ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 20 กันยายน "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี คว้าชัยเกมแห่งศักดิ์ศรี "ลอนดอน ดาร์บี้แมทช์" ได้สำเร็จ หลังเปิดสนามสแตมฟอร์ด บริดจ์ ไล่ต้อนชนะ "ไก่เดือยทอง" สเปอร์ส 3-0 โดยเจ้าถิ่นได้ทั้ง 3 ประตูจากฝีเท้าของ แอชลีย์ โคล นาที 32, มิชาเอล บัลลัค นาที 58 และ ดิดิเยร์ ดร็อกบา นาที 63 ส่งผลให้ เชลซี ยังคงรั้งตำแหน่งจ่าฝูงอย่างเหนียวแน่น มี 18 คะแนนเต็ม หลังเก็บชัยชนะได้ถึง 6 เกมรวด ขณะที่ สเปอร์ส ต้องพบกับความปราชัยเป็นนัดที่ 2 ติดต่อกัน แต่ยังคงอยู่ในกลุ่มหัวแถวอันดับ 5 มี 12 แต้มเท่าเดิม
หลังจบเกม "คาร์เลตโต" คาร์โล อันเชลอตติ กุนซือ "สิงโตน้ำเงินคราม" กล่าวชื่นชมฟอร์มการเล่นของลูกทีมทุกคนที่ช่วยกันพาทีมเก็บชัยชนะได้อีกหนึ่งนัด ส่งผลให้
เชลซี สามารถทำผลงานในช่วงออกสตาร์ทฤดูกาลนี้ได้อย่างยอดเยี่ยมเหลือเกิน
"พวกเราทำผลงานได้ดีมาก จึงทำให้
เชลซี สามารถเก็บชัยชนะได้อย่างต่อเนื่อง แต่ทว่าเส้นทางการลุ้นแชมป์ยังไม่ถึงจุดสิ้นสุด แถมยังเหลือระยะทางอีกไกลมาก ดังนั้นพวกเราจำเป็นต้องพยายามรักษาฟอร์มการเล่นแบบนี้เอาไว้ให้ได้"
ด้าน แฮร์รี เรดเนปป์ กุนซือ "ไก่เดือยทอง" กล่าวตำหนิการทำหน้าที่ของ โฮเวิร์ด เวบบ์ ผู้ตัดสินนัดนี้ที่ไม่ยอมเป่าลูกจุดโทษให้ทีมของเขาในช่วงครึ่งหลัง ทั้งๆ ที่ ริคาร์โด คาร์วัลโญ กองหลังเจ้าถิ่นทำฟาวล์ ร็อบบี คีน ลูกทีมของเขาในกรอบเขตโทษอย่างชัดเจน ส่งผลให้ สเปอร์ส ต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ไปแบบยับเยินทันที
ขณะที่ "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด สามารถเก็บชัยชนะในศึกแห่งศักดิ์ศรี "แมนเชสเตอร์ ดาร์บี้แมทช์" ได้แบบหวุดหวิด หลังเปิดสนามโอลด์ แทรฟฟอร์ด เฉือนชนะ "เรือใบสีฟ้า" แมนฯ ซิตี้ คู่ปรับร่วมเมืองเดียวกัน 4-3 โดยเจ้าถิ่นเป็นฝ่ายได้ประตูขึ้นนำไปก่อนถึง 3 ครั้งจากฝีเท้าของ เวย์น รูนีย์ นาที 2 และ ดาร์เรน เฟลทเชอร์ คนเดียว 2 ลูก นาที 49, 80 แต่ทว่าทีมเยือนกลับฮึดสู้ไล่ตามตีเสมอได้ถึง 3 ครั้งเหมือนกันจากฝีเท้าของ แกเร็ธ แบร์รี นาที 16 และ เครก เบลลามี นาที 50, 90 ก่อนที่ ไมเคิล โอเว่น หัวหอกตัวสำรองจะสวมบท "ซูเปอร์ซับ" ยิงประตูชัยให้เจ้าบ้านในช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาทีสุดท้ายที่มีการทดเวลาออกไปนานถึง 6 นาทีเลยทีเดียว ส่งผลให้ "ปีศาจแดง" สามารถยัดเยียดความปราชัยให้ "เรือใบสีฟ้า" เป็นนัดแรกของฤดูกาลนี้ได้สำเร็จ แถมยังคงรั้งตำแหน่งรองจ่าฝูงเหมือนเดิม แข่ง 6 นัด มี 15 คะแนน ส่วน แมนฯ ซิตี้ อยู่อันดับ 4 มี 12 แต้ม
