(8ก.ย.) นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีนายจอม เพชรประดับ ผู้ดำเนินรายการวิทยุคลื่น เอฟเอ็ม 100.5 MHz อสมท. เชิญ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีโฟนอินเข้าในรายการ แสดงความรับผิดชอบด้วยการยุติบทบาทการเป็นผู้ดำเนินรายการ ว่า ถือเป็นกระบวนการภายในของ อสมท.ที่จะดำเนินการเอง ต่อการแสดงความรับผิดชอบต่ออาชีพสื่อสารมวลชนในฐานะที่ใช้คลื่นสาธารณะโดยรัฐบาลไม่ได้เข้าไปแทรกแซง ทั้งนี้ยอมรับในความเป็นมืออาชีของนายจอม ที่ได้แสดงความรับผิดชอบต่อสาธารณะ ยืนยันรัฐบาลไม่ได้เป็นคนสั่งให้นายจอม ต้องยุติหน้าที่โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดเป็นเรื่องที่ทางอสมท.ต้องตรวจสอบกันเองภายในเพื่อให้เกิดความชัดเจนและชี้แจงต่อสาธารณะชน
รัฐบาลไม่เคยห้ามที่จะให้สื่อของรัฐสัมภาษณ์บุคคลที่มีความเห็นต่างกับรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านอย่างนายพร้อมพงษ์ นพฤทธ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.สัดส่วนพรรคเพื่อไทย ซึ่งทุกฝ่ายสามารถแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างกันได้ แต่ไม่ใช่เชิญ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ถูกศาลพิพากษาจำคุก เป็นนักโทษแผ่นดิน แล้วมาใช้สื่อของรัฐในการกล่าวให้ร้ายกระบวนการยุติธรรม สถาบัน และทำลายประเทศชาติเพื่อให้เกิดความแตกแยก ซึ่งเป็นเรื่องรัฐบาลยอมรับไม่ได้
ตลอดเวลา 8 เดือนที่ผ่านมาของรัฐบาลชุดนี้เปิดโอกาสให้ประชาชนและองค์กรในวิชาชีพสื่อได้ทำงานและนำเสนอข่าวอย่างเต็มที่และไม่เคยย้ายผู้สื่อข่าวชนิดที่เรียกว่าถามแรงออกจากทำเนียบรัฐบาล แต่รัฐบาลมีหน้าที่ปกป้องไม่ให้บุคคลที่ถูกออกหมายจับที่เป็นต้นเหตุของปัญหาสร้างความแตกแยกในสังคม เพราะเห็นได้ชัดว่าในช่วงวันที่ 11-12 เม.ย. พ.ต.ท.ทักษิณ ได้โฟนอินและวิดีโอลิงค์เข้ามาในการชุมนุมของคนเสื้อแดงจนก่อให้เกิดความวุ่นวาย ดังนั้นรัฐบาลจะไม่ยอมให้พ.ต.ท.ทักษิณ ใช้สื่อของรัฐมาสร้างความวุ่นวายอีก จึงอยากขอความร่วมมือสื่อมวลชนที่เป็นองค์กรวิชาชีพ กลั่นกรองในการเสนอข่าว และต้องรับผิดชอบต่อสาธารณะด้วย
เมื่อถามว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะทำให้กลุ่มคนเสื้อแดงนำไปขยายผลต่อการชุมนุมในวันที่ 19 หรือไม่ นายสาทิตย์ กล่าวว่า ทราบว่าเป็นความต้องการของกลุ่มคนเสื้อแดงที่ต้องการพยายามเคลื่อนไหวโดยอ้างว่ารัฐพยายามเข้าไป
แทรกแซงสื่อมวลชน เพราะเจตนาของกลุ่มคนเสื้อแดงเป็นการชุมนุมในวันเดียวจบ ดังนั้นรัฐบาลจึงต้องดำเนินการในเรื่องนี้ด้วยความรอบครอบ ไม่อยากให้ถูกกล่าวหาว่ารัฐบาลเข้าไป
แทรกแซงสื่อของรัฐ จึงต้องหาทางตัดไฟตั้งแต่ต้นลม ซึ่งการดำเนินการของรัฐบาลและอสมท.สามารถอธิบายได้
ถามว่าจะมีการตรวจสอบคนในอสมท.ว่ามีกระบวนการเชื่อมโยงต่อ พ.ต.ท.ทักษิณ จนถึงขั้นวางยาให้มีการสัมภาษณ์พ.ต.ท.ทักษิณ ผ่านสื่อของรัฐหรือไม่ นายสาทิตย์ กล่าวว่า อสมท.เป็นองค์กรวิชาชีพ แม้จะเป็นสื่อที่อยู่ภายใต้การดูแลของรัฐบาล แต่รัฐบาลเข้าไปแทรกแซงไม่ได้ เป็นเรื่องของ อสมท.จะตรวจสอบกันเอง เบื้องต้นรัฐบาลไม่แน่ใจว่ามีกระบวนการเชื่อมโยง ต่อพ.ต.ท.ทักษิณ หรือไม่ แต่การติดต่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ให้เข้ามาในรายการได้จึงต้องเฝ้าติดตามว่าติดต่อพ.ต.ท.ทักษิณได้อย่างไร รู้เบอร์โทรศัพท์ หรือว่า พ.ต.ท.ทักษิณ อยู่ที่ไหนได้อย่างไร
เมื่อถามว่าต่อไปนี้จะมีการขึ้นบัญชีดำ พ.ต.ททักษิณ หรือไม่ นายสาทิตย์ กล่าวว่ารัฐบาลไม่มีนโยบายอย่างนั้น แต่สื่อต้องเข้าใจว่าพ.ต.ท.ทักษิณ เป็นนักโทษที่หลบหนีคดีอาญา และเป็นต้นเหตุในการสร้างความวุ่นวาย ดังนั้นจะปล่อยให้คนเหล่านี้เข้ามาใส่ร้ายกระบวนการยุติธรรมและทำร้ายประเทศชาติอีกหรือไม่ รัฐบาลไม่เคยขึ้นแบลกลิสต์พ.ต.ท.ทักษิณ แต่ พ.ต.ท.ทักษิณ ถูกออกหมายจับในคดีสร้างความวุ่นวายในประเทศเมื่อวันที่ 11 เม.ย.ที่ผ่านมา ดังนั้นการสัมภาษณ์สดพ.ต.ท.ทักษิณ จึงต้องระมัดระวังในเรื่องเนื้อหาด้วย