อภิสิทธิ์ขอบคุณตร.-แดงม็อบเรียบร้อย

แดงยึดข้างทำเนียบทวงฎีกา "จตุพร" ลั่นครั้งนี้แค่เตือน ขอระดมทุน พ.ย.ก่อนชุมนุมยาว "อริสมันต์" ขู่จะบุกหัวหินอีก นายกฯ ห่วงทำเนียบถามเลขาฯ วันจันทร์จะทำงานได้ไหม

(18ต.ค.)นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกอภิสิทธิ์ว่า การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงผ่านไปด้วยความเรียบร้อยต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้ชุมนุม เพราะสัปดาห์หน้าประเทศไทยจะได้เป็นเจ้าภาพในการจัดประชุมผู้นำอาเซียน

 ทั้งนี้การนัดชุมนุมใหญ่ตามยุทธศาสตร์ "แดงทั้งเดือน" ของกลุ่มคนเสื้อแดงในวันที่ 17 ตุลาคม เดินทางมาถึงอีกครั้ง ท่ามกลางการจับตาของหน่วยงานความมั่นคง ว่า อาจมีกลุ่มผู้ไม่หวังดีสร้างสถานการณ์เพื่อดิสเครดิตรัฐบาลก่อนการประชุมอาเซียนที่จะมีขึ้นปลายเดือนนี้

 นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำกลุ่มเสื้อแดง แถลงจุดยืนการชุมนุมว่า การชุมนุมวันนี้เป็นการส่งสัญญาณเตือนรัฐบาล เมื่อถึงเวลา 24.00 น. ก็จะยุติการชุมนุม และหลังจากที่มีการระดมทุนที่เขาใหญ่ปลายเดือนพฤศจิกายน ก็จะมีการปักหลักชุมนุมกันยาวนาน เพราะรัฐบาลชุดนี้มีการทุจริตคอรัปชั่นมากมาย ดังนั้น ยืนยันว่าการชุมนุมใหญ่ครั้งหน้าจะเป็นการชุมนุมยืดเยื้อ ส่วนวันเวลาจะกำหนดอีกครั้ง

 นายจตุพรกล่าวว่า ไม่เข้าใจว่าทำไมรัฐบาลใช้กำลังดูแลกลุ่มเสื้อแดงถึง 1.8 หมื่นคน และยังอยู่รอบนอกอีก 1.8 หมื่นคน รวมทั้งสิ้น 3.6 หมื่นคน ซึ่งตนได้ยินมาว่าเจ้าหน้าที่ประจำอยู่แค่ 1 ใน 3 เท่านั้น แต่มีการระบุชื่อว่าประจำอยู่ในฐานที่ปฏิบัติการอยู่ และมีการเบิกจ่ายเบี้ยเลี้ยงที่ซ้ำซ้อน และชื่อเหล่านี้ก็ไปปรากฏที่หัวหินด้วย เป็นการตั้งตัวเลขลอยๆ ขึ้นมา โดยมีการประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคง ที่ กทม.ตั้งแต่วันที่ 15-25 ตุลาคม และที่หัวหิน วันที่ 12-27 ตุลาคม ซึ่งมีการเบิกที่หัวหิน 296 ล้านบาท และที่กรุงเทพฯ เป็นเงิน 200 ล้านบาท

 เมื่อถามว่า คนเสื้อแดงจะไปชุมนุมที่หัวหินหรือไม่ นายจตุพรกล่าวยืนยันว่า จะไม่มีการเดินไปไหน หากไม่มีเหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ จึงขอเตือนไว้ก่อนว่าอย่าทำอะไรที่ไม่ถูกต้อง รัฐบาลอย่าสร้างเหตุการณ์ ไม่เช่นนั้นรัฐบาลเองจะเป็นคนล้มการประชุมอาเซียน

 "ผมทราบว่าเอกอัครราชทูตในหลายประเทศทั้งประเทศมหาอำนาจและมิตรประเทศเริ่มไม่ไว้ใจสถานการณ์ในประเทศไทย เพราะรัฐบาลกำลังเข้ามุมอับ แต่เขารู้ว่าเหตุการณ์ขณะนี้เกิดขึ้นจากอะไร ซึ่งเกิดจากคน 2 กลุ่มในกองทัพมีการงัดข้อประลองกำลังกันอยู่ เพราะสิ่งที่ พล.อ.เปรมพูดเมื่อ 2 วันที่ผ่านมา ต้องการเอา พล.อ.ชวลิตมาเป็นทางผ่าน แต่จริงๆ ต้องการพูดถึงคนบางคนหรือไม่" นายจตุพรกล่าว

