ขยายผลจับยายลูกหนี้ขังค้นบ้านแบงค์ปลอมอื้อ

ตร.ภาค 4 ขยายผลจับแกงค์เงินกู้อุ้มยาย 52 ปีขังรีดเงิน ตะลึงค้นเซฟเฮ้าส์พบธนบัตรปลอม 10 ล้านบาท ถ่ายเอกสารสีจัดเป็นปึกมีสายรัดของธนาคารอย่างดี คนเฝ้าเตรียมโยนทิ้งน้ำแต่ถูกรวบไว้ได้ ยายเผยถูกใช้เป็นางนกต่อล่อซื้อยาบ้าด้วย สอบพบมี ด.ต.เกี่ยวข้อง พบพิรุธจับยาบ้าแต่ไม่ขยายผล เชื่อทำเป็นขบวนการใหญ่เกี่ยวข้องเงินกู้ -แบงค์ปลอมและยาเสพติด

ความคืบหน้ากรณี นางประดับศรี (สงวนนามสกุล) อายุ 52 ปี ราษฎร อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น เข้าขอความช่วยเหลือจากชุดสืบสวนสอนสวน ตำรวจภูธรภาค 4 ว่าถูกกลุ่มนายทุนและแกงค์เงินกู้ทวงหนี้โหด ด้วยการจับไปขังไว้ในบ้านพักไม่มีเลขที่ หลังวิทยาลัยการอาชีพชุมแพ 3 วัน 3 คืน เพื่อรีดเอาเงินทั้งต้นทั้งดอกรวม 3 หมื่นบาทคืน เมื่อน้องชายนำเงินมาชำระ 2 หมื่นบาท ยังคงค้าง 1 หมื่นบาท กลุ่มชายฉกรรจ์จึงปล่อยตัวมา พร้อมทั้งข่มขู่ว่า หากเบี้ยวหนี้อีกจะถูกทำร้าย

 ต่อมาตำรวจสืบสวนภาค 4 นำโดย พล.ต.ต.สุวิระ  ทรงเมตตา  รอง ผบช.ภ.4  พร้อมด้วย  พ.ต.ท.ดิเรก  ยศนันทน์  รอง ผกก.กลุ่มงานสืบสวน บช.ภ.4  นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าทำการจับกุมตัว นายศานตินาท  กลึงวิจิตร หรือ อั๋น ดอกลอย  อายุ  32 ปี อยู่บ้านเลขที่  12 ม.1 ต.พะงาด อ.ขามสะแกแสง  จ.นครราชสีมา  เจ้าของธุรกิจปล่อยเงินกู้ พร้อมพวกรวม 4 คน ขณะนั่งนับเงินที่ลูกค้านำส่งดอกเบี้ยโดยหย่อนใส่ตู้ไปรษณีย์หน้าบ้านไว้นั้น

 ล่าสุด ตำรวจชุดสืบสวนได้นำนางประดับศรี ไปยังบ้านที่ถูกคุมขัง  เป็นบ้านไม่มีเลขที่  อยู่ห่างจาก สภ.ชุมแพ เข้าไปในป่าชานเมือง ประมาณ 2 กม.ลักษณะมีรั้วลวดหนามล้อมรอบ เนื้อที่มากกว่า 1 ไร่  หน้าบ้านมีป้ายเขียนว่า ศุนย์ปราบปรามยาเสพติด ภายในมีบ้านไม้ 1 หลัง และบ้านปูนชั้นเดียว 1 หลัง โดยนางประดับศรียืนยันว่าถูกขังไว้ที่บ้านไม้

 ทั้งนี้ ระหว่างตำรวจเข้าตรวจค้น พบชายคนหนึ่งท่าทางมีพิรุธ เดินตรงไปยังหลังบ้านและเตรียมนำถุงพลาสติคสีน้ำเงินขนาดย่อมถุงหนึ่งโยนทิ้งน้ำ จึงเข้าควบคุมตัวไว้ และตรวจภายในถุงพลาสติคก็ต้องตะลึงเมื่อพบว่า เป็นธนบัตรฉบับละ  1 พันบาท 500 บาท 100 และ 20 บาท มัดรวมเป็นปึก มีสายรัดของธนาคารต่างๆรัดไว้อย่างเรียบร้อย รวมมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท แต่เมื่อตรวจอย่างละเอียดก็พบว่า ธนบัตรทั้งหมดเป็นธนบัตรปลอมด้วยการถ่ายเอกสารสี จึงควบคุมตัวชายคนดังกล่าว(ขอสงวนชื่อ-และนามสกุล) มาสอบสวนเพื่อขยายผลถึงผู้ร่วมขบวนการทั้งหมด

 พ.ต.ท.ดิเรก  กล่าวว่า หลังจากที่ได้มีการจับกุมนายศานตินาท พร้อมพวกแล้ว ได้ควบคุมตัวมาสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อหาข้อเท็จจริงกรณีการกักขังลูกหนี้และจากการสอบสวนพบว่านายศานตินาทมีการเชื่อมโยงกับขบวนการค้ายาเสพติด  โดยหลังจับนางประดับศรีมาขังไว้ที่บ้านพักหลังดังหล่าว ยังได้บังคับให้ เป็นนกต่อล่อซื้อยาบ้าจำนวน 59 เม็ด จากคนขับรถโดยสาร ซึ่งเป็นคนที่นางประดับศรีค้ำประกันเงินกู้ให้จำนวน 5,000 บาท

 พ.ต.ท. ดิเรก กล่าวว่า หลังจากที่นางประดับศรีเป็นนกต่อล่อซื้อยาบ้าให้ เพื่อเป็นการผ่อนชำระหนี้แล้วนายศานตินาท ก็ได้ติดต่อ ดาบตำรวจนายหนึ่งของ สภ.ชุมแพเข้าจับกุม แต่ก็พบข้อพิรุธในการจับกุมหลายอย่าง เพราะไม่มีการสอบสวนขยายผลเพื่อทำการจับกุมรายใหญ่ต่อไป นอกจากนี้จากการเข้าตรวจค้นเซฟเฮ้าส์เพิ่มเติม กลับพบว่ามีธนบัตรปลอมอยู่อีกประมาณ 10 ล้านบาท จึงยิ่งมีข้อสงสัยว่า ขบวนการทั้งหมดมีส่วนเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกันหรือไม่ ทั้งเงินกู้ ยาเสพติดและธนบัตรปลอม  พล.ต.ต.เฉลิมชัย  จงศิริ รักษาการ ผบช.ภ.4 และ พล.ต.ต.สุวิระ ก็ได้กำชับให้สืบสวนสอบสวนอย่างละเอียดในคดีนี้ และให้รายงานผลทุก 15 วัน

 ด้าน พล.ต.ต.เฉลิมชัย  กล่าวว่า จากการตรวจสอบข้อมูลกรณีที่มีการนำลูกหนี้ไปกักขัง และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ชุมแพเข้าไปพัวพันเรื่องเงินกู้ ธนบัตรปลอม และยาเสพติด เรื่องนี้ทางภาค 4 จะเร่งดำเนินการสืบสวนทันทีว่าเรื่องราวเป็นเช่นไร ต้องขอเวลาในการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ชัดเจนว่าการนำตัวไปกักขังเช่นนี้กระทบกับสิทธิมนุษยชนหรือไม่ และหากพบว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่เข้าไปเกี่ยวข้องด้วยก็ต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายเช่นกัน ดังนั้นการตรวจสอบข้อมูลขอเวลาไม่เกิน 1 สัปดาห์จะรู้ขบวนการทั้งหมดว่าเชื่อมโยงกันอย่างไร และมีใครเข้าไปเกี่ยวข้องบ้าง

 ด้านนางประดับศรี ให้การเพิ่มเติมว่า  ตลอดเวลาที่ถูกกักตัว ถูกบังคับให้โทรหาเพื่อนคนที่ตนค้ำประกันเงินกู้ให้ คนที่คุมตัวบอกว่าเพื่อนตนขายยาบ้า  เมื่อถูกบังคับจึงต้องโทรไปให้เขามาหา  เมื่อมาก็ถูกตำรวจจับได้พร้อมยาบ้า ได้ถามนายศานตินาทด้วยว่าทำไมต้องทำกันขนาดนี้ เขาบอกว่าถูกนายบีบให้ทำ ซึ่งยังโชคดีที่ตัวเองรอดมาได้ ภายหลังถูกปล่อยตัว ไม่กล้าเข้าแจ้งความ เพราะกลัวจะได้รับอันตรายและกลัวถูกอุ้มบังคับให้ทำในสิ่งที่ผิดกฎหมายอีก จึงต้องเข้าขอความช่วยเหลือจากตำรวจสืบสวนภาค 4