เมื่อเวลา 16.30 น.วันที่ 10 กันยายน พล.ต.ต.ภาณุ เกิดลาภผล รองผบช.น. พร้อมด้วย พ.ต.ท.พายัพ สมบูรณ์ สว.จร. สน.บึงกุ่ม และเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.บึงกุ่ม จำนวนหนึ่ง ได้ร่วมกันแถลงข่าวกรณีรถยนต์ยี่ห้อ ยาริส ทะเบียน ศอ 6000 กทม. ถูกสวมทะเบียน โดยสามารถจับกุมตัวผู้ครอบครองคันสวมทะเบียน ได้คือ นายก่อเกียรติ สุตัณวณิชกุล อายุ 35 ปี เจ้าของบริษัทสยามเพรส แอนด์มีเดีย อยู่บ้านเลขที่ 12/353 -4 ซ.รามคำแหง 120 แขวงสะพานสูง เขตสะพานสูง กทม.
พร้อมของกลางเป็น 1. ใบเสร็จรับเงินของกรมการขนส่งทางบก เลขที่ 51 /0003557 PC.NO.5219 ระบุรายละเอียด รถยนต์ เลขทะเบียน ศอ.-6000 ชื่อนางสาวศิริลักษณ์ ผ่องโชค 2. กรมธรรม์ประกันคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ เลขที่ TDJT08/13035334ชื่อผู้เอาประกันภัย คือนางสาวศิริลักษณ์ ผ่องโชค เลขตัวถัง MR 054HY9104011691 ลงวันที่ 17 กันยายน 2551 3.แผ่นป้ายแสดงกรมธรรม์ ประกันภัยคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ เลขกรมธรรม์ที่ TDJT 08/13035334 เลขทะเบียน ศอ 6000 กทม. เลขตัวถัง MR 054HY9104011691 ซึ่งเอกสารทั้งหมดพบภายในรถคันดังกล่าว
พ.ต.ท.พายัพ เปิดเผยว่า หลังจากเกิดเหตุดังกล่าวขึ้นเมื่อวันที่ 16 ก.ค. 2552 ที่ผ่านมากรณีทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่งเอกสารไปยังบ้านของน.ส.ศิริลักษณ์ เกี่ยวกับเรื่องการฝ่าสัญญาณไฟจราจร พบว่ามีความผิดพลาดเกี่ยวกับการสวมทะเบียน ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการสอบสวนจนทราบว่า รถยนต์ที่ฝ่าฝืนสัญญาณไฟนั้น น่าจะอยู่ในเขตพื้นที่สน.บึงกุ่ม และสน.บางชัน
ต่อมาเมื่อวันที่ 9 ก.ย. เวลา 17.00 น. ร.ต.อ.วรวัฒน์ ฤทธาพิพัฒน์ รองสว.งาน 2 กก.1 3บก.จร.1 กับพวกได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีรถโตโยต้า ยาริส สีแดง หมายเลขทะเบียน ศอ-6000 กทม.จอดอยู่ในบ้านเลขที่ดังกล่าว จึงได้ทำการตรวจสอบพบว่าบ้านหลังดังกล่าวเป็นบริษัทสยามเพรส แอนด์มีเดีย จึงได้เข้าไปตรวจสอบพบนายพิชัย มงคลเคหา อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 12/67 ซ.รามคำแหง 120 แขวงสะพานสูง เขตสะพานสูง ทำหน้าที่เฝ้าบ้าน และเป็นพนักงานขับรถของบ้านหลังดังกล่าว จากนั้นนายพิชัย ได้นำเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบภายในบ้าน พบรถยนต์โตโยต้า ยาริส สีแดง จอดอยู่เมื่อตรวจสอบภายในรถพบเอกสารของกลางดังกล่าว
จากการสอบสวนนายพิชัย เปิดเผยว่า ตนเป็นลูกจ้างของบริษัทดังกล่าวประมาณ 4 ปี โดยมีนายก่อเกียรติเป็นนายจ้าง ที่ผ่านมาเคยเห็นนายก่อเกียรติ ใช้รถยนต์หมายเลขทะเบียนดังกล่าว มาเป็นระยะเวลา 2 ปีตอนแรก ๆเห็นติดป้ายทะเบียน ศอ 6000 กทม. แต่ไม่ทราบว่ามีการถอดป้ายทะเบียนออกตอนไหน ทั้งนี้จากการสังเกตุ นายก่อเกียรติเป็นคนใช้รถคันดังกล่าวเพียงคนเดียว