 นายจตุพรกล่าวอีกว่า อยากถาม พล.อ.เปรมว่า จำได้หรือไม่ว่าได้ใช้ปากกาสีแดงเขียนบนการ์ดอุปสมบทของ พล.อ.ชวลิตไว้ว่าอย่างไร ยิ่งนับวันจะเห็นว่ารัฐบาลชุดนี้อยู่ได้ยากยิ่งขึ้น และเชื่อว่าจะไม่สามารถบริหารประเทศไปได้ เพราะจะถูกคนเสื้อแดงขับไล่

ขอชุมนุมข้างทำเนียบ ขู่โดนขวางจะอยู่ยาว

 ต่อมาแนวโน้มการชุมนุมมีทีท่าจะบานปลายขึ้น เมื่อนายจตุพรได้ขึ้นกล่าวบนเวทีว่า มีเรื่องขอหารือกับ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่เป็นหัวหน้าควบคุมการชุมนุมว่า กลุ่มเสื้อแดงจะไม่เข้าไปในทำเนียบรัฐบาล แต่จะขอให้ใช้พื้นที่ถนนบริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาล เพราะตอนนี้คนเสื้อแดงชุมนุมเต็มพื้นที่ไปจนถึงแยกมิสกวันแล้ว ขอให้นายสุเทพ ซึ่งเป็นประธานวอร์รูม ตัดสินใจว่าจะให้พวกเราเข้าไปดีๆ หรือไม่ ถ้าให้เราเข้าไปดีๆ ก็ไม่ต้องย้ายแผงคอนกรีตที่วางอยู่

 "กลุ่มเสื้อแดงจะไม่สร้างปัญหาอะไร ยืนยันอีกครั้งว่าจะไม่เข้าไปในทำเนียบ เพราะไม่ต้องการไปทำลาย โดยคนเสื้อแดงจะขอใช้ถนนหน้าทำเนียบ เพราะนายสุเทพไม่ใช่เจ้าของถนนหน้าทำเนียบ แต่ถนนเป็นของประชาชน ถ้ามีการขัดขวาง หรือมีการทำร้ายประชาชน กลุ่มเสื้อแดงจะชุมนุมยืดเยื้อตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป เพราะถนนหน้าทำเนียบไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไร" นายจตุพรกล่าว

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากประกาศเสร็จ นายจตุพรได้เข้าไปเจรจากับตำรวจเพื่อขอใช้พื้นที่ถนนด้านข้างทำเนียบ โดยฝ่ายเจ้าหน้าที่ได้ระดมทั้งตำรวจและทหารเข้ามาตรึงไว้จนเต็มพื้นที่ และภายหลังการเจรจา เจ้าหน้าที่จึงยอมเปิดพื้นที่ส่วนหนึ่งให้คนเสื้อแดง โดยได้นำกุญแจมาเปิดประตูเหล็กที่กั้นอยู่ จากนั้นกลุ่มผู้ชุมนุมจึงได้ทยอยเข้าไปจับจองพื้นที่นั่ง ทำให้สถานการณ์คลายความตึงเครียดลง

 ขณะที่ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำกลุ่มเสื้อแดง ประกาศบนเวทีอีกครั้งว่า คนเสื้อแดงจะไม่เข้าไปในทำเนียบ ในระหว่างที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี แม้จะมีการว่าจ้างก็จะไม่เข้าไป

ตร.ยอมแค่ข้างรั้ว แต่ไม่ให้เข้าทำเนียบ

 พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 (ผบก.น.1) กล่าวถึงสาเหตุที่ยอมเปิดพื้นที่ให้ผู้ชุมนุมว่า เนื่องจากเห็นว่ามีผู้ชุมนุมเพิ่มมากขึ้น โดยขณะนี้ประเมินไว้ที่ประมาณ 6,000 คน และเป็นการเปิดพื้นที่ให้เข้าไปบริเวณถนนด้านหน้าทำเนียบเพียง 30 เมตร ที่มีการกั้นแนวแท่งปูนไว้เท่านั้น ไม่ได้เปิดทางให้ทั้งหมด เนื่องจากไม่ต้องการให้เกิดการกระทบกระทั่งระหว่างผู้ชุมนุมกับเจ้าหน้าที่ และจะยอมให้พื้นที่เพียงครั้งเดียวเท่านั้น จะไม่ยอมอีกหากมีการขอเจรจาเพื่อเปิดพื้นที่เพิ่มเติม และห้ามเข้าไปภายในทำเนียบอย่างเด็ดขาด

