"แหล่งข่าว" ซึ่งเป็นนายตำรวจผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายของ สตช. กล่าวถึงการยื่นหนังสือขอลาออกของ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ว่า ตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 กำหนดเกี่ยวกับเรื่องการยื่นหนังสือลาออกไว้ว่า จะต้องยื่นล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน ที่สำคัญหนังสือลาออกจะมีผลสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อผู้บังคับบัญชาลงนามอนุมัติ
"ผู้บังคับบัญชาสูงสุดของตำรวจก็คือ นายกฯ ดังนั้นหากนายกฯยังไม่ลงนาม ก็ถือว่าหนังสือลาออกไม่มีผล" เขากล่าว
เขา กล่าวต่อว่า เมื่อหนังสือลาออกไม่ได้รับการอนุมัติ หากพัชรวาทหยุดงานไปเฉยๆ ก็เท่ากับขาดราชการ ซึ่งตามกฎหมายข้างต้น หากขาดงานเกิน 15 วันจะถือว่ามีความผิดวินัยร้ายแรงซึ่งมีโทษสูงสุด คือ ไล่ออกสถานเดียว
" ดังนั้นทางออกของพัชรวาท คือ จะต้องยื่นลาพักผ่อน ซึ่งเขามีสิทธิลาได้นานถึง 20 วัน ซึ่งก็จะกินเวลาไปถึงปลายเดือนพอดี ซึ่งผมเชื่อว่าสุดท้ายท่านก็คงต้องยื่นหนังสือลาพักร้อน"
เขา กล่าวต่อว่า เข้าใจว่าที่ พล.ต.อ. พัชรวาท ยื่นหนังสือลาออกในตอนแรก เพราะคิดว่าถ้าลาออกปกติจะมีโอกาสได้รับบำเหน็จบำนาญ แต่ถ้าโดนวินัยร้ายแรงตามมติ ป.ป.ช.และโดนไล่ออก ก็จะไม่มีสิทธิได้รับบำเหน็จบำนาญ
"เท่าที่ผมทราบ คนที่เคยถูก ปปช.ชี้ว่าผิดวินัยร้ายแรง สุดท้ายก็โดนไล่ออกกันทั้งนั้น" เขากล่าว และบอกอีกว่า ตามหลักแล้วแม้ว่าการลาออกของ พล.ต.อ. พัชรวาท จะสมบูรณ์ แต่เขาก็ต้องได้รับโทษจากกรณีที่ ปปช.ชี้ว่ามีความผิดวินัยร้ายแรงอยู่ดี
สำหรับโทษวินัยร้ายแรง มี 2 อย่าง คือ ปลดออก และไล่ออก ซึ่งถ้าเป็นการปลดออกจะมีสิทธิได้รับบำเหน็จบำนาญ แต่ถ้าโดนไล่ออกจะไม่ได้รับ