เมื่อเวลา 00.20 น. วันที่ 2 ก.ย. พ.ต.ท.สรายุทธ ฉ่ำผิว สารวัตรเวรสอบสวน สภ.บ้านดุง จ.อุดรธานี ได้รับแจ้งว่า มีเหตุยิงกันตายที่บ้านเลขที่ 112 หมู่ที่ 4 ต.ศรีสุทโธ อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี หลังรับแจ้งได้วิทยุให้สายตรวจออกสกัด ติดตามจับกุมคนร้ายทุกเส้นทาง พร้อมเดินทางไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.อ.ทวีศักดิ์ สุขเกษม ผกก.สภ.บ้านดุง จ.อุดรธานี และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกจำนวนหนึ่ง
ที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนสองชั้น ที่ชั้นล่างภายในห้องครัว พบศพนางแพนรัตน์ พลแพงขวา อายุ 52 ปี เจ้าของบ้าน ซึ่งเป็นครูโรงเรียนศรีผดุงอุดมวิทยา อ.บ้านดุง นอนคว่ำหน้าเสียชีวิตอยู่ สภาพศพสวมเสื้อเชิ้ตลายดอกแขนสั้นสีชมพู สวมกางเกงขายาวสีดำ ที่ลำคอพบรูกระสุนปืนขนาด .38 มม. จำนวน 2 นัด กระสุนทะลุบริเวณใต้รักแร้ทั้ง 2 นัด อีก 1 นัดที่บริเวณรูหูกระสุนฝังใน ข้างผู้เสียชีวิตพบโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง เข็มขัดแชมป์มวยไทยรุ่น เวลเตอร์เวท ลุมพินี เมื่อปี 26 โดยใช้ชื่อ แสนสท้าน แสงฤทธิ์ วางอยู่ ส่วนคนยิงเป็นสามีผู้ตาย คือนายบุญนิคม ภูบัวเพชร อายุ 50 ปี หรือชื่อในวงการมวยคือ แสนสท้าน แสนฤทธิ์
หลังก่อเหตุได้ขับรถยนต์ยี่ห้อ มิซูบิซิ แค๊ป สีบรอนด์ หมายเลขทะเบียน บบ 8058 อุดรธานี ขับหลบหนีออกส้นทางบ้านดุง-สุมเส้า โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจนำรถสายตรวจ ออกไล่ติดตามอย่างกระชั้นชิด เมื่อถึงบ้านโนนสำราญ หมู่ที่ 13 ต.บ้านดุง อ.บ้านดุง ซึ่งห่างจาก อ.บ้านดุง 4 กิโลเมตร รถของนายบุญนิคม เกิดเสียหลัก ลงข้างทาง เนื่องจากมีอาการมึนเมา เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ติดตามมาจึงเข้าจับกุมตัว พร้อมตรวจค้น พบปืนขนาด .38 มม. พกอยู่ที่เอวของผู้ต้องหา จึงควบคุมตัวไปทำการสอบสวน แจ้งข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนา แต่ยังไม่สามารถสอบสวนได้
นางมาลัย ภูบัวเพชร อายุ 51 อยู่บ้านเลขที่ 31 หมู่ที่ 12 ต.ศรีสุทโธ อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี ให้การว่า ผู้ตายและน้องชายของตน ได้อยู่กินกันมาราวปีเศษ ภายหลังจากสามีผู้ตายได้เสียชีวิตลง โดยก่อนเกิดเหตุผู้ตาย และนายบุญนิคม ได้เกิดทะเลาะกัน ซึ่งตนก็อยู่ในเหตุการณ์นั้นด้วย ตนจึงได้ห้ามปราม แต่คนทั้งสองก็ไม่ยอมหยุด จากนั้นตนก็เห็นนายบุญนิคม เดินเข้าไปกอดคอผู้ตาย และดึงปืนออกจากเอวมาจ่อเข้าที่ลำคอผู้ตาย ตนคิดว่าเป็นปืนเด็กเล่น ทันใดนั้นตนก็ได้ยินเสียงปืนขึ้น 3 นัด ตนตกใจจึงวิ่งออกมาข้างนอกร้องให้คนช่วย