 ขณะที่แกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมบนเวทีปราศรัยได้ประกาศจะรุกคืบเข้าไปเรื่อยๆ จนกว่าจะล้อมรอบทำเนียบได้ทั้งหมด 4 ด้าน แต่ พล.ต.ต.วิชัยยืนยันว่า จะไม่ยอมเปิดทางให้กลุ่มผู้ชุมนุมเข้าไปได้อีก เนื่องจากเป็นพื้นที่ประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ

"อริสมันต์" ลั่นบุกหัวหิน แฉรัฐฆ่าแดง

 นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง แกนนำคนเสื้อแดง เปิดเผยว่า ตนเดินทางไปยังสถานทูตต่างๆ ที่จะเข้าร่วมประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ในสัปดาห์หน้าเพื่อไปแจ้งว่าหากไปเจอกลุ่มคนเสื้อแดงที่ อ.หัวหิน ก็ไม่ต้องตกใจ เพราะคนเสื้อแดงจะไม่บุกเข้าที่ประชุม แต่จะไปยื่นหนังสือรวมทั้งหลักฐานการใช้ความรุนแรงกับประชาชนของรัฐบาลไทย และคลิปเสียงนายกฯ ที่สั่งฆ่าประชาชน

 "เราจะให้ผู้นำประเทศต่างๆ เพื่อให้โลกได้รับรู้ความโหดร้ายของรัฐบาลไทย และเมื่อยื่นเสร็จสิ้นก็จะเปิดปราศรัยเรียกร้องให้รัฐบาลทำประชามติถามประชาชนว่าจะใช้รัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 หรือ 2550 แล้วจะเดินทางกลับไม่มีการชุมนุมยืดเยื้อ เว้นแต่รัฐบาลจะใช้ความรุนแรงกับกลุ่มคนเสื้อแดงเหมือนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่พัทยา" นายอริสมันต์กล่าว

 นายอริสมันต์ระบุว่า ในวันที่ 21 ตุลาคม แกนนำจะหารือเพื่อประเมินสถานการณ์ครั้งสุดท้าย และกำหนดรูปแบบการเคลื่อนไหวในเวทีอาเซียน โดยในเบื้องต้นอาจจะเดินทางไปรวมตัวที่ อ.หัวหิน ทั้งทางบก และทางน้ำ อยากรู้เหมือนกันว่ารัฐบาลจะกล้ายิงประชาชนหรือไม่

แม้วมุกเก่าอ้อนกลับบ้าน-ขอ รธน.40

 ไฮไลท์ของการชุมนุมอยู่ที่การโฟนอินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งโฟนอินถึงกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงในเวลา 21.00 น. โดยระบุว่าอยู่ระหว่างการเดินทาง และอยู่ในสถานที่ที่ระบบสื่อสารไม่ดี จึงทำให้ไม่มีภาพ มีแต่เสียง

 พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า ขณะนี้เศรษฐกิจกำลังแย่ เพราะรัฐบาลมุ่งแต่จะหาทางจัดการตน และประเทศกำลังมีการทุจริตขนาดหนัก ถึงขนาดกลางเดือนตุลาคม ที่ผ่านมา ข้าราชการซี 11 ในกระทรวงศึกษาธิการต้องประกาศลาออก เพราะทนถูกบังคับให้ทุจริตไม่ไหว

 พ.ต.ท.ทักษิณ ยังกล่าวเรียกร้องให้กลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงร่วมกันต่อสู้เพื่อคืนความเป็นธรรมให้แก่ตน และคืนระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริงให้แก่ประเทศไทย โดยร่วมกันเรียกร้องให้เอารัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 กลับคืนมาให้ได้

 ส่วนเรื่องการถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษ พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า สาเหตุที่ทำให้การยื่นฎีกาเป็นไปอย่างล่าช้า เนื่องจากรัฐบาลกลัวว่าตนจะกลับมา และรู้ตัวดีว่า ถ้ามีการเลือกตั้งก็จะแพ้ ถึงแพ้ก็จะมีการโค่นอำนาจจนได้ ซึ่งผู้ชุมนุมต้องสู้ต่อไป ด้วยสันติวิธี

 พ.ต.ท.ทักษิณ ยังกล่าวว่า ในวันที่ 20 ตุลาคมนี้ เวลา 20.30-21.30 น. จะเป็นวันแรกที่จัดรายการวิทยุให้ประชาชนฟัง โดยจะเล่าให้ประชาชนฟังว่าได้เดินทางไปไหนมาบ้าง และมีประสบการณ์อย่างไร

 นอกจากนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ยังขอให้ผู้ชุมนุมร่วมกันร้องเพลงถวายพระพร และตั้งจิตอธิษฐานให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงหายจากพระอาการประชวรด้วย

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การโฟนอินครั้งล่าสุดของ พ.ต.ท.ทักษิณ ใช้เวลาเพียง 15 นาทีเท่านั้น จากปกติที่เคยใช้เวลาครึ่งชั่วโมงถึงหนึ่งชั่วโมง และไม่ได้ใช้ระบบวิดีโอลิงก์ถ่ายทอดสดอากัปกิริยาขณะพูดคุยกับผู้ชุมนุมแบบสดๆ เหมือนครั้งที่ผ่านมาด้วย

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดง ได้สลายการชุมนุมอย่างสงบแล้ว เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 18 ตุลาคม หลังจากที่กลุ่มผู้ชุมนุมสลายตัวไม่นาน ก็มีฝนตกลงมาอย่างหนัก

กำลังทหาร-ตร.กว่า 6 พันคุมเข้ม

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านั้นผู้ชุมนุมทยอยเดินทางมาที่เวทีปราศรัยตรงเชิงสะพานชมัยมรุเชฐ ถนนพิษณุโลก ตั้งแต่ช่วงเช้า โดยเปิดช่องทางการจราจรบนถนนพิษณุโลก 1 ช่องทางให้รถแล่นผ่านได้ จากนั้นในช่วงบ่ายเริ่มมีจะมีฝนโปรยปรายลงมาเป็นระยะ แต่ผู้ชุมนุมก็ยังปักหลักอย่างต่อเนื่อง โดยฝนได้ตกลงมาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

 ส่วนด้านในทำเนียบรัฐบาลมีกำลังตำรวจคอยสังเกตการณ์ความเคลื่อนไหวและอารักขาสถานที่อย่างเข้มงวดหลังรั้วลวดหนาม พร้อมรถดับเพลิงจากสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกรุงเทพมหานคร สำหรับมาตรการรักษาความปลอดภัยการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง มีการเตรียมกำลังตำรวจ และทหารกว่า 6,600 นาย คอยรักษาความสงบเรียบร้อยสถานที่สำคัญ ทั้งทำเนียบรัฐบาล รัฐสภา บ้านสี่เสาเทเวศร์ และสำนักงาน ป.ป.ช. รวมทั้งมีการตั้งจุดตรวจรอบทำเนียบรัฐบาลจำนวน 8 จุด และมีการบันทึกคำปราศรัยของกลุ่มเสื้อแดงด้วย

 นอกจากนี้ กองกำลังผสมของศูนย์อำนวยการรักษาความสงบ (ศอ.รส.) จำนวน 41 กองร้อย แบ่งเป็นตำรวจ 23 กองร้อย ทหาร 18 กองร้อย ซึ่งทยอยเข้าประจำการภายในทำเนียบรัฐบาลตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม ได้นำเครื่องกีดขวาง ทั้งแท่งปูน รั้วลวดหนาม วางตามจุดต่างๆ

พท.จวก "ป๋า" เหยียดหยามพรรค

 ด้าน นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ระบุว่า พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี ควรไตร่ตรองให้รอบคอบก่อนเข้าพรรคเพื่อไทยไม่เช่นนั้นอาจเป็นการทรยศต่อชาติว่า "วันนี้พรรคเพื่อไทยออกแถลงการณ์ โดยมีเนื้อหาถึงการให้สัมภาษณ์ของ พล.อ.เปรม เป็นการดูถูกเหยียดหยามพรรคเพื่อไทย ทำให้พรรคเพื่อไทยเสียหาย เพราะเหมือนเป็นการสื่อความหมายว่า หากใครเข้าพรรคเพื่อไทยก็จะเป็นคนทรยศต่อชาติ ซึ่งอาจทำให้ประชาชนเข้าใจผิดว่าพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคการเมืองที่ชั่วร้าย มีนโยบายเป้าหมายทำลายประเทศ ทั้งที่พรรคเพื่อไทยเองเป็นพรรคการเมืองที่ถูกต้องตามกฎหมาย มีนโยบายรักษาระบอบประชาธิปไตย และมีความจงรักภักดีต่อสถาบัน" นายปลอดประสพกล่าว

 นายปลอดประสพกล่าวอีกว่า พรรคเพื่อไทยรู้สึกเสียใจอย่างมากที่ พล.อ.เปรมออกมาพูดเช่นนี้ และมองว่ากิจกรรมดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกับประธานองคมนตรี เพราะหน้าที่ขององคมนตรี คือ การถวายความเห็นต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ดังนั้น พรรคเพื่อไทยจึงเรียกร้องให้ พล.อ.เปรมเข้าใจพรรคเพื่อไทยอย่างถูกต้อง และไม่กล่าวถึงในทางเสียหายไปมากกว่านี้
พร้อมจับมือเสื้อแดงซักฟอกรัฐบาล

 น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการจัดปราศรัยซักฟอกรัฐบาลนอกสภาของกลุ่มเสื้อแดง โดยยอมรับว่าได้รับการติดต่อจาก ส.ส.พรรคเพื่อไทย โดยเฉพาะ นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช. เพื่อร่วมอภิปรายหลายคน ส่วน ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย จะไปด้วยหรือไม่นั้น ยังไม่มีความชัดเจน แต่รูปแบบ คือ จะเป็นการเปิดเผยข้อมูลการทุจริตของรัฐบาล ซึ่งขณะนี้ถือเป็นการทุจริตกลายพันธุ์ ซึ่งยังไม่สามารถนำคนผิดมาลงโทษได้ เช่น โครงการชุมชนพอเพียง การจัดหาครุภัณฑ์ทางการแพทย์
มาร์คขึ้น ฮ.หนีม็อบที่ปากน้ำโพ

 ขณะที่ความเคลื่อนไหวของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และคณะ เดินทางโดยเครื่องบินเจ็ตสตีมจากกรมการขนส่งทหารบก (ขส.ทบ.) มายังกองบิน 4 อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ จากนั้นเดินทางต่อโดยเฮลิคอปเตอร์ มายังท่าข้าวร้อยล้าน อ.ชุมแสง จ.นครสวรรค์ ก่อนจะต่อรถยนต์ไปเป็นประธานเปิดโครงการสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าบ้านวังตะกอน ตามโครงการไทยเข้มแข็ง ณ ท่าข้าวเกยไชย

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านั้นนายอภิสิทธิ์มีภารกิจเปิดงานสมัชชาประชาธิปัตย์ สาขาภาคเหนือ ที่โรงเเรมบ้านสวนรีสอร์ท อ.เมือง จ.นครสวรรค์ เเต่ต้องยกเลิกภารกิจ เพราะมีข่าวว่าคนเสื้อเเดงจะไปขับไล่ เเละในการลงพื้นที่ของนายกฯ ครั้งนี้ ได้เปลี่ยนแปลงกำหนดการ เพราะเดิมนายกฯ จะเดินทางจากกรุงเทพฯ โดยรถยนต์ แต่มีรายงานข่าวเเจ้งให้ทราบว่า กลุ่มเสื้อแดงจะมาชุมนุมตามเส้นทาง และสถานที่ต่างๆ ที่นายกฯ จะเดินทางผ่าน ทำให้ทีมงานนายกฯ เปลี่ยนแปลงการเดินทาง โดยใช้เครื่องบินและเฮลิคอปเตอร์แทน

 ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ตลอดเส้นทางถนนพหลโยธิน โดยเฉพาะช่วงที่ใกล้ จ.นครสวรรค์ มีการตั้งด่านเป็นระยะๆ โดยเฉพาะจุดสำคัญอย่างบริเวณถนนเลี่ยงเมือง ตำรวจได้นำรถบรรทุกมากั้นขวางถนนทำให้เหลือช่องจราจรเพียงช่องเดียวและบังคับให้รถทุกคันเลี้ยวซ้ายไปทางถนนเลี่ยงเมือง ก่อนจะเข้าเส้นทางปกติ ส่วนเส้นทางที่เข้าสู่ อ.ชุมแสง ยังมีการตั้งด่านตรวจและนำรถผู้ต้องขังมาจอดไว้เป็นระยะ พล.ต.ท.ชัยณรงค์ วงศ์สาธร รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 กล่าวว่า ได้ใช้กำลังตำรวจจาก จ.นครสวรรค์ และเพชรบูรณ์ ประมาณ 700 นาย และกำลังสารวัตรทหาร (สห.) อีก 12 นาย เพื่อดูแลรักษาความปลอดภัยนายกฯ

นายกฯ ยาหอมสิ้นปี ศก.เป็นบวก

 ทั้งนี้ นายกฯ ได้กล่าวปราศรัยกับประชาชนก่อนเปิดโครงการสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าบ้านวังตะกอนว่า เดินทางมาลงพื้นที่ครั้งนี้เพื่อติดตามงานตามโครงการไทยเข้มแข็ง ซึ่งถือว่าเป็นประโยชน์กับประชาชนโดยรวม

