อภิสิทธิ์โยนรัฐสภาตอบปชช.อาทิตย์หน้าเรื่องเเก้รธน.

"นายกฯ"โยนรัฐสภาตอบประชาชนอาทิตย์หน้าเรื่องเเก้รธน. เเทงกั๊ก6ประเด็นที่กรรมการสมานฉันท์ฯเสนอมาไม่รู้ว่าจะเเก้เลยหรือไม่ เเต่ที่เเน่นอนเเล้วว่าต้องเเก้คือ มาตรา190 ส่วนมาตรา 122 ขอไว้ก่อนเพราะจะมีปัญหา" “ภูมิใจไทย” เดินเกมแก้รธน. ปลดล็อคแบ่งเขตเลือกตั้ง ส.ส. เตรียมพร้อมเลือกตั้ง สั่งรัฐมนตรีดูแลลงพื้นที่สัมมนาย่อยหาเสียงรอ

 (8ก.ย.)  เมื่อเวลา 13.00 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุม ครม. ว่า ตนได้หารือครม. ถึงการดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้ว โดยได้ส่งหนังสือถึงประธานรัฐสภาไปแล้วว่ารัฐบาลต้องการให้มีการเปิดประชุมร่วมของรัฐสภา ตามมาตรา 179 ของรัฐธรรมนูญ เพื่อเปิดโอกาสให้สมาชิกได้อภิปรายทั่วไปเกี่ยวกับการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ซึ่งหนังสือน่าจะถึงประธานรัฐสภาภายในวันที่ 8 ก.ย. ซึ่งหากมีการบรรจุญัตติให้เร็วที่สุดก็น่าจะเป็นสัปดาห์หน้าก็คงจะเปิดอภิปรายได้ โดยประธานรัฐสภาจะเป็นผู้กำหนดกรอบเวลามาอีกครั้ง แต่จะได้ข้อสรุปในการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญในการประชุมรัฐสภาครั้งนี้เลยหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับความคิดเห็นของสมาชิก

 นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า ตนจะพยายามดูว่าอะไรที่เป็นจุดร่วมก็จะเดินหน้า แต่อะไรที่ยังเป็นเรื่องที่มีความหลากหลายอยู่ก็คงต้องดูว่าจะมีทางทำให้เกิดข้อยุติที่ดีอย่างไร เพราะเราต้องฟังเสียงทุกด้านที่เกี่ยวข้องด้วย เพราะจากการพูดคุยกับส.ส.และ ส.ว.บางคนก็ยังมีความหลากหลาย บางคนมีความเห็นว่าอยากให้บางประเด็นมีการทำประชามติ หรือการทำกระบวนการของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) เพราะฉะนั้นความคิดเห็นยังหลากหลายมาก แต่บางเรื่องก็ค่อนข้างตรงกันหมดทุกฝ่าย อาทิ มาตรา 190 ก็เห็นว่าน่าจะดำเนินการได้ เพราะเป็นประโยชน์สำหรับการบริหารราชการแผ่นดิน ไม่ได้เป็นผลประโยชน์เฉพาะนักการเมืองหรือใครคนใดคนหนึ่ง รวมทั้งมาตรา 265 และ 266 ก็ต้องมุ่งการทำงานของ ส.ส.และ ส.ว.ที่จะต้องตอบสนองประชาชนได้มากขึ้น สำหรับบางเรื่องก็มีการตั้งประเด็นเรื่องมาตรา 122 เข้าไปเกี่ยวข้องก็ต้องดูด้วยความระมัดระวัง ไปจนถึงเรื่องอื่นๆ ที่เป็นเรื่องระบบเช่นหลักการประชาธิปไตย ที่มาของวุฒิสภาหรือระบบเลือกตั้ง

 นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังเป็นข้อเสนอการแก้ไขเท่านั้น การเปิดประชุมรัฐสภาจึงเป็นโอกาสดีที่จะให้ผู้แทนประชาชนได้อภิปรายกันอย่างกว้างขวาง และเป็นโอกาสที่คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่เสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญจะได้แสดงเหตุผล 6 ประเด็นที่ได้เสนอมา และตนจะฟังพร้อมแสดงความคิดเห็นด้วย

 เมื่อถามว่า อะไรจะรับรองได้ว่าเมื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้วจะเกิดความสมานฉันท์ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตรงนี้น่าจะเป็นคำถามหนึ่งที่จะสอบถามคณะกรรมการสมานฉันท์ฯ แต่ก็เคยบอกไปแล้วว่าตนไม่เชื่อว่ารัฐธรรมนูญเป็นเงื่อนไขเดียวของปัญหาในปัจจุบันนี้ เมื่อถามว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้อาจจะเป็นการแก้ไขเพื่อให้ถูกใจนักการเมืองเท่านั้นนายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า สภาฯจะต้องมีคำตอบให้ประชาชน และการที่เราใช้วิธีการให้เปิดอภิปรายทั่วไปก่อนก็เพื่อแสดงให้เห็นว่าเราต้องการให้มีการแสดงความคิดเห็นและรับฟังความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง แต่ถ้าเราไปรวบรัดรีบดำเนินการเลยโดยไม่ฟังเสียงสะท้อนก็อาจจะถูกกล่าวหาได้ และขณะนี้ควรเปิดโอกาสให้ผู้แทนปวงชนชาวไทย ทั้งส.ส.ฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลและ ส.ว.ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยได้แสดงความคิดเห็น อย่าเพิ่งไปด่วนสรุปว่าจะเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ เพราะนักการเมืองจะต้องเป็นที่พึ่งของประชาชนเพราะมีหน้าที่ทำงานให้ประชาชน