ภายหลังการสอบสวน ตำรวจได้ทำการประสานไปยังนายก่อเกียรติ พร้อมเชิญตัวมาสอบสวน โดยนายก่อเกียรติให้การว่า ได้รับจำนำรถคันดังกล่าวมาจากนายพล และนายหม้อ ไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง มีการนัดส่งรถกันที่บริเวณร้านอาหารแยกศรีสมาน อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี โดยทั้งสองคนระบุว่ารถคันดังกล่าวเป็นรถที่หลุดจำนำจากบ่อน จ.ภูเก็ต สำหรับรถคันดังกล่าวมีสัญญาเช่าซื้อระหว่างธนาคารธนชาติ กับนายโชตนาการ แพนกุดเรือ อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 55/301 หมู่ 2 ต.วิชิต อ.เมือง จ.ภูเก็ต เป็นรถที่ขาดส่งไฟแนนซ์ โดยในการจำนำรถคันดังกล่าว ทางนายพลและนายหม้อ ได้นำสำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาบัตรประชาชน พร้อมกับโอนลอย และมีการเซ็นรับรองสำเนาอย่างถูกต้อง
นายก่อเกียรติ กล่าวอีกว่า ตอนแรกที่รับจำนำรถนั้นรถคันดังกล่าวได้ติดหมายเลขทะเบียน กฉ-8023 จ.ภูเก็ต ตนได้นำมาใช้ประมาณ 5 เดือน จึงรู้สึกไม่สบายใจกลัวว่าไฟแนนซ์จะมายึด เนื่องจากรถคันดังกล่าวติดไฟแแนนซ์ และรู้สึกไม่เต็มใจซื้อ เนื่องจากเพื่อนที่เป็นคนกลางขอให้ช่วยเหลือ โดยรับจำนำในราคา 200,000 บาท หลังจากนั้น 5 เดือน ตนได้โทรศัพท์ไปสอบถามกับนายพลและนายหม้อว่าจะมีการไถ่ถอนหรือไม่ เพราะกลัวไฟแนนซ์จะมายึด โดยนายพลและนายหม้อ บอกว่าไม่ไถ่ถอน แต่จะจัดการส่งป้ายทะเบียนมาให้ ต่อมานายพลและนายหม้อ ได้ส่งทะเบียนมาให้เป็นทะเบียนดังกล่าว
"ตอนที่ได้แผ่นป้ายทะเบียน พร้อมเอกสารมานั้น ผมไม่ได้สนใจว่าเป็นของใคร ไม่ได้คิดอะไร จึงได้เก็บเอกสารไว้ในรถ ปกติผมมีรถจำนวนหลายคันไว้ใช้ จึงคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไรตามมา หลังจากเห็นข่าวจึงรู้ทันทีว่าเกิดปัญหาแน่ เพราะเป็นทะเบียนรถคันเดียวกันกับที่ผมใช้ จึงตัดสินใจถอดป้ายทะเบียนออก และจอดรถคันดังกล่าวไว้ในบ้าน ไม่ได้ขับไปไหน เพราะคิดว่าเรื่องเงียบก็น่าจะจบ " นายก่อเกียรติ กล่าว
นายก่อเกียรติ กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาตนพยายามติดต่อไปหานายพลและนายหม้อ แต่ปรากฏว่าทั้งสองคนติดต่อไม่ได้ ตนจึงไม่รู้จะทำอย่างไร จึงเฉยๆ ไว้รอให้เรื่องเงียบอย่างเดียว สุดท้ายตำรวจก็สอบสวนมาจนเจอ เมื่อตำรวจโทรศัพท์ไปหาตน จึงมาแสดงตัวแต่โดยดีพร้อมหลักฐานทั้งหมด เพราะมีการจำนำรถคันดังกล่าวมาอย่างถูกต้อง ไม่ได้ทำธุรกิจผิดกฎหมายเรื่องนี้จะต้องต่อสู้กันไปตามกฎหมาย
ด้าน พล.ต.ต.ภาณุ กล่าวว่า รถคันดังกล่าว พบว่าชื่อผู้ครอบครองรถเป็นชื่อนายโชตินาการ เป็นรถที่ขาดส่งไฟแนนซ์กับธนาคารธนชาติมาแล้วหลายปี ทั้งนี้ทางผู้ต้องหาได้นำเอกสารหลักฐานมาแสดงครบถ้วนเป็นการเซ็นโอนลอย เอกสารสำคัญต่าง ๆทั้งหมด อย่างไรก็ตามในส่วนความผิดที่เกิดขึ้น เป็นความผิดฐานใช้เอกสารปลอม และใช้เอกสารราชการปลอม จึงได้ประสานพนักงานสอบสวน สน.บึงกุ่ม นำตัวนายก่อเกียรติพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป