วันศุกร์ที่ 2 ตุลาคม 2552
ส่งต่อ
พิมพ์
ขนาดตัวอักษร
Reset
คมชัดลึก :พ่อ "เคอิโงะ" ชาวญี่ปุ่นเดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิตามเวลาที่กำหนด พ่อลูกเมื่อพบกันต่างโผเข้ากอดกันและร่ำไห้
(2ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความคืบหน้ากรณี ด.ช. เคอิโงะ ซาโต วัย 9 ขวบที่ถือรูปถ่ายพ่อชาวญี่ปุ่นติดตามหาพ่อหน้าพระอุโบสถวัดท่าหลวง อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร เช้าวันนี้ที่บ้านของด.ช.เคอิโงะ ตื่นนอนตั้งแต่เช้ามืด เนื่องจากเมื่อคืนนอนไม่หลับ เพราะดีใจที่จะได้พบพ่อชาวญี่ปุ่น ซึ่งช่วงเช้าแต่งตัวสวมเสื้อยืด มีเสื้อเชิ้ตคุม และสวมกางเกงยีน สีหน้ายิ้มแย้มมีความสุขตลอดเวลา นอกจากนี้ก่อนเดินทาง ดช.เคอิโงะ ยังเข้าไปกราบไหว้ รูปถ่ายที่วางไว้กับโกศกระดูก นางทิพมณฑา จันประทุม แม่
ต่อมาเมื่อเวลา 09.00 น. มีญาติๆรวมทั้งเพื่อนนักเรียน เดินทางมาให้กำลังใจ ด.ช.เคอิโงะ เป็นจำนวนมาก ก่อนที่จะขึ้นรถตู้ของบริษัท อาซาฮี เพื่อเดินทางไปรับ นายคัตซูมิ ซาโต พ่อชาวญี่ปุ่น ที่สนามบินสุวรณภูมิ ในการเดินทางไปครั้งนี้ ด.ช. เคอิโงะ ชวนเพื่อนๆ ไปด้วย 2 คน คือ ด.ช. ณัฐพล เอี่ยมอุไร และ ด.ช. ปัญญา จตุพิศ
ด.ช.เคอิโงะ กล่าวว่า เมื่อได้พบพ่อวันนี้จะเข้ากอดพ่อ และบอกว่ารักพ่อ รวมทั้งนำตุ๊กตาแมวทหาร ที่พ.อ.ธนาธิป สว่างแสง ให้เป็นกำลังใจเมื่อก่อนหน้านี้ เป็นของขวัญให้กับพ่อ หลังจากนั้นพ่อลูกจะเข้าพักผ่อนที่โรงแรมริเวอร์ไซด์ เป็นเวลา 1 คืน และจะเดินทางไปเที่ยวที่สวนสยาม ที่เคอิโงะ อยากให้พ่อพาไปเที่ยว แล้วจะเดินทางกลับพิจิตรเพื่อให้พ่อชาวญี่ปุ่นมาไหว้กระดูกของแม่ที่เสียชีวิตไป
ด้านนางปัทมา จตุพิศ ป้า ด.ช. เคอิโงะ กล่าวว่า “ เมื่อคืนนี้ ด.ช.เคอิโงะ นอนไม่หลับ เนื่องจากตื่นเต้นว่าจะได้พบพ่อชาวญี่ปุ่น ซึ่งตอนเช้า รีบแต่งตัวใส่ชุดใหม่ที่ นายวิเชียร เทียรชัยพงษ์ซึ่งเป็นเจ้าของห้างพิจิตรพล่าซ่ามอบให้ ซึ่งตนมองแล้วหลานชายมีความสุขพอควร
ทั้งนี้คาดว่า การเดินทางมาของนายคัตชูมิในครั้งนี้ตนเองอาจจะให้นายคัตซูมิไปพักที่บ้านล่ามพูดภาษาญี่ปุ่น เนื่องจากหากมานอนที่บ้านพูดกันไม่รู้เรื่อง
