"วันเสียงปืนแตก"..จุดเสี่ยงประเทศไทย!

ฮอตที่สุดในรอบสัปดาห์นี้คงหนีไม่พ้นประเด็นร้อนกับการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อการเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือกลุ่มเสื้อแดง ในการเคลื่อนไหวนำรายชื่อประชาชนนับล้านถวายฎีกาเพื่อขอพระราชทานอภัยโทษให้ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 7 สิงหาคมนี้

 โดยเตรียมถวายฎีกาโดยตรงต่อสำนักพระราชวัง ไม่ผ่านหน่วยงานไดๆ ทั้งสิ้น รวมไปถึง "องคมนตรี" เนื่องจากไม่ไว้ใจองคมนตรีบางคน เพราะกลัวถูกตัดตอน

 แต่ที่น่าสนใจคือขณะนี้เริ่มมีกลุ่มองค์กรต่างๆ ออกมาเคลื่อนไหวแสดงความไม่เห็นด้วย เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องไม่เหมาะสมและมิไม่บังควร

 ไม่ว่าจะเป็นเครือข่ายข้าราชการ ประชาชน และแวดวงชั้นสูง รวมถึงบรรดาราชนิกุล

 ที่น่าจับตาคือการออกมาเคลื่อนไหวของ "พลังสีน้ำเงิน" ภายใต้การขับเคลื่อนของ เนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทย ที่ประกาศตัวเป็นกองหน้าออกมาท้าชนพลังสีแดง ด้วยการรณรงค์ต่อต้านทุกรูปแบบ

 ถึงขนาด ชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย มีคำสั่งตรงไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อตั้งโต๊ะถอนรายชื่อถวายฎีกา พร้อมทั้งดึงเอาข้าราชการและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มาเป็นมือไม้ในการขับเคลื่อน

 พร้อมทั้งออกแคมเปญรณรงค์ทุกรูปแบบด้วยการขึ้นคัตเอาท์ตามจุดต่างๆ ทั่วกรุงเทพฯ นั่นเพราะพลังสีน้ำเงินเชื่อว่ามีประชาชนจำนวนมากที่ "ถูกหลอก" ให้มาร่วมลงชื่อ

 เพื่อต้องการสะท้อนให้เห็นว่ายังมีประชาชนอีกจำนวนมากที่ "ไม่เห็นด้วย" กับการถวายฎีกาของคนเสื้อแดงครั้งนี้

 ขณะเดียวกันแรงต้านยังขยายวงกว้างออกไปถึงสถาบันการศึกษาอย่างที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ทั้ง 26 แห่งทั่วประเทศ อาทิ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ออกมาร่วมขบวนคัดค้านด้วยอีกแรง

 โดยหวังว่าการกระโดดเข้าร่วมของ ทปอ.ครั้งนี้ จะมีส่วนช่วยชี้นำสังคม และร่วมกันหาทางออกด้วยหลักวิชาการ ด้วยความเป็นกลาง

 ล่าสุด "กลุ่มสยามสามัคคี" ซึ่งเป็นการรวมตัวของอดีตคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) นำโดย พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม อดีตหัวหน้าสำนักงานเลขาธิการคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ ได้ประกาศตัวร่วมต่อต้านด้วย

 โดยเตรียมยื่นฎีกาคัดค้านการถวายฎีกาของกลุ่มคนเสื้อแดง ซึ่งจะยื่นประกบทันทีหลังจากวันที่ 7 สิงหาคมนี้

 เพราะเห็นว่าการเคลื่อนไหวของ "นช.ทักษิณ" หวังใช้ประชาชนเป็นเครื่องมือให้พ้นจากความผิดทุจริตต่อชาติ เข้าข่ายการละเมิด จาบจ้วง มีเจตนาสร้างความเสียหายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ถือเป็นการดึงเอาสถาบันลงมาอยู่ท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมือง มีแต่จะส่งผลเสียหายต่อสถาบันและประเทศชาติอย่างร้ายแรง

 พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ประชาชน และองค์กรต่างๆ ที่สนใจเข้ามาร่วมลงรายชื่อถวายฎีกาคัดค้าน ฎีกาของกลุ่มคนเสื้อแดงด้วย

