วันพฤหัสบดีที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2553

คม ชัด ลึกก้าวสู่ปีที่ 9

จดจำผู้เข้าใช้ ลงทะเบียนใหม่ ? ลืมรหัสผ่าน?

การเมือง

วันศุกร์ที่ 11 กันยายน 2552

ส่งต่อ ส่งต่อให้ผู้อื่น พิมพ์ พิมพ์ข่าวหน้านี้ ขนาดตัวอักษร Reset

"มาร์ค"หลังพิงฝา -พึ่ง"พันธมิตรฯ"

    คมชัดลึก : เกิดแรงกระเพื่อมตามมาทันทีหลังจาก "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" นายกรัฐมนตรี สั่งเชือดแม่ทัพสีกากี พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร.มานั่งตบยุงในสำนักนายกรัฐมนตรี ก่อนที่เจ้าตัวจะชิงยื่นใบลาออกทันควันเพื่อแก้เกมกลับ

     เมื่อ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดทั้งอาญาและวินัยร้ายแรง ในคดีสั่งสลายการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2551

     ทำเอาแวดวงสีกากีออกอาการพล่านจนนอตหลุด เมื่อ พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.น.ออกมาไล่บดขยี้ ป.ป.ช.ทันที

     “หากในอนาคตอันใกล้นี้ มีกลุ่มผู้ชุมนุมมาชุมนุมปิดล้อมสถานที่ราชการ ปิดล้อมทำเนียบรัฐบาล หรือไปปิดล้อม ป.ป.ช.เอง แล้วมีท่าทีจะก่อความวุ่นวายใช้รั้วลวดหนาม ใช้ยางรถยนต์ ใช้น้ำมันราดพื้น ใช้กุญแจไปปิดคล้องประตูสถานที่ราชการ ขู่ว่า ฆ่ามัน ฆ่ามัน ถามว่า ป.ป.ช.จะให้ตำรวจทำได้แค่ไหน"

     แถมยังมีการปลุกให้ตำรวจแข็งข้อ โดย พล.ต.อ.สุวรรณ สุวรรณเวโช อดีตผู้ช่วย ผบ.ตร.และอดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ

     นี่เป็นแรงสะท้อนกลับโดยพลันกับท่าทีของแวดวงสีกากี ยิ่งในยามศึกประชิดตัวเมื่อ "กลุ่มคนเสื้อแดง" ประกาศชุมนุมในวันที่ 19 กันยายน เพื่อประกาศจุดแตกหักกับรัฐบาล

     เหตุการณ์สุ่มเสี่ยงที่จะนำไปสู่ความรุนแรงก็มีแนวโน้มความเป็นไปได้สูง เมื่อตำรวจจงใจใส่เกียร์ว่าง ซึ่งเห็นได้จากช่วงที่ "รัฐบาลอภิสิทธิ์" เข้ามาบริหารประเทศใหม่ๆ

     ที่ยังมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจงใจใส่เกียร์ว่าง จนเกิดเหตุกลุ่มเสื้อแดงตามประชิด ขับไล่ "อภิสิทธิ์" หลายครั้งในการลงพื้นที่ และเหตุการณ์ที่ "อภิสิทธิ์" ฝังใจมาโดยตลอด คือ การบุกทุบรถขณะติดแยกไฟแดงที่พัทยาและที่กระทรวงมหาดไทย จนเกือบเอาชีวิตไม่รอด

     นี่จึงทำให้ "อภิสิทธิ์" ไม่ไว้ใจตำรวจตั้งแต่ต้น เพราะเมื่อไล่เรียงดูเป็นรายตัวแล้ว ล้วนเป็นค่ายสีแดงแทบทั้งสิ้น

     ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ "หนุ่มมาร์ค" อาศัยช่วงจังหวะที่ พล.ต.อ.พัชรวาท โดนมรสุมในช่วงบั้นปลายชีวิตก่อนเกษียณ ในการจัดทัพสีกากีครั้งใหม่ เพื่อให้เกิดความมั่นใจมากขึ้นในการบริหารประเทศ ท่ามกลางความขัดแย้งที่เกิดขึ้น

     จนทำให้ปัญหาการแต่งตั้ง ผบ.ตร.คนใหม่ จึงเหมือนเป็น "ฟางเส้นสุดท้าย" ทำให้ "อภิสิทธิ์" ต้องตัดสินใจเลือกข้างมากขึ้น

     เพราะ "อภิสิทธิ์" มั่นใจมาโดยตลอดว่าเหตุการณ์ผ่านนาทีเฉียดตายที่กระทรวงมหาดไทย มี "บิ๊กสีกากี" อยู่เบื้องหลัง

