นายยูกิโอะ ฮาโตยามะ ผู้นำพรรคประชาธิปัตย์แห่งญี่ปุ่น (ดีพีเจ) ได้ออกมาขอบคุณผู้มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้งที่เทคะแนนให้พรรคของตัวเองจนคว้าชัยไปครองแบบถล่มทลาย ตามเอ็กซิทโพลล์ หรือผลการสำรวจความเห็นหน้าคูหาเลือกตั้ง ซึ่งสถานีโทรทัศน์ท้องถิ่นหลายแห่งได้ไปสำรวจมา เมื่อวันอาทิตย์ (30 ส.ค.) ชี้ตรงกันว่า พรรคดีพีเจจะได้ครองที่นั่งอย่างน้อย 300 ที่นั่งในสภาที่มีอยู่ทั้งหมด 480 ที่นั่ง ทำให้พรรคเสรีประชาธิปไตย (แอลดีพี) ซึ่งเป็นรัฐบาลมาตลอด 50 ปีตกจากบัลลังก์เป็นครั้งแรก
นายฮาโตยามะกล่าวว่า รู้สึกซาบซึ้งในบุญคุณของผู้ที่โหวตให้เป็นอย่างมาก และคิดว่าประชาชนคงรู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมากกับพรรครัฐบาล และการเมืองในปัจจุบัน
ด้านนายกรัฐมนตรีทาโร อะโซ ก็ประกาศว่าจะลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคแอลดีพี ภายหลังจากที่ทราบผลของเอ็กซิทโพลล์ โดยบอกว่าต้องแสดงความรับผิดชอบ ทั้งยังยอมรับด้วยว่าประชาชนได้สั่งสมความไม่ไว้วางใจ และไม่พอใจต่อพรรคแอลดีพีมานานหลายปี ซึ่งพรรคจะต้องเริ่มต้นใหม่อย่างรวดเร็ว ด้วยการจัดการเลือกตั้งผู้นำพรรคขึ้นมาใหม่
ทั้งนี้ ชาวญี่ปุ่นออกไปลงคะแนนเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกันอย่างคึกคัก แม้ว่าอากาศจะร้อนจัด และพายุไต้ฝุ่นจะคืบใกล้เข้ามา เนื่องจากเป็นการเลือกตั้งที่ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งประวัติศาสตร์ สำหรับจำนวนผู้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งนั้น คาดว่าจะออกมาสูงกว่าการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านๆ มา แม้ว่าพายุไต้ฝุ่นที่กำลังเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้ญี่ปุ่นจะทำให้เกิดสภาพแปรปรวนรอบกรุงโตเกียว ขณะที่พื้นที่ส่วนอื่นมีอากาศร้อนจัด นอกจากนี้ รัฐบาลยังเพิ่งประกาศเตือนภัยไข้หวัดใหญ่ 2009 ว่าได้เริ่มกลับมาระบาดเต็มตัวอีกครั้ง
นายโทชิฮิโร นากามูระ ชายชราวัย 68 ปี ซึ่งไปลงคะแนนให้พรรคดีพีเจ กล่าวว่า ตอนนี้ชาวญี่ปุ่นต้องการความเปลี่ยนแปลง การปกครองแบบพรรคเดียวครอบครองการเมืองระดับชาติมายาวนานเกินไปแล้ว ขณะที่นางฮารุโกะ คูราคาตะ วัย 77 ปี ที่โหวตให้พรรคดีพีเจของนายยูกิโอะ ฮาโตยามะเช่นกัน บอกว่า นี่เป็นการเลือกตั้งเพื่อกล่าวคำอำลากับพรรคแอลดีพีของนายกรัฐมนตรีทาโร อะโซ
นางคูราคาตะยังบอกด้วยว่า เป็นเรื่องไร้เหตุผลมากที่ได้เห็นการเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรีมาถึง 4 คนโดยไม่มีการสอบถามความคิดเห็นของประชาชน ซึ่งเธอหมายถึงเรื่องที่ ส.ส.พรรคแอลดีพีหมุนเวียนกันมานั่งเก้าอี้นายกฯ นับตั้งแต่อดีตนายกรัฐมนตรีจุนอิชิโร โคอิซูมิ ก้าวลงจากตำแหน่งในปี 2549 แต่ก็ปรากฏว่าไม่มีใครอยู่ได้นานเลย