่อหน้าผู้เข้าร่วมพิธีเมื่อครั้งนั้น ซึ่งอาจารย์ภิญโญ สุวรรณคีรี สถาปนิกผู้ออกแบบพระตำหนักดังกล่าวได้บันทึกไว้อย่างละเอียด