     นี่จึงเป็นเหตุผลที่ "อภิสิทธิ์" ต้องหาคนที่ไว้ใจได้มาทำงาน

     แต่ปัญหาที่จะตามมาหลอกหลอนรัฐบาลคงหนีไม่พ้น "กลุ่มคนเสื้อแดง" ที่เตรียมขยายปมนี้ เพื่อหวังผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง

     ยิ่งในยามที่ตำรวจเลือดสีแดง เกิดการเกลียดชังรัฐบาล ยิ่งสุ่มเสี่ยงอย่างยิ่งต่อการนำไปสู่ความขัดแย้งอย่างรุนแรงรอบใหม่ในสังคมไทย

     นั่นเพราะจากการ "ส่งสัญญาณ" ของผู้ที่ต้องรักษากฎหมาย พยายามแสดงให้เห็นถึงแสนยานุภาพของตำรวจ ไม่ว่าจะเป็นความเคลื่อนไหวของสมาคมตำรวจ รวมถึงการแถลงข่าวที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล ไม่พอใจต่อมติของป.ป.ช. รวมถึงการออกมาข่มขู่

     เพื่ออ้างความชอบธรรมในการจงใจใส่เกียร์ว่าง ในการชุมนุมของคนเสื้อแดงวันที่ 19 กันยายนนี้ ด้วยข้ออ้างเกรงกลัวต่อการกระทำผิดกฎหมาย ซ้ำรอย "เหตุการณ์ 7ตุลาเลือด"

     นี่จึงเป็นช่องว่างให้กลุ่มฉกฉวยโอกาสทางการเมืองเข้ามาสร้างสถานการณ์ในช่วงที่รัฐบาลเกิดช่องว่ากับ "สีกากี"

     บวกกับท่าทีของ "แม่ทัพสีเขียว" อย่าง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม พี่ชายแท้ๆ ของ พล.ต.อ.พัชรวาท ที่ออกอาการเคืองหลังจาก "น้องชาย" ถูกเล่นงาน

     จึงต้องจับตาท่าทีของ "สีเขียวอมน้ำเงิน" ที่เป็นการผนึกกำลังระหว่างสีกากี สีเขียว และสีน้ำเงิน จนกลายเป็น "กลุ่มอำนาจใหม่" ในรัฐบาล

     ดังนั้นจึงต้องจับตาอย่ากะพริบเด็ดขาด เมื่อปัญหาทั้งหมดเข้ามาผสมโรงกันอาจจะเกิดการจุดไฟให้เกิดความรุนแรงขึ้น เพื่อทดสอบตำรวจและข้อกฎหมายของบ้านเมืองในยามที่ ป.ป.ช.ถูกบั่นทอนความน่าเชื่อถือด้วยข้อหาสองมาตรฐาน และถูกแต่งตั้งขึ้นมาจาก คมช.

     แม้รัฐบาลจะเตรียมหาทางออกด้วยการประกาศใช้ พ.ร.บ.รักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร เพื่อป้องปรามสถานการณ์โดยการสนธิกำลังตำรวจและทหาร แต่ทั้งหมดนี้จึงไม่อาจที่จะไว้วางใจได้

     ทั้งหมดนี้เหมือน "อภิสิทธิ์" จะรู้ความเคลื่อนไหวตั้งแต่ต้น จึงได้ดันให้ พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ เจ้าของสำนวนลอบยิงคดีสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำกลุ่มพันธมิตร ขึ้นเป็นรักษาการ ผบ.ตร.ก่อนที่จะพ้นวัยเกษียณ

     ซึ่งเหมือน "ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว" เพราะนอกจากจะสร้างความมั่นใจการคลี่คลายปมลอบยิงสนธิแล้ว ยังเป็นการกระชับความสัมพันธ์กับ "พลังสีเหลือง" ให้แนบแน่นมากขึ้น หลังจากที่จืดจางไประยะหนึ่ง
       และนี่...จึงเป็นหมากที่ "หนุ่มมาร์ค" วางไว้ หากถูกไล่ต้อนหวังล้มกระดานเหมือนช่วงสงกรานต์เลือด เพราะอย่างน้อยที่สุดยังเหลือพันธมิตร เพื่อนเก่า "พลังสีเหลือง" ให้พิงหลัง


    **บัญชา แข็งขัน**


    ข่าวที่เกี่ยวข้อง
    ความคิดเห็น

    คุณต้องเข้าสู่ระบบก่อนจึงจะสามารถแสดงความคิดเห็นได้หรือ สมัครสมาชิก