 "ผมเข้ามารับหน้าที่เมื่อปลายปีที่ผ่านมา และยืนยันว่าตลอด 10 เดือนที่ผ่านมา ผม และรัฐบาลทำงานอย่างหนักด้วยความทุ่มเท เพื่อให้หลุดพ้นจากวิกฤติเศรษฐกิจ และให้บ้านเมืองเดินหน้าต่อไปได้ เชื่อว่าใน 3 เดือนช่วงท้ายปี เศรษฐกิจจะกลับมาเป็นบวก ขณะนี้สภาได้อนุมัติงบประมาณตามโครงการไทยเข้มแข็งแล้ว 3.5 แสนล้านบาท ซึ่งในส่วนของ จ.นครสวรรค์ จะได้รับงบประมาณถึง 2,600 ล้านบาท และอีก 1,000 ล้านบาทในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับระบบชลประทาน" นายกฯ กล่าว

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนั้นนายกฯ ไปเป็นประธานเปิดโครงการก่อสร้างอาคารอุบัติเหตุแห่งใหม่ที่โรงพยาบาลชุมแสง อ.ชุมเเสง ก่อนจะเดินทางกลับโดยเฮลิคอปเตอร์ และเดินทางต่อไปยัง จ.สระแก้ว เพื่อบันทึกรายการ “เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์” ต่อด้วยการอัดสปอตโฆษณาเกี่ยวกับนโยบายรัฐบาลด้านการประกันราคาสินค้าเกษตร

 อย่างไรก็ตาม ขณะที่นายกฯ ปฏิบัติภารกิจอยู่ที่โรงพยาบาลชุมแสง คนเสื้อแดงประมาณ 30 กว่าคนที่เดินทางมาจาก จ.พิษณุโลก และจะเดินทางไปกรุงเทพฯ ทราบว่านายกฯ มาปฏิบัติภารกิจในจุดดังกล่าวจึงปักหลักรอขับไล่ แต่โชคดีที่นายกฯ ปฏิบัติภารกิจเสร็จพอดี

เสื้อแดงดักไล่ผิดที่-ด่าฟรี 2 ชั่วโมง

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านั้นกลุ่มคนเสื้อแดงประมาณ 200 คน ซึ่งรวมตัวกันอยู่ที่อุทยานสวรรค์ เนื่องจากทราบข่าวว่านายกฯ มีกำหนดการจะเดินทางมาที่โรงแรมบ้านสวนรีสอร์ท ริมถนนพหลโยธินขาเข้า ตรงข้ามศูนย์ขนส่งจังหวัดนครสวรรค์ เพื่อเปิดโครงการไทยเข้มแข็ง กลุ่มคนเสื้อแดงได้เคลื่อนขบวนจากอุทยานสวรรค์ไปยังบ้านสวนรีสอร์ท แต่ถูกกำลังตำรวจกันไว้ ทำให้กลุ่มเสื้อแดงต้องปักหลักปราศรัยอยู่ฝั่งตรงข้ามนานกว่า 2 ชั่วโมง โดยไม่ทราบว่านายกฯ ยกเลิกการสัมมนาที่บ้านสวนรีสอร์ทไปก่อนหน้านั้นแล้ว

"มาร์ค"ถามวันจันทร์จะเข้าทำงานได้ไหม

 ต่อมา เวลา 15.30 น. คณะของนายกฯ เดินทางโดยเครื่องบินมาลงที่ฝูงบิน 206 วัฒนานคร จ.สระแก้ว  จากนั้นจึงต่อรถยนต์มายังกรมทหารราบที่ 12 รักษาพระองค์ ค่ายไพรีระย่อเดช ต.ท่าเกษม อ.เมือง จ.สระแก้ว เพื่อถ่ายทำสปอตโฆษณาไทยเข้มแข็งชุดประกันราคาพืชผลทางการเกษตร และถ่ายทำรายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์ ที่แปลงนาของกรมทหารราบที่ 12 รักษาพระองค์ โดยมีพล.ต.วลิต โรจนภักดี ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ นายศานิตย์ นาคสุขศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว ให้การต้อนรับ

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านั้นในช่วงบ่ายได้มีกลุ่มคนเสื้อแดงประมาณ 100 คน รวมตัวอยู่ที่หน้าที่ว่าการอำเภอวัฒนานคร เพื่อยื่นหนังสือขอให้นายอภิสิทธิ์ลาออก โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว เป็นผู้รับหนังสือดังกล่าวไว้