 ขณะเดียวกันมีการวิเคราะห์อย่างน่าสนใจจากอดีตแกนนำ คมช.ว่าเจตนาของวันที่ 7 สิงหาคมนั้น ต้องการใช้วันเสียงปืนแตก เป็นการจุดประเด็นการประกาศสงครามรอบใหม่ของคนเสื้อแดง

 มุ่งหวังให้ประชาชนลุกขึ้นมาต่อต้านรัฐบาล และสร้างความปั่นป่วนเพื่อให้รัฐบาลได้ใช้อำนาจรัฐเข้าจัดการ จนนำไปสู่สงครามกลางเมือง

 ถือเป็น "การปรับรูปขบวนใหม่" หลังจากได้รับบทเรียนในเหตุการณ์สงกรานต์เลือด !!!

 เจตนาต้องการให้สถาบันลงมา "หย่าศึก" เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายต่างถอยกันคนละก้าว และกลับไปเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่

 นั่นหมายความว่า คดีความต่างๆ ที่มัดคอ "ทักษิณ" ต้องมีอันยุติ

 ดังนั้นก่อนถึงวันที่ 7 สิงหาคม จึงต้องจับตาดูการเคลื่อนไหวขององค์กรภาคต่างๆ ซึ่งเท่ากับว่าสงคราม "ความขัดแย้งรอบใหม่" ได้ถูกจุดชนวนขึ้นมาอีกครั้งแล้ว

 สถานการณ์บ้านเมืองในรอบสัปดาห์นี้จึงเดินเข้าสู่จุดเสี่ยงอย่างยิ่ง เพราะทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยต่างก็งัดกลยุทธ์ออกมาห้ำหั่นซึ่งกันและกันอย่างถึงพริกถึงขิง

 โดยเฉพาะการเกณฑ์พลังมวลชนออกมาเกทับ ซึ่งมีแนวโน้มจะนำไปสู่การ "การเข่นฆ่า" ระหว่างประชาชนคนไทยด้วยกัน

 เพราะบันทึกประวัติศาสตร์ชาติไทย และการนองเลือดเคยเกิดขึ้นมาแล้ว จากการดึงเอาสถาบันพระมหากษัตริย์เข้ามาเป็นเงื่อนไขสำคัญ

 ฉะนั้นสัปดาห์นี้สถานการณ์บ้านเมืองจึงเดินทางถึงจุดล่อแหลมที่สำคัญอีกครั้ง !

 หากรัฐบาลไม่เตรียมรับมือ และเกิดการพลาดพลั้ง มีหวังกงล้อประวัติศาสตร์ คนไทยลุกขึ้นมาฆ่ากัน เหมือนเหตุการณ์ 6 ตุลา 19 อาจหมุนเวียนกลับมาอีกครั้งก็เป็นได้

 ยิ่ง "วันเสียงปืนแตก" ห่างจากวันแถลงนโยบายของรัฐบาลในรอบ 6 เดือน เพียงวันเดียว โดยรัฐบาลได้กำหนดวันชัดเจนแล้วว่าเป็นวันที่ 6 สิงหาคมนี้

 พร้อมเป็นการเลี้ยงฉลองวันคล้ายวันเกิด อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ครบรอบ 45 ปี ในวันที่ 3 สิงหาคมนี้

 และ "กลุ่มคนเสื้อแดง" ก็ได้เตรียมใช้โอกาสนี้ล่ารายชื่อ "ปลดนายกฯ มาร์ค" กรณีเข้ามาล้วงลูกสำนักตรวจแห่งชาติ พร้อมทั้งนัดแต่งชุดดำในวันเกิด "นายกฯ มาร์ค" รวมไปถึงวันแถลงผลงาน

 เพราะเห็นว่าตลอด 6-7 เดือนที่ผ่านมา รัฐบาลไม่มีผลงานการแก้ปัญหาสังคม การเมือง เศรษฐกิจ และไม่มีอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน เพื่อเป็นการแสดงความเสียใจที่ประเทศไทยได้รัฐบาลที่ไม่เป็นประชาธิปไตยเข้ามาบริหารประเทศ และตกอยู่ภายใต้ระบอบอำมาตยาธิปไตย

 จึงต้องจับตาเงื่อนไขทั้งหมดนี้ ที่อาจจะทำให้ประเทศไทยกลับไปสู่จุดบอบช้ำอีกครั้ง !!
 
 บัญชา แข็งขัน