เกมตบหน้า"ทักษิณ"

ช่างบังเอิญซะเหลือเกิน กับรายการเลื่อนอ่านคำพิพากษาคดี "ทุจริตกล้ายาง" ของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

ด้วยเหตุเพราะ อดิศัย โพธารามิก อดีตรมว.พาณิชย์ จำเลยที่ 5 ไม่มาตามนัด พร้อมกับส่งทนายแจ้งว่าอยู่ระหว่างรักษาอาการป่วยกระดูกสันหลังที่สหรัฐอเมริกา ตั้งแต่ 15-30 สิงหาคม และให้ศาลอ่านคำพิพากษาไปได้เลย

 แต่ศาลได้พิเคราะห์แล้วเห็นว่า คำร้องฟังไม่ขึ้น จึงได้ให้ออกหมายจับจำเลยที่ 5 ฐานมีพฤติการณ์หลบหนี พร้อมกับเลื่อนอ่านคำพิพากษาออกไปเป็นวันที่ 21 กันยายน 2552  

 นั่นเพราะตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ. 2542 มาตรา 32 วรรค 2 ระบุให้การอ่านคำพิพากษาจะต้องทำต่อหน้าจำเลย

 เมื่อผลออกมาอย่างนี้ ก็เลยทำให้ดีกรีความร้อนแรงทางการเมืองที่ถูกคาดหมายว่าจะพุ่งถึงขีดสุด กลับมาอยู่ในสภาพปกติในทันที

 เดิมทีเดียวดีเดย์ 17 สิงหาคม ถูกจับตาจากฝ่ายความมั่นคงว่าเป็นเกมที่ฝ่าย "เสื้อแดง" ตั้งใจให้เกิดการปะทะกันระหว่างกองเชียร์ "นายใหญ่" ทักษิณ ชินวัตร กับกองเชียร์ "อดีตมือขวา" เนวิน ชิดชอบ

 หลังจากมีอันต้องเลื่อนกำหนดการถวายฎีกาจากวันที่ 7 สิงหาคมออกมา เพราะถูกกระแสสังคมถล่มเละทำนองว่าเจตนาถวายฎีกาตรงกับ "วันเสียงปืนแตก"

 ดีเดย์เลยถูกเลื่อนออกมาให้ตรงกับวันอ่านคำพิพากษาคดี "ทุจริตกล้ายาง" ที่นัดหมายไว้ล่วงหน้านานแล้ว

 มิหนำซ้ำ "เสื้อแดง" ยังได้เลื่อนกำหนดเวลาถวายฎีกา จากเวลา 10.00 น. เป็น 14.00 น. ซึ่งเป็นเวลาตรงกันกับที่ศาลนัดอ่านคำพิพากษาพอดิบพอดีอีกต่างหาก

 ที่สำคัญต้องไม่ลืมว่าสถานที่นัดหมายของทั้งสองกลุ่มก็อยู่บริเวณเดียวกันคือ ท้องสนามหลวง ทำให้โอกาสเสี่ยงจะเกิดการปะทะเป็นไปได้สูง

 โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเสื้อแดงแสดงเจตนาส่อไปในทางต้องการ "กดดัน" การพิจารณาของศาล ฉะนั้นโอกาสที่จะเกิดความรุนแรงขึ้นภายหลังการพิจารณาคดีก็เป็นไปได้สูง

 ด้วยเหตุนี้เมื่อมีจำเลย "ขาดศาล" ไม่ว่าจะโดยบังเอิญหรือไม่ก็ตาม ก็เท่ากับเงื่อนไขที่จะนำไปสู่การปะทะกันก็ลดลงโดยปริยาย

 ขณะเดียวกันในมุมของ "เนวิน" ซึ่งถือเป็นตัวเอกของคดีนี้ ก็ถือว่าได้ประโยชน์ทางการเมืองเห็นๆ จากการที่ศาลเลื่อนอ่านคำพิพากษา

 เพราะเท่ากับได้แต้มต่อทางการเมืองเหนืออดีตนายใหญ่ ในฐานะเป็นจำเลยที่ "ไม่หนีคดี"

 เจตนาให้เห็นความแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับ "ทักษิณ" ที่หลบหนีตั้งแต่ขั้นตอนการอ่านคำพิพากษาคดี กระทั่งศาลต้องอ่านลับหลัง

 จนบัดนี้ "นักโทษชายทักษิณ" ก็ยังไม่ยอมกลับเข้าประเทศ แถมยังยืมมือชาวบ้านที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ถวายฎีกาเรียกร้องความชอบธรรมให้ตัวเองอีก

 เกมนี้เลยถือว่า "เนวิน" ขึ้นขี่ "ทักษิณ" ได้สวยงามกว่า หนำซ้ำยังเก็บแต้มตีกินไปได้อีกหลายมื้อ !!!

 ยิ่งไปกว่านั้นแว่วมาว่า งานนี้ "เนวิน" ล่วงรู้ชะตากรรมของตัวเองว่าโอกาสรอดมีน้อยมาก จึงได้เตรียมหนทางที่จะพลิกวิกฤติเป็นโอกาสไว้แล้ว

 นั่นคือการยินยอมเดินเข้า "ซังเต" แต่โดยดี พร้อมกับยื่นเรื่องเข้าสู่กระบวนการถวายฎีกาพระราชทานอภัยโทษในภายหลัง

 โดยจะเป็นการเดินเข้าสู่กระบวนการถวายฎีกาที่เข้าเงื่อนไขตามที่ระบุไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 259 เป๊ะ

 ด้วยวิธีการนี้นอกจาก "เนวิน" และภูมิใจไทยจะโกยแต้มอย่างมโหฬารในฐานะผู้พิทักษ์สถาบันแล้ว

 ยังถือเป็นการกู้ศักดิ์ศรีและเกียรติภูมิของ "กระบวนการยุติธรรมไทย" ซึ่งถูกโจมตีจากฝ่ายเสื้อแดงอย่างหนักมาตลอด 3 ปีคืนมาด้วย

 นั่นเพราะเมื่อเทียบเคียงได้ชัดเจนว่า คดีทั้งของ "ทักษิณ" และคดีทุจริตกล้ายาง ล้วนเป็นคดีที่เกิดขึ้นในสมัยรัฐบาลทักษิณเหมือนกัน

 เป็นคดีที่ถูกตรวจสอบโดย คตส. และ ป.ป.ช.ในยุคของ คมช. เหมือนกัน ก่อนจะส่งให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตัดสิน

 เมื่อคนหนึ่ง "หนีคดี" และไม่ยอมรับกระบวนการยุติธรรม แต่อีกคนกลับ "สู้คดี" และเดินหน้าเข้าหากระบวนการยุติธรรมโดยไม่อิดออด

 ก็ย่อมทำให้กระแสโจมตีจากฝ่ายเสื้อแดงและ "ทักษิณ" ที่ว่ากระบวนการยุติธรรมไทย "ไม่ยุติธรรม" นั้น มีน้ำหนักน้อยลงตามไปด้วย ส่งผลให้คำแก้ตัวของ "ทักษิณ" ฟังไม่ขึ้น

 เกมนี้...เห็นได้ชัดเลยว่า "ทักษิณ" ถูกตบหน้าอย่างแรง !!!

 โต๊ะข่าวการเมือง