 เมื่อถามว่า สำหรับประเด็นการนิรโทษกรรมจะดำเนินการไปพร้อมกันหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีประเด็นนิรโทษกรรมเข้ามาตรงนี้ เพราะยังเป็นเรื่องของ 6 ประเด็นที่คณะกรรมการสมานฉันท์ฯเสนอ เมื่อถามว่าจะทำให้เกิดความขัดแย้งกับกลุ่มผู้ต่อต้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ต้องฟังเสียงของทุกพรรคการเมืองและ ส.ว.

 “ การเปิดประชุมรัฐสภา ก็เพื่อให้สะท้อนความคิดเห็นอย่างเต็มที่ เพราะทราบดีว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องละเอียดอ่อน บางกลุ่มก็มีจุดยืนที่จะไม่แก้ไข เราจึงต้องฟังเสียงทุกฝ่าย ” นายอภิสิทธิ์ กล่าว เมื่อถามว่านักการเมืองจะตกลงกันเองแล้วแก้ไขโดยไม่สนใจประชาชน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า หากนักการเมืองไปสมคบกันทำอะไรเสียหาย ประชาชนก็สามารถเปลี่ยนแปลงนักการเมืองได้ และนักการเมืองจะต้องตอบคำถามประชาชนว่าที่ตัดสินใจทำแต่ละเรื่องมันมีเหตุผลรองรับอย่างไร

 เมื่อถามต่อว่า องค์กรอิสระบางองค์กรกำลังพิจารณาเกี่ยวกับคดีที่เป็นเรื่องของมาตรา 190 จะมีปัญหาหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่น่าจะมีผลกระทบอะไร เพราะเป็นเรื่องของรัฐธรรมนูญ ที่ไม่ใช่หลักกฎหมายอาญา ซึ่งถ้าแก้ไขส่วนนี้ไปแล้วคดีที่ค้างอยู่ก็สามารถเดินหน้าต่อได้ เมื่อถามว่ารัฐบาลได้เสนอให้ทางประธานรัฐสภาเรียประชุมในวันที่ 16 ก.ย.ใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่ามีความเป็นไปได้ เพราะสัปดาห์นี้ก็ประชุมสภาผู้แทนราษฎรตามปกติ แล้วในวันที่ 14 ก.ย.วุฒิสภาก็จะมีการประชุม หากประธานรัฐสภากำหนดการประชุมที่เป็นวันประชุมสภาผู้แทนราษฎรก็จะเป็นวันที่ 16 ก.ย.

 “ เมื่อคณะกรรมการฯทำงานเสร็จแล้วก็ควรเอาข้อเสนอมาพิจารณาอย่างจริงจังไม่ใช่วางไว้เฉยๆ และเมื่อข้อเสนอเข้ามาแล้วก็จะเป็นปัจจัยในการพิจารณาตัดสินใจ ซึ่งการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องของเสียงข้างมากของรัฐสภา ซึ่งไม่ใช่การโยนความรับผิดชอบ เพราะแม้รัฐบาลจะต้องการอย่างไรก็ไม่มีเสียงเกินกี่งหนึ่งอยู่แล้ว ” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

เดินเกมแก้รธน. ปลดล็อคแบ่งเขตเลือกตั้งส.ส.

 แกนนำระดับสูงพรรคภูมิใจไทย เปิดเผยถึงการหารือแกนนำ และรัฐมนตรีพรรคเมื่อเย็นวานนี้ ( 7 ก.ย.) ที่อาคารสิริภิญโญ ถ.พญาไท ว่า ในการหารือมีสมศักดิ์ เทพสุทิน นายอนุทิน ชาญวีรกูล แกนนำพรรคภูมิใจไทย นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยและรมว.มหาดไทย นางพรทิวา นาคาศัย เลขาธิการพรรคและรมว.พาณิชย์ พร้อมด้วยรัฐมนตรีที่เหลือของพรรค โดยหารือเรื่องแก้รัฐธรรมนูญที่เห็นด้วยกับการเร่งแก้ไขประเด็นที่มาของ ส.ส.ก่อน เพราะเชื่อว่าการยุบสภาจะเกิดขึ้นอีกไม่นาน ส่วนประเด็นที่พรรคร่วมรัฐบาลยังมีความเห็นไม่ตรงกัน ในข้อสรุปของคณะกรรมการสมานฉันท์ฯ ที่เหลือ เช่นที่มาของส.ว., การยุบพรรค มาตรา 237, มาตรา 265 และมาตรา 266 หลังจากที่หารือในการนัดกินข้าวที่บ้านนายสุวัจน์ ลิมปตพัลลภ เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็เห็นควรให้ทำประชาพิจารณ์ก่อน

