แหล่งข่าวกระทรวงพลังงานเปิดเผยว่า ขณะนี้กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) กำลังศึกษาแนวทางจัดตั้งองค์กรบริหารจัดการเชื้อเพลิงชีวภาพแบบองค์กรเอกชน เพื่อบริหารจัดการพลังงานเชื้อเพลิงชีวภาพ โดยเฉพาะเอทานอลและไบโอดีเซลครบวงจร ตั้งแต่การปลูก บริโภค นำมาใช้เป็นพลังงาน ส่งออก นำเข้า และการปฏิบัติตามนโยบายรัฐบาล ซึ่งเตรียมเสนอของบประมาณปี 2554 วงเงิน 3-5 ล้านบาท จ้างบริษัทที่ปรึกษาร่างกฎหมายเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ขององค์กร
ทั้งนี้ หากศึกษาเสร็จ จะเสนอ รมว.พลังงานพิจารณาและเสนอ ครม.เพื่อออก พ.ร.บ.โอนอำนาจหน้าที่หน่วยงานราชการมาไว้ที่องค์กรบริหารจัดการเชื้อเพลิงชีวภาพ และให้องค์กรดังกล่าวมีอำนาจหารายได้เองอีกด้วย ซึ่งอาจจะเก็บเงินจากการนำเข้าหรือส่งออกน้ำมันปาล์ม
“การโอนอำนาจจะช่วยให้การบริหารจัดการเอทานอลและไบโอดีเซลสะดวกรวดเร็ว และวางแผนระยะยาวได้ เช่นเดียวกับ บราซิลและมาเลเซีย ซึ่งส่วนใหญ่จะตั้งเป็นองค์กรมหาชน เพื่อง่ายต่อการควบคุมทิศทางปริมาณและราคาเอทานอลและไบโอดีเซลทั้งระบบ” แหล่งข่าวกล่าว
นายณอคุณ สิทธิพงศ์ รองปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวหลังประชุมร่วมเครือข่ายสหกรณ์แท็กซี่เพื่อกำหนดแนวทางติดตั้งเอ็นจีวี 3 หมื่นคัน ว่า แนวทางดำเนินการจะยึดหลักการมีส่วนร่วม โปร่งใส และตรวจสอบได้ โดยจะให้ผู้แทนแท็กซี่มีส่วนร่วมการยกร่างประกาศเชิญชวน (ทีโออาร์) ซึ่งมีคณะกรรมการยกร่าง 5 คน มาจากหน่วยงาน จึงเชื่อมั่นว่าจะสร้างความโปร่งใส และป้องกันการล็อกสเปก