 ทั้งนี้ ในขณะที่ถ่ายสปอตโฆษณา และอัดรายการ นายอภิสิทธิ์ ได้สอบถามถึงความคืบหน้าการชุมนุม  กับ ดร.ปณิธาน วัฒนายากร โฆษกสำนักนายกรัฐมนตรี และผู้ติดตามเป็นระยะๆ โดยก่อนขึ้นรถยนต์กลับ ดร.ปณิธาน ได้รายงานว่ากลุ่มคนเสื้อแดงหลายร้อยคนพยายามจะล้อมทำเนียบรัฐบาล นายกฯจึงถามกลับไปว่า "แล้ววันจันทร์ผมจะเข้าทำงานที่ทำเนียบได้ไหม" ก่อนที่จะขึ้นรถยนต์ออกไป

"ป๋า" ยังอารมณ์ดี กินข้าวห้างที่โคราช

 ขณะที่ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เดินทางออกจากบ้านแม่ทัพ (บ้านไร้กังวล) ปากซอยสืบศิริ 32 หน้ากองบัญชาการช่วยรบที่ 2 กองทัพภาคที่ 2 พร้อมด้วย พล.ท.วีร์วลิต จรสัมฤทธิ์ แม่ทัพภาคที่ 2 และนายทหารระดับสูงของกองทัพภาคที่ 2 มารับประทานอาหารกลางวันที่ร้านเอ็มเคสุกี้ ชั้น 2 ภายในห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ จ.นครราชสีมา โดยมี นายประจักษ์ สุวรรณภักดี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พล.ต.ท.กฤษฎา พันธุ์คงชื่น ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 พล.ต.ต่อศักดิ์ เหลืองตระกูล ผบ.มทบ.21 ต้อนรับ

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านั้น พล.ท.วีร์วลิต ได้เข้าขอพรจาก พล.อ.เปรม เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเกิดของตัวเองอีกด้วย โดยระหว่างการรับประทานอาหารที่มี พล.อ.เปรม พล.ท.วีร์วลิต พล.ต.ท.กฤษฎา และนายประจักษ์ ร่วมโต๊ะด้วย เป็นที่น่าสังเกตว่า พล.อ.เปรม มีสีหน้าที่สดชื่น ยิ้มแย้มแจ่มใส อารมณ์ดี พูดคุยเป็นกันเอง และยังเดินทักทายประชาชนที่กำลังจับจ่ายซื้อสินค้าภายในห้างด้วย

 อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่ พล.อ.เปรม รับประทานอาหาร และเดินชมสินค้าภายในห้าง มีกำลังสารวัตรทหาร และตำรวจ สภ.เมืองนครราชสีมา และ สภ.โพธิ์กลาง คอยรักษาความปลอดภัยให้ รวมทั้งจัดกำลังไว้บนสะพานลอยทุกแห่งที่ขบวนรถจะผ่าน หลังมีข่าวคนเสื้อแดงจะไปถือป้ายโจมตี พล.อ.เปรม แต่ไม่มีเหตุการณ์ใดๆ เกิดขึ้น ก่อนที่เวลา 13.45 น. จะขึ้นรถตู้เดินทางกลับบ้านสี่เสาเทเวศร์

ยธ.ชี้ฎีกาช้าเพราะยื่นผิดหน่วยงาน

 นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีกลุ่มคนเสื้อแดงจะชุมนุมยืดเยื้อเพื่อติดตามทวงถามความคืบหน้าของฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ว่า ขั้นตอนภายในกระทรวงยุติธรรมไม่ได้ทำให้ล่าช้า แต่ที่ผ่านมากลุ่มเสื้อแดงเข้าใจผิด จึงไปยื่นฎีกาที่สำนักนายกรัฐมนตรี แต่เรื่องการถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษเป็นหน้าที่โดยตรงของกรมราชทัณฑ์

 "เมื่อกลุ่มเสื้อแดงไปยื่นสำนักนายกรัฐมนตรี ต่อมาจึงต้องส่งต่อมาให้สำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม เพื่อมอบต่อให้กรมราชทัณฑ์ ทำให้การเดินทางของเอกสารมีหลายขั้นตอน และต้องใช้เวลาในการพิจารณาในทุกขั้นตอน จึงขอยืนยันว่า กระทรวงยุติธรรมไม่ได้ดึงเรื่อง สำหรับกรอบเวลา 60 วันนั้น ก็เป็นขั้นตอนปกติของการพิจารณาเรื่องที่มีความสำคัญ ทั้งนี้ ยืนยันว่า การพิจารณารายละเอียดของฎีกามีความคืบหน้าไปมากแล้ว ส่วนที่ต้องล่าช้า เพราะมีการยื่นผิดหน่วยงานตั้งแต่แรก" นายพีระพันธุ์ กล่าว

