อาร์เอสปัดสร้างข่าวฉาวหนัง"แฟนเก่า"

เปิดตัวหนัง "แฟนเก่า" ไร้เงา "ชาคริต" ผู้บริหารอาร์เอสโบ้ยข่าวฉาวที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความผิดของงานประชาสัมพันธ์ ย้ำไม่มีเจตนาขายเรื่องชู้สาว

 ความคืบหน้ากรณีนายชาคริต แย้มนาม พระเอกชื่อดัง และนางสมลักษณ์ แย้มนาม มารดา ออกมาเปิดใจถึงความรู้สึกไม่พอใจอย่างมากที่ถูกตีข่าวโปรโมทภาพยนตร์แนวสยองขวัญเรื่อง "แฟนเก่า" ของค่ายอาวอง ในเครือบริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) ในทำนองชู้สาวบ่อยครั้ง จนถูกมองว่าวิตถาร ขั้นอยากจะลาออกจากวงการบันเทิง

 ล่าสุดเมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 25 สิงหาคม นายคมสันต์ เชษฐโชติศักดิ์ หรือ "เฮียกวง" รองกรรมการผู้อำนวยการธุรกิจภาพยนตร์ และนายองอาจ สิงห์ลำพอง ผู้อำนวยการฝ่ายผลิตและปฏิบัติงานการตลาด บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) ร่วมกันแถลงข่าวกรณีที่เกิดขึ้น ภายในงานเปิดตัวภาพยนตร์เรื่องดังกล่าว ณ ลานอินฟินิตี้ ศูนย์การค้าสยามพารากอน โดยไร้เงาพระเอกหนุ่มมาร่วมงาน

 นายคมสันต์กล่าวว่า หลังจากได้ประชุมถึงเรื่องที่เกิดขึ้น บริษัทมองว่าไม่ได้มีเจตนาหรือมีนโยบายประชาสัมพันธ์ข่าวไปในทางชู้สาวเช่นนั้น จึงได้ตรวจสอบต้นฉบับข่าวที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ส่งไป ไม่พบว่ามีข่าวที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่นายชาคริตกังวลแต่อย่างใด

 "ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นเรื่องความรักของผู้ชายคนหนึ่ง บริษัทก็อยากที่จะเลือกนักแสดงที่มีความสามารถจริงๆ มาร่วมงาน โดยคุณชาคริตเป็นคนมีความสามารถสูง เมื่อเกิดปัญหาเราก็ได้ส่งผู้กำกับไปพูดคุยกับคุณชาคริตแล้ว ทางคุณชาคริตก็ไม่ติดใจกับทางเรา คิดว่าไม่น่าจะมีอะไรมาก ส่วนที่วันนี้คุณชาคริตไม่มาร่วมงานเพราะอาจจะยังไม่สบายใจ" นายคมสันต์กล่าว

 ส่วนภาพยนตร์เรื่องดังกล่าวขายฉากหวือหวาจริงหรือไม่นั้น นายคมสันต์กล่าวว่า มีบ้าง แต่ไม่ได้มากมาย และเป็นภาพยนตร์ที่ได้รับการจัดเรตไว้ในระดับ 15+ (เด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีห้ามเข้าชม) ทำให้เห็นว่าบริษัทค่อนข้างมีความรอบคอบพอสมควร สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นกระแสที่ไปเขียนให้เป็นข่าวให้เป็นประเด็นมากกว่า

 "วันนี้ผมไม่ได้มาพูดว่าใครผิดหรือถูก ภาพที่ส่งก็เป็นภาพในหนัง แต่สื่ออาจจะทำให้เป็นประเด็นที่น่าสนใจ ตอนนี้ชาคริตอาจจะไม่ค่อยสบายใจ เพราะข่าวค่อนข้างกระทบเขาอย่างแรง แต่เขาก็ไม่ได้โกรธเคืองทางเรา คิดว่าถ้าโอกาสหน้ามีบทหนังที่เหมาะกับคุณชาคริต ก็อาจจะยังร่วมงานกันได้ ส่วนที่มองว่าเป็นการสร้างกระแสหรือไม่ ผมว่าจริงๆ หนังเรื่องนี้กระแสดีอยู่แล้ว ไม่ใช่ว่าจะสร้างกระแสแบบนี้แล้วทำให้หนังดีขึ้น อีกอย่างก็ไม่ได้เป็นผลดีกับบริษัทด้วย มันผิดจุดประสงค์ ผิดทิศทางการโปรโมท ทำให้ลำบากใจที่จะเดินต่อไป" นายคมสันต์กล่าว

 นายคมสันต์กล่าวต่อว่า การส่งภาพโปรโมททั้งหมดนำมาจากภาพในภาพยนตร์ไม่ได้มีการตัดแต่ง เพียงต้องการดึงจุดขายออกมาโปรโมทเท่านั้น แต่ถ้าดึงออกมาแล้วเป็นประเด็น ก็ต้องดูกันต่อไป แต่ก็ต้องยอมรับว่า ณ วันนี้ ภาพยนตร์เรื่องแฟนเก่า หลายคนก็ยังคงงงว่าเป็นภาพยนตร์รักหรือไม่ ทั้งที่เป็นภาพยนตร์สยองขวัญ

 "สุดท้ายถ้าถามว่าอยากจะฝากอะไรไปถึงสื่อ ก็คงเป็นเรื่องของกระแสที่พยายามเล่นกัน ถ้ากระทบนักแสดงให้เขาเกิดปัญหาก็คงต้องดูว่ากระแสนั้นทำให้เกิดปัญหาหรือเปล่าด้วย" นายคมสันต์กล่าว

คมชึดลึก