เอสเอ็มเอสมัดทีมฆ่า...หัวหน้าจีเอ็ม

ตำรวจ กก.สส.น.1 ใช้เวลาตรวจสอบความสัมพันธ์ของกลุ่มมือปืนและผู้จ้างวานฆ่า หัวหน้าฝ่ายธุรการนิตยสารจีเอ็ม อยู่นานเกือบ 2 เดือน จนมีหลักฐานแน่นหนานำมาสู่การออกหมายจับกุมได้เกือบยกแก๊ง ซึ่งความสำเร็จครั้งนี้มีต้นทางมาจาก "เอสเอ็มเอส" แช่งชักหักกระดูกในโทรมือถือผู้ตาย...นั่นเอง !?!

 เช้ามืดวันที่ 17 กรกฎาคม 2552 สมศักดิ์ บุญเส็ง วัย 46 ปี ถูกคนร้าย 2 คน ขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า คลิก สีขาว-เหลือง ทะเบียน ลนจ 281 กรุงเทพมหานคร กระหน่ำยิงด้วยปืน .32 เสียชีวิตภายในรถกระบะโตโยต้า ไฮลักซ์ สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน ษศ 4761 กรุงเทพมหานคร บริเวณสามแยกพิชัย แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กรุงเทพฯ หลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.คณิศร์ชัย มหินทรเทพ ผกก.สส.น.1 พ.ต.อ.สรเสริญ ใช้สถิต ผกก.สน.สามเสน พร้อมชุดสืบสวนได้ร่วมกันหาสาเหตุฆาตกรรมโดยเร่งด่วน จนพบหลักฐานหนึ่งซึ่งเชื่อว่ามีส่วนเกี่ยวพันกับการสังหารครั้งนี้

 ภายในกล่องข้อความโทรศัพท์มือถือของสมศักดิ์ปรากฏข้อความเอสเอ็มเอสหลายข้อความ จากหลากหลายหมายเลขไม่ต่ำกว่า 6-7 เลขหมาย แต่ข้อความส่วนใหญ่ล้วนใกล้เคียงกัน นั่นก็คือเป็นไปในทำนอง "แช่งชักหักกระดูก" เจ้าของโทรศัพท์ !?!

 ด้วยเหตุนี้ชุดสืบสวนจึงเริ่มตรวจสอบประวัติส่วนตัวของเหยื่อกระสุนรายนี้ทันที สมศักดิ์ทำงานอยู่ที่บริษัท จีเอ็ม มัลติมีเดีย จำกัด (มหาชน) ตั้งแต่ยังเป็นพนักงานส่งเอกสาร บุคลิกเรียบร้อย พูดจาดี ตั้งใจทำงาน และมักไปทำงานตั้งแต่เช้าทุกวัน จนเป็นที่รักใคร่ของเพื่อนร่วมงาน และไต่เต้าขึ้นไปสู่ตำแหน่งสูงขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งได้รับความไว้วางใจให้เป็นหัวหน้าฝ่ายธุรการ จากการสอบถามเพื่อนร่วมงานต่างยืนยันตรงกันว่า สมศักดิ์ไม่มีศัตรูที่ไหน ยกเว้นอุปนิสัยเจ้าชู้ไก่แจ้ที่แก้ไม่หาย หลายครั้งที่นิตยสารประกวดทายผลชิงรางวัล หากมีลูกค้าสตรีได้รับรางวัลโทรเข้ามา สมศักดิ์จะเป็นคนรับสาย แล้วรับเป็นธุระจัดของรางวัลส่งไปให้ถึงที่แทบทุกรายไป

 สมศักดิ์ไม่ใช่คนตัวเปล่าเล่าเปลือย เขาแต่งงานอยู่กินกับ "จงดี บุญเส็ง" แม่ม่ายลูกสองเมื่อหลายสิบปีก่อน แล้วให้กำเนิดลูกชายอีกคน ปัจจุบันโตเป็นหนุ่มอายุได้ 18-19 ปีแล้ว แต่ระยะหลังมานี้ทั้งสองเริ่มมีปากเสียงกันบ่อยขึ้น ส่วนใหญ่เป็นปัญหาเดิมๆ คือภรรยาทนความเจ้าชู้ของฝ่ายชายไม่ไหว จึงแยกกันอยู่เป็นการชั่วคราว กระทั่งเวลาผ่านไปไม่มีอะไรดีขึ้น จงดีจึงขอหย่าร้าง ทว่าสมศักดิ์ไม่ยินยอมปล่อยให้เรื่องคาราคาซังอยู่มาจนถึงทุกวันนี้

