หวังข่มขืนเหยื่อไม่ยอมบีบคอดับคาพงหญ้า

สาวโรงแรม ฝ่าสายฝนออกทำงานเช้ามืด ยืนรอรถเมล์เยื้องวัดศรีบุญเรือง คนร้ายลากเข้าพงหญ้าหลังป้ายรถเมล์หวังข่มขืน บีบคอดับ อนาถ ชาวบ้านล้อมจับทันควัน สารภาพดื่มเหล้าเงินหมด เดินมาขอเงินผู้ตายไม่ให้จึงลงมือทำร้าย ตำรวจแจ้ง 3 ข้อหาหนัก

(1ต.ค.) เวลา 09.30 น. ร.ต.อ.สมเจตน์ พลเหลา พนักงานสอบสวน (สบ1)สน.หัวหมาก รับแจ้งพบศพหญิงถูกทำร้ายเสียชีวิต ที่หลังป้ายรถเมล์ใกล้ซอยรามคำแหง 64 ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กทม. จึงรุดไปตรวจสอบพร้อม พล.ต.ต.สมวุฒิ วรรณพิรุณ ผบก.น.4 พ.ต.อ.มันทาร อภัยวงศ์ พ.ต.อ.ศักดิ์ภัท เชาวน์ลักษณ์สกุล พ.ต.อ.อาณัติ เกล็ดมณี รอง ผบก.น.4 พ.ต.อ.วัฒนา ยี่จีน ผกก.สน.หัวหมาก พ.ต.อ.ปกรณ์ กิตติวัฒน์ ผกก.สส.บก.น.4 พ.ต.ท.พิพัฒน์ เต็งถาวร สว.สส.สน.หัวหมาก ฝ่ายสืบสวนสน.หัวหมาก และ กก.สส.บก.น.4 เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) แพทย์รพ.ตำรวจ และอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

 ที่เกิดเหตุด้านหลังป้ายรถเมล์อยู่ตรงข้ามวัดศรีบุญเรือง ซึ่งเป็นป่ากระถิ่นเปลี่ยว เจ้าหน้าที่พบศพ น.ส.ศศิประภา วิงวอน อายุ 28 ปี  อยู่บ้านเลขที่ 5 หมู่ 6 ต.เวียงเหนือ อ.เวียงชัย จ.เชียงราย พนักงานต้อนรับโรงแรมเดวิด ย่านสุขุมวิท สภาพศพสวมเสื้อยืดสีเทาแขนสั้น ท่อนล่างเปลือย บริเวณลำคอมีรอยมือบีบจนเขียวช้ำ เบ้าตาซ้ายฟกช้ำ ห่างจากศพเล็กน้อยพบกระโปรงสั้นสีครีม โทรศัพท์มือถือ และร่มผู้ตายตกอยู่ บริเวณป้ายรถเมล์พบรองเท้า 1 ข้าง และยางรัด ของผู้ตายตกอยู่ และมีร่องรอยการต่อสู้

 สอบสวนนายบุญนำ พลสวัสดิ์ อายุ 63 ปี อาชีพเก็บของเก่าขาย กล่าวว่า ช่วงเช้าเวลา 06.00 น.ขณะที่ตนเดินหาของเก่าที่ป่ากระถิ่น ได้ยินเสียงผู้หญิงร้องขอความช่วยเหลือเสียงดังมาก มีเสียงกรีดร้องผิดปกติ จึงพยายามเดินทางตามเสียงเพื่อช่วยเหลือแต่ไม่พบ กระทั่งเดินออกมาที่ป้ายรถเมล์พบว่ามีคนนำศพผู้เสียชีวิตออกมาที่ป้ายรถเมล์แล้ว โดยใช้เสื้อแขนยาวปิดคลุมร่างกาย ขณะนั้นสังเกตเห็นคนร้ายร่างสันทัด ผิวดำ สวมกางเกงขาสั้นขาขาดรุ้งริ้งหลบหนีเข้าไปในป่า ตนจึงตะโกนร้องให้คนช่วยติดตาม แต่ก็ไล่ไม่ทัน

