แต่ตอนท้ายของคำปาฐกถาที่ท่านองคมนตรีบอกว่า เคยเขียนถึงใครคนหนึ่งมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ อ่านแล้วไม่น่าเชื่อว่า คนคนเดียวจะมีคุณสมบัติที่เรียกว่า "เลวสมบูรณ์แบบ" ได้ขนาดนี้
ไม่ทราบว่าท่านองคมนตรีหมายถึงใคร ?
แต่ท่านบอกว่า ท่านเคยเขียนถึงความไม่สำเร็จของผู้นำบางคน ซึ่งท่านองคมนตรีบอกว่า เขียนเรื่องนี้ไว้นานแล้ว เพราะตอนนั้นไม่พอใจท่านหนึ่งที่ไปอยู่ต่างประเทศแล้วตอนนี้ และบอกถึงคุณสมบัติของคนคนนี้ ซึ่งฟังดูแล้วไม่น่าเชื่อว่า คนคนเดียวจะสามารถรวบรวมเอาคุณสมบัติที่ย่ำแย่ที่สุดของผู้นำมาอยู่กับตัวเองได้
เช่น ท่านองคมนตรีบอกว่า คนคนนี้รวยแล้วไม่เคยทำบุญ วันมาฆบูชาวันหยุด คนอื่นเขาเข้าไปเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในวัง ในโบสถ์ แต่คนคนนี้ไปตีกอล์ฟ ไปฮ่องกง คนคนนี้ไม่ต้องฟังเสียงเพราะออกนโยบายผิดพลาดทั้งเรื่องยาเสพติดไม่โปร่งใส มีการทุจริตในเชิงนโยบาย
คนเดียวกันคนนี้ไม่เคยยอมสละความสุขส่วนตัว คนนี้เหมือนกัน บอกว่าความซื่อตรง นี่เห็นได้ชัดเลยว่าไม่มี เพราะแต่งตั้งอะไรต่างๆ ที่ผิดไม่ถูกต้อง คนเดียวกันนี่เองความอ่อนโยนก็ไม่มี พูดจาก้าวร้าวดูถูกผู้ไม่เห็นด้วย
ขณะเดียวกัน ก็มีกิเลสตัณหาอยากจะรวยต่อไปไม่มีที่สิ้นสุด มีธุรกิจที่คิดมีกำไร ออกกฎหมายเพื่ออำนวยการโอนรัฐวิสาหกิจอะไรต่างๆ รวมถึงการทำเหมืองเพชรหรือเปล่าไม่ทราบ
นี่เป็นความคิดเห็นของท่านองคมนตรีอำพล เสนาณรงค์ ซึ่งบอกต่อว่า คนที่ท่านพูดถึงโกรธง่าย ไม่เชื่อคนอื่นเสนอแนะ เชื่อแต่คนรอบตัว เชื่อแต่บริวารเก่า
ขณะเดียวกันคนเดียวกันนี้ก็เบียดเบียนคู่แข่งอื่นด้วยเงิน อำนาจ ซื้อโฆษณาหนังสือพิมพ์ ซื้อหนังสือพิมพ์ บังคับให้เลิกรายการ ซื้อหุ้นคู่แข่งอะไรต่างๆ
ไม่น่าเชื่ออีกเช่นกันว่า คนที่ท่านองคมนตรีอำพลพูดถึงนั้นมีปัญหาว่า ไม่มีความอดทนด้วย ใจร้อนวู่วาม ขาดความรอบคอบ อ้างว่าอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงเร็ว ปรับปรุงระบบราชการให้เสร็จภายในปีเดียว เพราะอ้างว่าตั้งแต่รัชกาลที่ 5 ไม่เคยปรับปรุงเลย แต่บัดนี้ท่านองคมนตรีอำพล บอกว่าเกือบ 10 ปีแล้วก็ยังปรับปรุงไม่เสร็จ
คุณสมบัติอีกข้อหนึ่งของคนคนนี้ ที่องคมนตรีอำพลพูดถึง คือ ไม่ตั้งมั่นในธรรมะ ไม่ยุติธรรม ไม่โปร่งใส มีพิรุธ
เอ๊ะ! คุณสมบัติที่เลวร้ายที่สุดของมนุษย์ทั้งหลายทั้งปวงนั้นมารวมกันอยู่ที่คนคนเดียวได้อย่างไร
อ่านถ้อยคำของท่านองคมนตรีจบ ก็ยังคิดไม่ออกเลยว่า ความเลวสมบูรณ์แบบนี้ไปอยู่ที่คนคนเดียวจนบ้านเมืองปั่นป่วนวุ่นวายได้อย่างไร