หากจะไล่เรียงถึงเหตุผล "การเลื่อน" ชุมนุมครั้งนี้นอกจากหลบพ.ร.บ.ความมั่นคงแล้วน่าจะมาจาก "กำลังผู้ชุมนุมน้อย"
เพราะการระดมคนจากต่างจังหวัดในแต่ละครั้งต้องเสียค่าใช้จ่ายตามรายหัวของผู้ชุมนุมโดยเฉพาะเรื่องอาหารการกิน ค่าเช่ารถเพื่อนำคนมาชุมนุมในแต่ละครั้งเสียค่าใช้จ่ายมาก
ดังนั้นเมื่อ "ทุนใหญ่" สั่งถอยการระดมคนมาร่วมชุมนุมในขณะนี้หากยังฝืนชุมนุมต่อไปยิ่งฟ้อง "ความเสื่อมศรัทธา" ของกลุ่มคนเสื้อแดงที่มีต่อ "แกนนำ" โดยเฉพาะ "แดง 3 เกลอ" วีระ มุสิกพงศ์, จตุพร พรหมพันธุ์ และณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ
และเมื่อเกิดปัญหา "แดงแตกคอ" แยกขั้วกันทำกิจกรรมยิ่งเพิ่มความสงสัยสาเหตุใหญ่ที่ทำให้ "แยกสาย" กันเดิน
จนเกิดภาพ "แดงโต้กันเอง" ระหว่าง "จักรภพ เพ็ญแข" แกนนำ นปช.ที่หลบหนีคดีอยู่ต่างประเทศกับ "จตุพร" ที่ล่าสุด "จักรภพ" ได้เขียนบทความตั้งคำถามกับบทบาทการนำของ 3 เกลอลงตีพิมพ์ในนิตยสาร “RED” รายสัปดาห์ที่บางช่วงระบุว่า
"...ความสามารถในการรวบรวมมวลชนเป็นเรื่องสำคัญ แต่ต้องถามไปติดๆ ว่า รวมมวลชนเพื่อทำอะไร ทอดกฐิน ทอดผ้าป่า ตั้งสโมสร สร้างเครือข่ายหัวคะแนน หรือจะปฏิวัติประชาธิปไตย เอาให้ชัด”
ดูแล้วทั้งสองฝ่ายโอกาสที่จะกลับมาทำกิจกรรม "โค่นอำมาตยาธิปไตย" ร่วมกันอีกครั้งคงยาก
เพราะวิเคราะห์จากพฤติกรรมของแต่ละฝ่ายในขณะนี้มีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
เนื่องจาก "แดง 3 เกลอ" แม้ว่าปากจะบอกว่าจะ "โค่นอำมาตยาธิปไตย" แต่กิจกรรมที่ทำกลับสวนทางกับความเป็นจริง
โดยเฉพาะคำพูดของ "กลุ่มแดงสยาม" อย่าง "สุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์" ที่บอกว่า "3 เกลอบอกจะไล่อำมาตยาธิปไตย แต่ไปร้องขอให้อภัยโทษให้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เพราะขั้นตอนต้องผ่านองคมนตรี จะไปโค่นเขาแล้วไปร้องขออ้อนวอนเขา จะสำเร็จได้อย่างไร"
ขณะที่ "จักรภพ" เป็น "ผู้ต้องหาหลบหนีคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ" และ "คดีก่อความวุ่นวายหน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์" น่าจะพอบอกได้ว่าทั้งสองฝ่ายมีความคิดแตกต่างกันอย่างไร
นี่ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้บรรดาสมาชิกคนเสื้อแดงเกิดความลังเลความเป็น "แดงแท้-แดงเทียม" เนื่องจากสมาชิกที่ไปร่วมชุมนุมแต่ละครั้งร่วมบริจาคเงินสนับสนุนเป็นเงินจำนวนไม่น้อย
ไม่รวมของที่ระลึกที่นำมาจำหน่ายภายในบริเวณที่ชุมนุม
นอกจากนี้มาประจวบเหมาะกับประเด็นการตัดต่อคลิปเสียง "นายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" แถมมีข่าวมาว่าต้นตอคลิปดังกล่าวมาจาก "บริษัทเอสซี แอสเซท" ที่ "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" น้องสาวของ พ.ต.ท.ทักษิณเป็น "บิ๊กบอส"
กลายเป็น "จุดเพลี่ยงพล้ำ" และเกิดกระแสตีกลับมายัง "กลุ่มคนเสื้อแดง" อย่างช่วยไม่ได้ แม้ไม่ใช่ต้นตอก็ตาม
ขณะเดียวกันกระแสสังคมเริ่มจะไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่ "คนเสื้อแดง" ในขณะที่แนวโน้มเศรษฐกิจเริ่มดีขึ้น
โดยดูจากผลการสำรวจของ "ศูนย์เครือข่ายวิชาการเพื่อสังเกตการณ์และวิจัยความสุขชุมชน หรือศูนย์วิจัยความสุขชุมชน มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ" ในหัวข้อ "ความสุขมวลรวมวันนี้ ของประชาชนภายในประเทศ (GDH Index) ประจำเดือนสิงหาคม 2552 จากตัวอย่างประชาชนใน 17 จังหวัดของประเทศ"
พบว่า ความสุขมวลรวมเพิ่มสูงขึ้นจาก 5.92 ในเดือนกรกฎาคมมาอยู่ที่ 7.18ในเดือนสิงหาคมนี้ โดยประชาชนคนไทยมีความสุขสูงสุดอยู่ที่ 9.20 เมื่อเห็นคนไทยแสดงความจงรักภักดีต่อสถาบัน และงานวันเฉลิมพระชนมพรรษามหาราชินี
และการประกาศเลื่อนการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงทำให้คนไทยมีความสุขเพิ่มขึ้น และคิดว่าสังคมไทยจะสงบสุขถ้า พ.ต.ท.ทักษิณ หยุดการเคลื่อนไหวทางการเมือง
อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าการเคลื่อนไหวทางการเมืองของคน 2 กลุ่ม ทั้ง "คนเสื้อแดง" และ "คนเสื้อเหลือง" พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย สร้างความเสียหายให้ประเทศ
โดยการชุมนุมครั้งแรกทั้งสองกลุ่มชุมนุมมี "เป้าหมาย" เหมือนกันคือเรียกร้อง "ประชาธิปไตย" ขับไล่ "เผด็จการ" ทำเพื่อประโยชน์และสังคมส่วนรวม
แต่วันนี้เป้าหมายของ "คนเสื้อแดง" เปลี่ยนไปจากเรียกร้องประชาธิปไตยสู่การ "โค่นล้มอำมาตยาธิปไตย" และสุดท้ายมาจบลงตรงที่ "ขอพระราชทานอภัยโทษให้พ.ต.ท.ทักษิณ"
ตกลงเป้าหมายของ "คนเสื้อแดง" ต้องการอะไรกันแน่!