เมื่อถึงเวลา 15.05 น. เครื่องบินลงสายการบินเจแปนแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ JO/JL 717 ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ น้องเคอิโงะ ถือตุ๊กตาทหารที่เตรียมมาให้พ่อ ชะเง้อรอพ่อ อย่างใจจดใจจ่อ และตื่นเต้นที่จะพบหน้าพ่อ โดยมี น.ส.อนงค์นาค ช่วยเมือง ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่จาก บริษัท เจเอ็มซี คอร์เนอร์ จำกัด ได้เดินทางมารอพบพ่อของด.ช.เคอิโงะ เพื่อที่จะขออนุญาต นำเรื่องราวชีวิตของด.ช.เคอิโงะ เขียนเป็นหนังสือการ์ตูน จำนวน 5 ตอน ในแต่ละตอนจะเน้นประวัติ ความกตัญญู ความอดทน และคุณธรรมของน้องไปเขียน โดยจะนำรายได้ส่วนหนึ่งให้น้องเคโงะ และตั้งเป็นมูลนิธิเคอิโงะ เพื่อช่วยเหลือเด็กที่มีชีวิตคล้ายกับน้องเคโงะ
กระทั่งเวลา 15.30 น. นายคัตซูมิ ซาโต พ่อชาวญี่ปุ่น ได้เดินออกมาจากช่องตรวจศุลกากรพบหน้า ด.ช.เคอิโงะ ซึ่งทันทีที่พบหน้าพ่อ ด.ช.เคอิโงะ เรียกพ่อเสียงดัง ทั้งคู่ได้โผกอดกันและด.ช.เคอิโงะ ได้มอบตุ๊กตาให้กับพ่อ พ่อถึงกับน้ำตาไหล ด.ช.เคอิโงะ ยิ้มด้วยความดีใจ
ด.ช.เคอิโงะ กล่าวว่า “หนูเจอพ่อแล้ว หนูได้หอมแก้ม ได้กอดพ่อแล้ว ” และได้ชวนพ่อไปเที่ยวที่สวนสยามในวันพรุ่งนี้ โดยมีสื่อมวลชนนับน้อยรุมถ่ายภาพทำข่าว
จากนั้นด.ช.เคอิโงะและพ่อ ได้เดินออกจากอาคารผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ไปขึ้นรถตู้ที่เตรียมไว้กลับโรงแรมที่พัก ขณะเดินออกจากอาคารผู้โดยสาร ด.ช.เคอิโงะ ยิ้มด้วยความดีใจ และกอดพ่อมาตลอดเวลา ในขณะที่พ่อของน้องเคโงะ ร้องไห้ ต้องใช้ผ้าซับน้ำตาตลอด พร้อมกับกอดตุ๊กตา ที่ด.ช.เคอิโงะให้มาตลอดเวลาเช่นกัน
ความคิดเห็นที่ 1
กลางๆ
Indigo2009-10-02 19:27:16
ดีใจด้วยนะคะน้องเคอิโงะ ฝันเป็นจริงแล้ว ชื่นชมที่น้องเป็นเด็กดีมีความกตัญญู ชีวิตยังมีเรื่องให้ประหลาดใจอีกเยอะ น้องจะสู้ได้แน่นอน
คุณต้องเข้าสู่ระบบก่อนจึงจะสามารถแสดงความคิดเห็นได้หรือ สมัครสมาชิก
ความคิดเห็นที่ 2
กลางๆ
เพิ่งเห็นคลิปนะ สื่อมวลชนทำงานกันแบบนี้หรือ นาทีสำคัญของพ่อลูกพวกคุณไปรุมทึ้งเขาอย่างไร้สำนึก ทำไมไม่จัดระเบียบการทำงานกันบ้าง ถ้าเตรียมให้ดีทุกสื่อย่อมได้ภาพที่ดีกว่านี้ พอเถอะ การถามแบบคาดคั้นอย่างไร้สาระ ถามแบบไร้สมอง เช่นรู้สึกยังไงบ้าง ดีใจมั้ย สื่อเป็นแบบนี้ คนดูจะได้อะไรดีๆ น่าอาย น่ารำคาญ น่าจะพัฒนากันเสียที