หลังจบเกม "เฟอร์กี้" เซอร์อเลกซ์ เฟอร์กูสัน กุนซือ "ปีศาจแดง" กล่าวว่า รู้สึกโล่งใจเป็นอย่างมาก หลังลูกทีมของเขาเป็นฝ่ายเก็บชัยชนะจากเกมนัดนี้ได้สำเร็จ แถมยังแสดงความเชื่อมั่นว่า ไมเคิล โอเว่น หัวหอกตัวสำรองผู้เป็น "ฮีโร่" ซัลโวประตูชัยในเกมนัดนี้ได้กลับคืนสู่ฟอร์มเก่งได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
"มันเป็นเกมที่ทำให้ผมรู้สึกอึดอัดใจเป็นอย่างมาก เพราะเรามีโอกาสเป็นผู้ชนะด้วยสกอร์ขาดลอยหลายลูก แต่เรากลับเป็นฝ่ายทำผิดพลาดอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งส่งผลกระทบต่อรูปเกมของเราแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่สุดท้ายศึกดาร์บี้แมทช์นัดนี้ได้กลายเป็นเกมที่ดีที่สุดนัดหนึ่งก็ว่าได้ ขณะที่ ไมเคิล โอเว่น สามารถกลับคืนสู่ฟอร์มเก่งได้สำเร็จ หลังทำผลงานในช่วงฝึกซ้อมได้ยอดเยี่ยมอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้ผมรู้สึกมั่นใจว่า ฝีเท้าของเขาไม่ได้เป็นรองกองหน้าระดับโลกคนอื่นๆ เลยแม้แต่น้อย"
ด้าน มาร์ค ฮิวจ์ส กุนซือ "เรือใบสีฟ้า" กล่าวชื่นชอบฟอร์มการเล่นของลูกทีมทุกคนที่ช่วยกันฮึดสู้ ก่อนเป็นฝ่ายไล่ตามตีเสมอเจ้าถิ่นได้ถึง 3 ครั้ง แต่รู้สึกผิดหวังการทำหน้าที่ของ อลัน ไวลีย์ ผู้ตัดสินที่ 4 ซึ่งได้บอกให้ มาร์ค แอตกินสัน กรรมการในสนามทดเวลาบาดเจ็บเพิ่มเติมออกไปอีกให้เกิน 4 นาที เพราะเห็นว่าลูกทีมของเขาใช้เวลาเฉลิมฉลองลูกยิงตีเสมอในช่วงนาทีสุดท้ายนานเกินไป จึงทำให้เขารู้สึกผิดหวังกับสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมาก
"เราสามารถทำผลงานได้ดีมาก หลังเป็นฝ่ายไล่ตามตีเสมอได้ถึง 3 ครั้ง แต่น่าเสียดายที่เราต้องเป็นฝ่ายเสียประตูในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ เพราะผู้ตัดสินได้ทำในสิ่งที่ผิดพลาด หลัง อลัน ไวลีย์ ซึ่งเป็นผู้ตัดสินที่ 4 ได้บอกให้ มาร์ค แอตกินสัน กรรมการในสนามทดเวลาเพิ่มเติมออกไปอีก เพื่อชดเชยเวลาที่เรากำลังเฉลิมฉลองลูกยิงตีเสมอ 3-3 เราได้ใช้เวลาในการดีใจไปเพียงแค่ 45 วินาทีเท่านั้น แต่ทว่าผู้ตัดสินกลับมีการทดเวลาเพิ่มเติมออกไปนานมาก ทั้งๆ ที่มันไม่ควรจะเป็นแบบนั้นเลย"
ส่วนผลคู่อื่น "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" เอฟเวอร์ตัน เปิดถิ่นกูดิสัน ปาร์ค เป็นฝ่ายถล่มชนะ "กุหลาบไฟ" แบล็คเบิร์น 3-0 โดยเจ้าบ้านได้ทั้ง 3 ประตูจากฝีเท้าของ หลุยส์ ซาฮา คนเดียว 2 ลูก นาที 22, 54 และ โจเซฟ โยโบ นาที 58 ขณะที่ "หมาป่า" วูล์ฟแฮมป์ตัน เปิดรังโมลินิวซ์ สเตเดี้ยม เฉือนชนะ "เจ้าสัวน้อย" ฟูแล่ม 2-1 โดยเจ้าบ้านได้ประตูจากฝีเท้าของ เควิน ดอยล์ นาที 18 และ เดวิด เอดเวิร์ดส นาที 50 ส่วนทีมเยือนตีไข่แตกได้จาก แดนนี เมอร์ฟีย์ จุดโทษ นาที 66
ปิดท้ายด้วยความเคลื่อนไหวก่อนเกมศึกฟุตบอลถ้วย คาร์ลิ่ง คัพ รอบ 3 ในคืนวันอังคารที่ 22 กันยายนนี้ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ทีมดังในพรีเมียร์ลีก บุกเยือน เอลแลนด์ โรด ของ "ยูงทอง" ลีดส์ ยักษ์ตกอับจากลีก วัน ช่อง 7 ถ่ายทอดสด เวลา 01.45 น. นัดนี้ทีมเยือนเตรียมพักนักเตะหลักอย่าง เจมี คาร์ราเกอร์, เกลน จอห์นสัน, ฮาเบียร์ มาสเชราโน, เฟอร์นันโด ตอร์เรส และ สตีเวน เจอร์ราร์ด แล้วใช้นักเตะสำรอง อาทิ โซติริออส คีร์เกียกอส, ฟาบิโอ ออเรลิโอ, อันเดรีย ดอสเซนา, ดาวิด เอนก็อก, อังเดร โวโรนิน และ ไรอัน บาเบิล เป็นตัวจริง
ด้าน ไซมอน เกรย์สัน กุนซือเจ้าถิ่นเตรียมใช้งานผู้เล่นตัวหลักจากเกมลีก วัน นัดที่เพิ่งเปิดบ้านถล่มชนะ จิลลิงแฮม 4-1 ส่งผลให้ 3 ประสานในแดนหน้าอย่าง โรเบิร์ต สน็อดกราสส์, ลูเซียโน เบคชิโอ และ เจอร์เมน เบ็คฟอร์ด พร้อมยืนล่าตาข่ายร่วมกันเหมือนเดิม
ขณะที่ "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล อีกหนึ่งยักษ์ใหญ่ของพรีเมียร์ลีก เปิดเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม พบ "เดอะแบ็กกี้ส์" เวสต์บรอมวิช ทีมจ่าฝูงลีกแชมเปี้ยนชิพ นัดนี้ อาร์แซน เวนเกอร์ กุนซือปืนใหญ่ จะใช้เด็กดาวรุ่งตามนโยบาย ทำให้ วิโต มานโนเน, คีแรน กิบบ์ส, อาร์กมองด์ ตราโอเร, อเลกซานเดอร์ ซง, นาเซอร์ บาราซิเต้, ฟราน เมริดา, อารอน แรมซีย์ และ แจ็ค วิลเชียร์ พร้อมลงเล่นป็นตัวจริง
ด้าน โรแบร์โต้ ดิ มัตเตโอ กุนซือทีมเยือนพร้อมส่งผู้เล่นตัวหลักอย่าง สกอตต์ คาร์สัน, เฌอโรม โธมัส, คริส บรันท์, ลุค มัวร์ และ โรมัน เบดนาร์ ลงเล่นเป็นตัวจริงเหมือนเดิม
ส่วนโปรแกรมคู่อื่น ซันเดอร์แลนด์ พบ เบอร์มิงแฮม, ปีเตอร์โบโร พบ นิวคาสเซิล, บาร์นสลีย์ พบ เบิร์นลีย์, สคันธอร์ป พบ ปอร์ทเวล, สโต๊ค พบ แบล็คพูล, คาร์ไลส์ พบ ปอร์ทสมัธ, ฟอเรสต์ พบ แบล็คเบิร์น, โบลตัน พบ เวสต์แฮม