"จตุพร"ชี้ยื้อฎีกาเท่ากับยึดพระราชอำนาจ

 นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง กล่าวตอบโต้คำแถลงของ รมว.ยุติธรรม ว่า ตนคิดว่า รมว.ยุติธรรมเข้าใจผิด เพราะคนเสื้อแดงได้ไปยื่นฎีกาที่สำนักราชเลขาธิการ ซึ่งรองราชเลขาธิการก็ออกมาแถลงว่า ตามประเพณีปฏิบัติการร้องทุกข์ หรือฎีกากราบขอความช่วยเหลือ หรือกราบขอพระราชทานอภัยโทษ จะต้องส่งเรื่องไปยังรัฐบาลเพื่อส่งความเห็นประกอบ

 "ต่อมานายอภิสิทธิ์บอกว่าต้องใช้เวลา 60 วัน แต่สำนักเลขาธิการนายกฯ กลับเก็บเรื่องไว้และส่งไปกระทรวงยุติธรรม ทั้งที่ก่อนหน้านี้อธิบดีกรมราชทัณฑ์บอกว่าเรื่องนี้กรมราชทัณฑ์ไม่เกี่ยวข้อง จนเป็นเหตุให้นายพีระพันธุ์ย้ายอธิบดีคนดังกล่าว" นายจตุพรกล่าว

 นายจตุพรกล่าวอีกว่า คิดว่า รมว.ยุติธรรม คนนี้ไปไกลแล้ว เป็นถึงผู้พิพากษา แต่ไม่เข้าใจกระบวนการ ซึ่งทั้งหมดเป็นเพราะว่ารัฐบาลต้องการดึงเรื่องไว้ให้เลยวันที่ 4 ธันวาคม เพราะรัฐบาลกลัวจะมีพระบรมราชวินิจฉัยอย่างใดอย่างหนึ่ง คนในรัฐบาลจึงเล่นเกมดึงไปดึงมา ดังนั้น รมว.ยุติธรรม ไม่ควรนั่งเป็นรัฐมนตรี และเรื่องนี้ถือเป็นความคิดสั้นๆ ของรัฐบาล ทั้งที่การเก็บใบฎีกาเป็นการไปยึดพระราชอำนาจ

"จักรภพ-ใจ" ลงชื่ออย่าทำร้ายผู้ชุมนุม

 วันเดียวกัน สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.) รวมทั้งองค์กรภาคประชาชนหลายแห่งได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ทุกฝ่ายไม่ใช้ความรุนแรงต่อผู้ชุมนุม โดยมีข้อเรียกร้อง ดังนี้

 1.รัฐบาล กองทัพ ตำรวจ และชนชั้นนำ ไม่ควรเลือกปฏิบัติเป็น 2 มาตรฐาน โดยสมควรต้องยกเลิกการประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคง
 2.ผู้รับผิดชอบจัดการชุมนุม โดยเฉพาะแกนนำ นปช. ต้องควบคุมการชุมนุมให้เป็นไปโดยสงบ ปราศจากอาวุธ ไม่ยั่วยุให้ก่อความรุนแรงหรือยึดสถานที่ราชการแบบที่กลุ่มพันธมิตรเคยปฏิบัติ
 3.สื่อมวลชน ต้องเสนอข่าวการชุมนุมด้วยความเป็นกลาง ปราศจากอคติใดๆ หรือชี้นำให้เกิดความรุนแรง
 4.นักสิทธิมนุษยชน นักวิชาการ และองค์การพัฒนาภาคเอกชน สมควรต้องออกมาแสดงบทบาทเหมือนกับที่เคยออกมาสนับสนุนให้พันธมิตรจัดการชุมนุมโดยสันติวิธี
 5.นักกิจกรรมสังคมที่ต้องการสันติ เช่น กลุ่มริบบิ้นขาว สถาบันพระปกเกล้า กลุ่มรณรงค์หยุดทำร้ายประเทศไทย ได้เวลาที่ต้องออกมาแสดงบทบาทแล้ว หากเพิกเฉยก็อาจเข้าข่ายเลือกปฏิบัติ 2 มาตรฐาน
 6.ประชาชน พึงทราบและตระหนักว่าการจัดการชุมนุมทางการเมืองโดยสงบ ปราศจากอาวุธเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ
 รายชื่อบุคคลผู้ร่วมลงนามที่น่าสนใจที่สุดในครั้งนี้ ได้แก่ นายใจ อึ๊งภากรณ์ และนายจักรภพ เพ็ญแข อดีตแกนนำ นปช. สองผู้ต้องหาที่หลบหนีการจับกุมในคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