นายไพศาล บางชวด นายกสมาคมวิชาชีพสาธารณสุข เปิดเผยว่าได้เข้าพบ นายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) พร้อมด้วยกรรมการสมาคม เพื่อมอบร่าง พ.ร.บ.วิชาชีพการสาธารณสุข และ พ.ร.บ.ส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคแห่งชาติ ที่สมาคมผลักดันให้ผ่านเป็นกฎหมายบังคับใช้
นายวิทยากล่าวว่า เป็นเรื่องที่เป็นประโยชน์มาก และได้มอบหมายให้นายพิเชฐ พัฒนโชติ ที่ปรึกษา รมว.สาธารณสุข และฝ่ายกฎหมายของกระทรวง ไปศึกษาและยกเป็นร่างกระทรวงขึ้นมาประกบเพื่อเสนอเป็นร่างของรัฐบาลต่อไป
นายไพศาลกล่าวว่า การเคลื่อนไหวผลักดัน ร่าง พ.ร.บ.ทั้งสองฉบับเป็นมติจากการประชุมสัมมนาสมาชิกสมาคม ซึ่งประกอบไปด้วยเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในสถานีอนามัยทั้ง 4 ภาค ในหัวข้อ “95 ปี สถานีอนามัย :ทศวรรษใหม่แห่งการเปลี่ยนแปลง” ได้ข้อสรุปว่า จะร่วมกันผลักดันร่าง พ.ร.บ.ทั้งสองฉบับให้ผ่านเป็นกฎหมายให้ได้ เพราะจะช่วยทำให้ได้ยกระดับมาตรฐานการทำงานของบุคลากรในวิชาชีพสาธารณสุขทั้งในแง่ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิความเสมอภาคกับบุคลากรด้านอื่นๆ ของกระทรวงสาธารณสุข และการทำงานมีคุณภาพมากขึ้น
“สาระสำคัญของร่างพ.ร.บ.ทั้งสองฉบับที่เสนอคือ เรื่องการพัฒนามาตรฐานคนทำงาน กับมาตรฐานงานดูแลสุขภาพประชาชน ซึ่งประโยชน์ทั้งหมดก็จะตกอยู่กับสุขภาพโดยรวมของประชาชนที่เข้ามาใช้บริการนั่นเอง เพราะเจ้าหน้าที่สถานีอนามัย คือบุคลากรของกระทรวงสาธารณสุขที่ทำงานใกล้ชิดกับชาวบ้านมากที่สุด แต่กลับได้รับการเหลียวแลน้อยที่สุด ทั้งงบประมาณ ทรัพยากรต่างๆ ในการปฏิบัติหน้าที่ จนปัจจุบันพูดได้เลยว่าเจ้าหน้าที่สถานีอนามัยขาดขวัญและกำลังใจในการทำงานอย่างมาก รู้สึกเหมือนถูกปฏิบัติราวกับเป็นพลเมืองชั้นสองของกระทรวงสาธารณสุข” นายไพศาลกล่าว
ทั้งนี้ ในวันที่ 19 สิงหาคม นี้ จะมีเจ้าหน้าที่สถานีอนามัยจากทั่วประเทศประมาณ 1 หมื่นคน มาร่วมประชุมที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และจะมารวมตัวแสดงพลังประกาศเจตนารมณ์ร่วมกันในการผลักดันร่างพ.ร.บ.ทั้งสองนี้ ที่ลานพระบรมรูปทรงม้า เพื่อให้รัฐบาลและพรรคการเมืองทุกพรรคได้รับทราบถึงความต้องการอย่างแท้จริง แม้ว่าขณะนี้จะมีความพยายามจากผู้บริหารระดับสูงขัดขวางการเดินทางมาชุมนุม แต่ยืนยันว่า การแสดงพลังในวันที่ 19 สิงหาคม จะต้องมีอย่างแน่นอน