 เวลาต่อมานายสุทัศน์ ฟ้องเสียง อายุ 31 ปี แฟนผู้ตาย เดินทางมาดูศพพร้อมทั้งกล่าวทั้งน้ำตาว่า ตนกับผู้ตายทำงานเป็นพนักงานต้อนรับที่โรงแรมแห่งเดียวกัน โดยพักอยู่ที่อาพาร์ทเม้นท์ตรงข้ามที่เกิดเหตุ ซึ่งตนกับแฟนคบหากันมากว่า 1 ปี แฟนจะออกไปทำงานเวลา 05.00 น.ทุกวัน โดยปกติตนจะไปส่งที่ป้ายรถเมล์ประจำทุกวัน แต่เนื่องจากเมื่อคืนที่ผ่านมาตนเข้าเวรดึกออกเวรเช้ากลับมาไม่ทัน เมื่อกลับมาถึงห้องพบว่าแฟนปิดประตูห้องออกไปทำงานแล้ว ตนพยายามโทรหาหลายครั้งแต่ไม่มีใครรับสาย พยายามโทรหาเพื่อนที่ทำงานเพื่อน บอกว่าแฟนยังไม่ถึงที่ทำงาน

 นายสุทัศน์ กล่าวว่า ตนรู้สึกใจไม่ดีกลัวเกิดเรื่องร้ายกับแฟน จึงออกมาตามหาเมื่อข้ามสะพานลอยมาถึงที่เกิดเหตุสังเกตเห็นรองเท้าของแฟนตกหล่นอยู่ที่ป้ายรถเมล์ เมื่อมองไปในป่ากระถิ่นห่างจากป้ายรถเมล์ประมาณ 5 เมตร ยิ่งตกใจเพราะเห็นร่มแฟนตกอยู่ในป่า เชื่อว่าต้องเกิดเหตุร้ายกับแฟน จึงตะโกนเรียกให้คนละแวกดังกล่าวช่วยตามหาแฟน จากนั้นตนรีบไปแจ้งตำรวจที่ป้อมห่างจุดเกิดเหตุ 50 เมตร เมื่อย้อนกลับมาที่ป้ายรถเมล์พบว่าชาวบ้านที่ช่วยตามหานำศพแฟนมาวางที่ป้ายรถเมล์แล้ว

 "เมื่อเห็นศพแฟนผมถึงกับเข่าอ่อนทำอะไรไม่ถูกจริงแล้ววันนี้นัดกันว่าจะพาแฟนไปพบพ่อกับแม่ผมที่ย่านดอนเมือง มีโครงการหมั้นหมายแต่งงานกันเร็วๆนี้ แต่มาเกิดเหตุร้ายเสียก่อน ผมรู้สึกเสียใจที่มาไม่ทันส่งแฟนไปทำงาน ปล่อยให้มาขึ้นรถเมล์เพียงลำพังจนเกิดเหตุร้ายขึ้น"นายสุทัศน์ กล่าวทั้งน้ำตา
 
 ด้านนายสมชาย สืบเทศ พยานที่เห็นเหตุการณ์เล่าว่า ขณะแฟนผู้ตายร้องตะโกนให้คนช่วยตามหา เนื่องจากเจอรองเท้าตกอยู่ ตนได้ถือจอบ 1 อัน เพื่อเป็นอาวุธตามหาคนร้ายตามร่องรอยเข้าไปในป่าเกือบ 20 เมตร ก็เจอคนร้ายทำอะไรผู้ตายอยู่ สังเกตเห็นศรีษะผู้ตายจมอยู่ในบ่อน้ำ ตนก็ตะโกนบอกว่าให้หยุด ตนก็พยายามต่อสู้กับคนร้าย คนร้ายทำท่ายึกยักแล้ววิ่งหลบหนี ตนรีบไปดูผู้ตายพบว่าตั้งแต่ศรีษะถึงลำตัวอยู่ในน้ำ ท่อนล่างเปลือย จึงอุ้มร่างมาที่ป้ายรถเมล์ ตอนแรกคิดว่าไม่ตายเพื่อให้คนช่วยอีกทีปรากฎว่าเสียชีวิตแล้ว แล้วเอาเสื้อแจ๊คเก็ตของตนที่ป้ายรถเมล์มาปิดท่อนล่างของผู้ตายไว้  

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างเจ้าหน้าที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุได้มีชาวบ้านมามุงดูหลายร้อยคน ต่างสาปแช่งด่าทอคนร้ายที่ก่อเหตุ ต่อมามีชาวบ้านแจ้งว่าพบผู้ต้องสงสัยวิ่งเข้าไปภายในซอยรามคำแหง 64 เจ้าหน้าที่ตำรวจระดมสายสืบและสายตรวจ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็งตึ๊ง มูลนิธิสยามรวมใจ และชาวบ้าน เข้าปิดล้อมโดยรอบที่เกิดเหตุ โดยใช้เวลา 30 นาที สามารถจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุไว้ได้ชื่อ นายสุวิทย์ บุญไพโรจน์ อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 68 หมู่ 6 ต.หนองกินเพล อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี พนักงานส่งสินค้าให้กับห้างสรรพสิ้นค้าโฮมโปร ย่านรามคำแหง ได้ที่ห้องฟิตเนต หมู่บ้านภัคภิรมย์ ซอยรามคำแหง 64/1  พร้อมนำผู้ต้องหามาสอบปากคำที่สน.หัวหมาก เพราะเกรงว่าหวั่นจะถูกชาวบ้านรุมประชาทัณฑ์

 สอบสวนนายสุวิทย์ รับสารภาพว่า ได้ลงมือบีบคอฆ่าผู้ตายจริงแต่ไม่ได้ข่มขืนเพียงแต่ใช้นิ้วมือแหย่เข้าอวัยวะเพศ ก่อนก่อเหตุตนเดินมาที่ป้ายรถเมล์ เห็นผู้ตายนั่งอยู่ที่ป้ายรถเมล์เพียงลำพังและมีฝนตกพรำๆ และตั้งใจเข้าไปขอเงินผู้ตายเพื่อจะไปหาแฟนที่รัชดาฯ ผู้ตายไม่ให้ตนจึงตะคอกใส่ผู้ตายว่าจะให้ดีๆหรือจะให้ใช้กำลัง ตอนนั้นผู้ตายพยายามต่อสู้ขัดขืน ตนจึงผลักผู้ตายล้มลง แล้วลากเข้าป่าหลังป้ายรถเมล์  ตนต่อยเข้าที่ใบหน้าบีบคอ ผู้ตายยังดิ้นพยายามต่อสู้โดยใช้เล็บข่วนที่ลำคอ ตนจึงบีบคอจนผู้ตายแน่นิ่ง แล้วล้วงเอาเงินผู้ตาย120บาท

 "ผมไม่อยากให้คนรู้ว่าฆ่าผู้ตายเพราะชิงเงินเพียง 120 บาทจึงตัดสินใจถอดกระโปรงผู้ตายออกแล้วใช้นิ้วมือแหย่เข้าอวัยวะเพศทำให้เหมือนข่มขืน แต่ตอนนั้นข่มขืนไม่ได้เพราะอวัยวะเพศไม่แข็ง หลังก่อเหตุพบว่ามีคนมาเห็นจึงรีบไปที่ห้องพักหลังโฮมโปร ห่างจุดเกิดเหตุประมาณ 1 กิโลเมตร เพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าที่จะหลบหนี หลังเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วผมก็มาเดินวนเวียนใกล้ที่ก่อเหตุ แต่มีคนจำหน้าผมได้และล้อมจับในที่สุด"นายสุวิทย์ กล่าว 

 พ.ต.อ.วัฒนา กล่าวว่า แจ้งข้อหากับนายสุวิทย์ 3 ข้อหาคือ ชิงทรัพย์ผู้อื่น ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และพยายามข่มขืนกระทำชำเราหญิงอื่นที่มิใช่ภรรยาตน อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะรอผลตรวจพิสูจน์จากแพทย์ว่ามีคราบอสุจิ หรือร่องรอยการถูกข่มขืนหรือไม่ หากมีจะแจ้งข้อข่มขืน เพิ่มเติมต่อไป
 
 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังถูกจับกุมนายสุวิทย์ ให้การรับสารภาพและรู้สึกผิดร้องห่มร้องไห้กับการที่ทำลงไป โดยบอกว่าทำไปเพราะความเมา เนื่องจากดื่มเหล้าตั้งแต่เมื่อคืนจนถึงเช้า เงินก็หมด อยากไปหาแฟนที่รัชดาฯจึงได้หลงผิดชั่ววูบก่อเหตุดังกล่าว  นอกจากนี้ชาวบ้านบอกว่าป้ายรถเมล์ดังกล่าวด้านหลังเป็นป่าทึบ และมีสักกะสีล้อมรอบมีชาวบ้านที่มารอรถเมล์ถูกกระชากกระเป๋ามาแล้ว 3-4 ราย