 แหล่งข่าวพรรคภูมิใจไทย กล่าวอีกว่า ในการหารือของแกนนำพรรคเมื่อวาน ยังได้หยิบยกการจัดสัมมนาย่อยของพรรคในพื้นที่ จังหวัดแถบอีสานที่มี ส.ส. ของพรรคอยู่ว่ามีเขตไหนที่ รมต. และส.ส.ยังไม่ได้ลงพื้นที่ทำความเข้าใจกับประชาชนเพื่อเตรียมพร้อมในการเลือกตั้ง หลังจากมีกระแสยุบสภา ซึ่งก่อนหน้านี้พรรคได้มอบหมาย นางพรทิวา , นายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม , นายศุภชัย โพธิ์สุ รมช.เกษตรและสหกรณ์ , นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย , นายมานิต นพอมรบดี รมช.สาธารณสุข และนายประจักษ์ แกล้วกล้าหาญ รมช.คมนาคม ดูแลการลงพื้นที่ภาคอีสานเหนือ และใต้

"ชินวรณ์"เผย16 - 17ก.ย.ประชุมสองสภาถกแก้รธน.

 นายชินวรณ์ บุญเกียรติ์ ประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า ในการเปิดประชุมร่วมสองสภาวันที่ 16 - 17ก.ย.จะมีการเสนอผลสรุปของกก.สมานฉันท์และฟังความเห็นจากส.ส.และคงได้นำไปสู่ประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อไปทั้งนี้สมาชิกสภาอาจไม่เห็นด้วยให้แก้ไขทั้ง 6 ประเด็นก็หรือการพิจารณาในที่ประชุมเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญอาจนำไปสู่การมีสสร.และยกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญได้หรือหากเห็นพ้องต้องกันและลงตัวก็อาจเสนอเป็นญัติติหรือแก้ไขในคราวเดียวเลยก็ได้

 แต่ทั้งนี้สส.ไม่สามารถเสนอประเด็นแก้รัฐธรรมนูญที่เป็นการได้ประโยชน์ไมได้ อีกทั้งประชาชนเองก็เห็นว่าหากมีการแก้รธน.ก็ไม่ควรแก้เพื่อประโยชน์ต่อนักการเมือง หากแต่ต้องทำเพื่อปรับปรุงระบบให้ดีขึ้นเพื่อให้มีการรับกติกาที่ยอมรับของทุกฝ่าย

 ส่วนการแก้รธน.จะโยงไปถึงกม.นิรโทษกรรมนั้นชัดเจนว่าไม่มีการแก้รธน.เพื่อไปยกโทษให้ใครเพราะตามรธน.ไม่สามารถทำได้และคงไม่เป็นที่ยอมรับของประชาชนและวันนี้ควรแสวงหาที่จะทำให้การเมืองและระบบดีขึ้นดีกว่าเดิม

 สำหรับม.190 ก็ต้องกำหนดประเภทสัญญาว่ามีอะไรบ้างต้องขอความเห็นชอบต่อสภาแต่ไม่ผลย้อนหลังในเรื่องเขาพระวิหาร

พันธมิตรประกาศค้านแก้รัฐธรรมนูญ50ทุกวิถีทาง

 ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อาคารเคยูโฮม วันที่ 8 ก.ย. เวลา 13.00 น. นายสนธิ ลิ้มทองกุล นายพิภพ ธงไชย นายสมศักดิ์ โกศัยสุข และนายสุริยะใส กตะศิลา แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ร่วมกันแถลงข่าวแสดงจุดยืนต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 โดยนายสนธิ กล่าวว่า พันธมิตรยังคงยืนยันในจุดยืนเดิมคือคัดค้านการแก้รัฐธรรมนูญฉบับที่เปิดโอกาสให้ประชาชนตรวจสอบนักการเมือง โดยจะต่อต้านการแก้รัฐธรรมนูญในทุกวิถีทาง เริ่มตั้งแต่การเข้าชื่อ 20,000 รายชื่อ ยื่นต่อประธานวุฒิสภาในวันที่ 7 ต.ค. นี้ และขอฝากข้อคิดไปยังส.ส.และส.ว.ว่า แผ่นดินไทยศักดิ์สิทธิ์ ทุกอย่างเป็นอนิจจังวันนี้คุณอาจเป็นนายกฯ ประธานรัฐสภา แต่หากทำผิดเมื่อพ้นจากตำแหน่งนอกจากจะมีความผิดจากการกระทำเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว ซึ่งต้องได้รับโทษแล้วยังจะต้องถูกสาปแช่งอีกด้วย