ทำเอาบรรดากลุ่มอนุรักษ์เกิดทุกข์ใจขึ้นมา ด้วยเกรงว่าชาวบ้านจะเกิดความกลัวเกรงนกแสกจนเกินกว่าเหตุ ออกมาขับไสไล่ส่งหรือทำร้ายจนนกแสกเดือดร้อน และถ้าเป็นเช่นนั้นจริง รับรองว่าผู้เดือดร้อนก็คือ “คนครับ” โดยเฉพาะเกษตรกร เพราะนกแสกเป็นนกนักล่าและเหยื่อที่สำคัญของเขาก็คือ “หนู” ฉะนั้นนกแสกจึงเป็นมิตรที่ดีของชาวบ้าน ชาวไร่ ชาวนา เพราะกำจัดศัตรูพืชได้โดยไม่ต้องสั่ง ไม่ต้องจ้าง ขออย่าทำร้ายเขาก็แล้วกัน ขนาดว่าชาวสวนปาล์มทางใต้ต้องปล่อยนกแสกไว้ในสวนเพื่อกำจัดหนู ศัตรูผู้มากัดกินผลปาล์ม ยอดปาล์มอ่อน ฯลฯ
แต่ก่อนข่าวเหล่านี้มีข่าวใหญ่หน้าหนึ่งอีกเช่นกัน ผมนำมาเล่าสู่กันฟังไม่ทัน มันเป็นข่าวเกี่ยวกับ “ลิง” ครับ
จากเดิมที่ลิงลพบุรีจะอยู่ จะหากินกันตามพื้นราบ ถนน ทางเท้า ซึ่งก็ผิดธรรมชาติอยู่แล้ว นับวันลิงที่นี่ก็เปลี่ยนไปอยู่บนที่สูงตามหลังคาบ้านเรือนมากขึ้นเรื่อยๆ การใช้ชีวิตของฝูงลิงก็จำเป็นต้องกระโดดหรือเคลื่อนที่ด้วยการกระโดดตลอดเวลาจนเกิดปัญหาเป็น “โรคไส้เลื่อน” จำนวนมากดังที่เป็นข่าว!!!
คำสัมภาษณ์จากสกู๊ปหน้า 1 เดลินิวส์ ซึ่งก่อนหน้านี้มีข่าวว่าลิงลพบุรีเป็นโรคไส้เลื่อนกว่า 70 เปอร์เซ็นต์!!!
โดยทั่วไปโรคไส้เลื่อนมักพบกับสัตว์เพศผู้ จัดเป็นชนิด “ไส้เลื่อนถุงอัณฑะ” หรือ “ไส้เลื่อนช่องขาหนีบ” เกิดจากเดิมทีเมื่อสัตว์เพศผู้ยังเป็นทารก อัณฑะจะอยู่ในช่องท้อง เมื่อโตขึ้นจนวัยเด็กรุ่นๆ เจ้าอัณฑะทั้ง 2 ข้างจะเคลื่อนลงสู่ถุงอัณฑะผ่านทางช่องออกมาตามร่องตรงขาหนีบไหลลงสู่ถุงอัณฑะ จากนั้นช่องดังกล่าวก็จะตีบหรือรัดตัวลงจนอัณฑะไม่อาจเคลื่อนกลับช่องท้องอีก ทำให้เราเห็นห้อยโทงเทงอยู่ข้างนอก
ลิงที่ป่วยโรคไส้เลื่อนจะมีช่องที่อัณฑะออกมานี้เปิดถ่างค้างอยู่เป็นเหตุให้ส่วนของลำไส้สามารถเลื่อนไหลตามอัณฑะออกมาคาอยู่ในช่องผ่านดังกล่าว หรือที่รุนแรงไหลลงไปกองอยู่ตุงถุงอัณฑะ ทำให้มองเห็นจากภายนอกว่าถุงอัณฑะบวมโต ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ
ลิงที่มีไส้เลื่อนจึงอาจเป็นได้ทั้ง ขา(หนีบ)ใหญ่ หรือ ไข่ใหญ่ ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง จะพบว่าส่วนของลำไส้ที่เลื่อนออกมาอยู่ผิดที่ผิดทางจะขาดเลือดหล่อเลี้ยง เพราะการอัดตัวของลำไส้ในถุงอัณฑะหรือบริเวณโป่งนอกช่องท้อง จะขัดขวางการไหลเวียนของเลือดที่มาเลี้ยงลำไส้ตามปกติทีละน้อย จนอุดตันและขาดเลือด รวมถึงเศษอาหารในลำไส้ถูกกักอยู่ในส่วนที่เลื่อนออกมาจนเป็นเหตุให้มิอาจจับออกนอกร่างกายได้ตามปกติ เกิดทางเดินอาหารอุดตัน สัตว์ถึงตายในที่สุด
สาเหตุตามธรรมชาติพบว่า ไส้เลื่อนมีสาเหตุจากอุบัติเหตุหรือการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง เช่น ตกจากที่สูง ถูกรถชน กัดกัน ฯลฯ หรือเป็นมาแต่กำเนิด โดยสามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมทำให้ช่องทางเคลื่อนของอัณฑะไม่ปิดตัวลง เพราะกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อโดยรอบอ่อนแอไม่กระชับตัวบีบเข้ามาจนช่องดังกล่าวถูกปิดลง
นี่ถ้าลิงลพบุรีกว่า 3 ใน 4 เป็นไส้เลื่อนด้วยสาเหตุจากการกระโดดโลดเต้น ต้องปีนป่ายที่สูงจริงดังข่าวแล้วละก็ ท่านผู้อ่านคิดว่า “ลิง” ในที่อื่นๆ ทั่วประเทศนี้ที่ใช้ชีวิตหากินตามธรรมชาติของลิงคือต้องกระโดด ปีนป่ายต้นไม้และที่สูงเพื่อหากินเป็นหลัก มากกว่าเดินดินหากิน คงต้องประสบปัญหาเป็น “โรคไส้เลื่อน” ให้เห็นโตงเตงกันทั่วบ้านทั่วเมืองเกลื่อนไปหมดแล้วหรือครับ??
ปานเทพ รัตนากร