 ด้วยพฤติกรรมความเจ้าชู้ของฝ่ายชาย ประกอบกับข้อความในโทรมือถือบ่งบอกถึงอารมณ์ความเคียดแค้นชิงชัง ตำรวจจึงมุ่งปมสังหารไปที่เรื่องชู้สาวเป็นหลัก และเริ่มปรากฏชัดมากขึ้นเมื่อประสานขอความร่วมมือไปยังบริษัทผู้ให้บริการมือถือ ตรวจสอบหมายเลขโทรศัพท์ที่ส่งข้อความแช่งชักหักกระดูกถึงผู้ตาย ในที่สุดความจริงก็ปรากฏออกมา !?!

 ถึงแม้ว่าข้อความจะมาจากโทรศัพท์คนละเลขหมาย แต่มาจากโทรศัพท์เครื่องเดียวกัน !?!

 หมายถึง คนส่งข้อความเปลี่ยนซิม (หมายเลข) และเครือข่ายก็จริง แต่นำมาใช้ในโทรศัพท์เครื่องเดียวกัน และเมื่อตรวจสอบลึกลงไปถึงเครื่องที่ว่าก็เป็นของ "จงดี" ภรรยาวัย 55 ปีที่แยกกันอยู่กับสมศักดิ์ ปัจจุบันเป็นข้าราชการระดับ 5 กระทรวงการคลัง

 ชุดสืบสวนเดินหน้าตรวจสอบต่อไป กระทั่งพบความเคลื่อนไหวอันผิดปกติ ระหว่างจงดีกับ "อำนาจ เหล่าเจริญ" อายุ 43 ปี พนักงานขับรถกระทรวงการคลัง คือ อำนาจเป็นลูกหนี้ของจงดีและขาดการติดต่อไปอย่างมีพิรุธ ภายหลังการตายของสมศักดิ์ และเมื่อตรวจสอบในรายละเอียดลงไปก็พบว่า อำนาจนั้น มีสายสัมพันธ์เชื่อมโยงไปถึง "ประชา เกษมโอภาส" อายุ 27 ปี อดีตทหารเกณฑ์ คนขับรถและ รปภ.ร้านอาหารแห่งหนึ่งละแวกราชกรีฑาสโมสร หรือที่วงการม้าแข่งเรียกว่า "สนามม้าฝรั่ง" จึงไปควบคุมตัวมาสอบปากคำเมื่อวันที่ 4 กันยายนที่ผ่านมา

 "ผมได้รับการติดต่อจากนายวิศรุตให้ไปฆ่านายสมศักดิ์" ประชาให้การรับสารภาพกับชุดสืบสวน

 "นายวิศรุตบอกว่านายอำนาจที่รู้จักกันติดต่อให้ไปฆ่านายสมศักดิ์ อ้างว่าภรรยาของเขาเป็นคนสั่ง เพราะนายอำนาจเป็นลูกหนี้ของเธอ ถ้างานสำเร็จจะยกหนี้ให้ แล้วให้ค่าจ้างมา 5 หมื่นบาท นายอำนาจเป็นคนจัดหาปืน .32 มาให้ผม ก่อนลงมือ 1 วัน ผม นายอำนาจ และนายวิศรุต ไปซุ่มดูนายสมศักดิ์ตั้งแต่ออกจากบ้านย่านดินแดงจนไปถึงที่ทำงาน วันรุ่งขึ้นก็ลงมือ" ประชาเล่า

 หลังจากพยานหลักฐานครบถ้วนพนักงานสอบสวน สน.ดุสิต จึงขออำนาจศาลออกหมายจับ ประชา เกษมโอภาส มือปืน วิศรุต เรืองศักดิ์ คนขี่รถจักรยานยนต์ อำนาจ เหล่าเจริญ คนติดต่อประสานงาน และจงดี บุญเส็ง ในฐานะผู้ว่าจ้าง แยกย้ายกันไปควบคุมตัวมาสอบสวน โดยวิศรุตให้การรับสารภาพ ส่วนจงดีให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา สำหรับอำนาจอยู่ระหว่างการติดตามจับกุมตัว