ต้นทุนชีวิตของลูกสองมือแม่สร้างได้

“ลูกสาวคนนี้สอนให้แม่รู้จักอดทนอดกลั้น มองเห็นปัญหาแนวทางรับมือกับปัญหา เลิกสั่งสอนลูกในเชิงออกคำสั่ง ปล่อยให้เรียนรู้ด้วยตัวเอง ไม่ใช้อารมณ์ตัดสินปัญหา มอบความรักความเข้าใจกอดสัมผัสแทน”

 นี่คือความรู้สึกของ แสงเพลิง จารุสาร หรือแม่เพลิง อายุ 43 ปี หัวหน้าศูนย์ฟื้นฟูแบบบูรณาการกลุ่มบางแค มูลนิธิเพื่อเด็กพิการ คุณแม่เครือข่ายมูลนิธิเครือข่ายครอบครัว สะท้อนมุมชีวิตบทบาทความเป็นแม่เลี้ยงดูลูกสามคน

 ก่อนหน้านี้เธอ เคยถือคติว่า เป็นแม่ ลูกต้องฟัง จึงอบรมสั่งสอนลูกสาวคนแรก ในเชิงออกคำสั่งมากกว่าเหตุผล ลูกจึงแสดงพฤติกรรมต่อต้าน เช่น หนีออกจากบ้าน ปีนกำแพงหนีเรียน จนรั้วลวดหนามบาดมือ ส่วนลูกคนสุดท้อง น้องกันต์ อายุ 13 ปี เป็นเด็กออทิสติก สมองพิการซ้ำซ้อน ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ต้องดูแลเป็นพิเศษ

  “แม่เพลิง” ขวนขวายหาทางรักษาลูกพึ่งทางการแพทย์และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ดูแลลูกสาวคนเล็กจนลืมให้เวลาลูกสาวอีกสองคน ปัญหาความไม่เข้าใจในครอบครัวเกิดขึ้น ความเครียดเข้ามาแทนที่ แต่เมื่อสมาชิกในครอบครัว หันหน้าพูดคุยกันปัญหาทุกอย่างก็ผ่านพ้นไป

 กระทั่งปี 2540 แม่เพลินพาน้องกันต์ เข้ารับบริการขอคำปรึกษาการเลี้ยงดูลูกออทิสติส มูลนิธิเพื่อเด็กพิการ ได้อบรมเทคนิคการฟื้นฟูลูก IEP ในเด็กพิเศษ, การจัดกิจกรรมสำหรับเด็กพิเศษ จากศูนย์การศึกษาพิเศษ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ความพิการของน้องกันต์พัฒนาดีขึ้น ทั้งการสื่อสารและพฤติการณ์ อาการกรีดร้อง อารมณ์ฉุนเฉียวค่อยๆ หายไป ด้วยสองมือแม่ปลอบโยนโอบกอดด้วยความรัก ใช้คำพูดน้ำเสียงอ่อนโยน เช่น เวลาลูกดึงผม จับมือแรงๆ เป็นต้น

 ลูกสาวคนเล็กสอนให้ผู้เป็นแม่รู้จักควบคุมอารมณ์ เลี้ยงลูกทั้ง 3 คน ด้วยเหตุผลพูดคุยให้ความใกล้ชิดเหมือนเพื่อน ลูกกล้าคุยกล้าถามมากขึ้น สร้างสัมพันธภาพที่ดีในครอบครัว วันนี้แม่เพลิงรวมตัวแม่ที่เลี้ยงลูกพิการกลุ่มบางแคกว่า 8 คน ตั้งศูนย์ฟื้นฟูแบบบูรณาการ กลุ่มบางแค มอบความรู้ให้คำปรึกษาแก่ครอบครัวผู้มีลูกพิการ เริ่มจากครอบครัวเห็นความสำคัญของลูก เคารพสิทธิความเป็นมนุษย์ ไม่ใช่สิ่งของปล่อยทิ้งกลางบ้าน สะท้อนมุมเด็กพิการให้สังคมภายนอกเรียนรู้รับรู้ตัวตนของเด็ก เพิ่มต้นทุนชีวิตทางสังคมให้เขาเป็นส่วนหนึ่ง ไม่ใช่ส่วนเกินของสังคม ครอบครัวผู้มีบุตรพิการต้องการคำปรึกษาติดต่อมูลนิธิเด็กพิการ โทร.0-2539-9958 หรือศูนย์ฟื้นฟูแบบบูรณาการ กลุ่มบางแค โทร.0-2413-3201

 ทั้งนี้จากแบบสำรวจต้นทุนชีวิตเยาวชน อายุระหว่าง 12-25 ปี ใน 18 จังหวัด เด็กผู้พิการสะท้อนพลังด้านปัญญาตกทุกข้อ ตรงกันข้ามกลับประเมินคุณค่าของตนสูง หมายความว่า เด็กผู้พิการขาดพื้นที่แสดงความสามารถ นพ.สุริยเดว ทรีปาตี หัวหน้าฝ่ายกุมารเวชศาสตร์สังคมและวัยรุ่น สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี แนะสร้างปฏิสัมพันธ์ภายในบ้านให้เกิดขึ้นระยะยาวไม่ว่าครอบครัวเป็นอย่างไร สัมพันธภาพแม่ลูกสร้างได้ ควบคู่กับความสัมพันธ์ชุมชน สิ่งเหล่านี้ล้วนส่งผลต่อภูมิคุ้มกันเด็กและเยาวชนอย่างยั่งยืน

 สำหรับ นลินธยาน์ มนตรีธนสาร หรือแม่ยีนส์ อายุ 46 ปี อาชีพค้าขาย เลี้ยงลูกเพียงลำพังหลังสามีเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุ ปี 2536 มีพยานรัก 2 คน บอกว่าชีวิตช่วงนั้นหมดไปกับการทำงาน ไม่มีเวลาดูแลลูก ต้นทุนชีวิตช่วงแรกอาจหายไป มีเงินมากไม่สามารถเลี้ยงลูกได้ จึงเน้นหนักลูกเรื่องระเบียบวินัยการวางแผน จัดตารางเวลา ตารางครอบครัว ในแต่ละวันสอนทักษะชีวิตให้ลูกเรียนรู้เพศศึกษาและรักการอ่านตั้งแต่เด็ก เมื่อลูกทั้งสองคนโตขึ้น ความใกล้ชิดกันเรื่องเวลาลดน้อยลงไปบ้าง การแสดงความรักด้วยการสัมผัสโอบกอดหอมแก้มไม่ถี่เหมือนครั้งลูกยังเด็ก

 ส่วนแม่พร (นามสมมติ) คุณแม่แวดวงสื่อ เลี้ยงดูลูกชายคนเดียววัย 17 ปี บอกว่าให้ลูกสัมผัสการทำงานด้านสื่อ แทรกความรู้กระแสสื่อที่ไม่จำเป็นต้องทำตาม พร้อมเรียกร้องให้สื่อรวมรับผิดชอบสร้างต้นทุนชีวิตเด็กร่วมกับครอบครัว ชุมชน สังคม เสนอภาพหรือกิจกรรมอันเป็นประโยชน์ต่อการรับรู้ของเด็กมากกว่าที่เป็นอยู่ ดังนั้นต้นทุนชีวิตที่เด็ก ๆ เรียกหา คงไม่อาจยกบทบาทหน้าที่นี้ให้แม่สร้างเพียงผู้เดียว ครอบครัว ชุมชนและสังคม ต่างมีส่วนสร้างต้นทุนชีวิตเด็กไทยร่วมกัน

  
      0 กิตติยา ธนกาลมารวย 0