เหตุผล (I)
เป็นพวกเรานี่มันอาภัพนะ ว่ามั้ยโก้?
โก้ มิสเตอร์แซกแมน อึ้งไป 2 วิ แล้วถอนหายใจกับคำพูดแทงใจของฉัน
“อือ…พยายามจะไม่ไปนึกถึงมันนะ…แต่ เราก็ไม่มีเวลาที่จะเสียใจ เราต้องเดินต่อไป…สู้ต่อไป…”
หลายครั้งที่เราสองพี่น้องรู้สึกหดหู่พร้อมๆ กันกับสิ่งที่เป็นอยู่และความเป็นไปของพวกเราตลอดระยะเวลาที่ล้มลุกคลุกคลานด้วยกันมา เราพยายามที่จะมองข้ามมัน เพราะเรารู้ว่า...
“มันเจ็บปวดเกินไป”
พรสวรรค์ (ที่ดูจะไม่ขลังเอาเสียเลย) มันไม่ได้ทำให้พวกเราใช้ต่อรองกับอะไรยากๆ ได้ แล้วบางทีมันก็ยิ่งทำให้แย่เข้าไปอีก บางทีเรากลับรู้สึกว่ามันเป็นเหมือน “ทุกขลาภ” เหมือนคนหน้าตาดีฉลาดล้ำ แต่ต้องไปเป็นเมียน้อย เมียเก็บ หรืออะไรที่แอบๆ หลบๆ ซ่อนๆ ไม่ได้รับการเชิดหน้าชูตาแบบนั้น
“จะทำไปทำไมเนี่ยอัลบั้มเพลงแจ๊ส ต้นทุนชุดละล้านกว่า ขายได้ก็แค่วงจำกัด ยังไม่รวมถึงที่โดนแย่งส่วนแบ่งเป็นเทปผีซีดีเถื่อนอีก รายการทีวีก็ไม่เชิญไปออก คลื่นวิทยุก็ไม่ยอมเปิดให้ แล้วใครจะรู้จัก นี่โก้ไม่เหนื่อยบ้างรึยังไง?”
ไม่รู้ฉันโมโหอะไร บางทีก็ลุกขึ้นมาโวยวายกับน้อง ฉันไม่ได้โกรธความตั้งใจและความพยายามของโก้ แต่ฉันโกรธความไม่เป็นธรรม ความไม่ใส่ใจ ความไม่เข้าใจ หรือ อะไรสักอย่างของแวดวงที่ฉันและโก้เข้ามาอยู่ (ที่กว้างๆ ที่พี่น้องสองคนไม่มีที่จะยืนอยู่ร่ำไป)
“จะไปไหนอีกล่ะเนี่ย ได้สตางค์กลับมาซื้อข้าวกินมั่งมั้ย?” ฉันชอบเปิดฉากหาเรื่องกับน้องชายตัวกลมของฉันทุกครั้งที่มันออกไปช่วยงานใคร หรือ แสดงอะไรที่ได้เพียงคำขอบใจกลับมา
“โก้ อยากเล่น สตางค์มันไม่ใช่เหตุผลของโก้หรอก พี่ไก่ เราเป็นนักดนตรี เราใช้พรสวรรค์ทำให้คนมีความสุข พี่ไก่ไม่รู้หรอกว่า เวลาที่โก้แอบมองหน้าคนดู เขายิ้ม เขาซาบซึ้ง เขามีความสุข นี่แหละเหตุผล”
ตอบได้ซาบซึ้งใจ แต่กินเข้าไปไม่ได้อย่างนี้ทุกที
“พี่ไก่...เวลาเรียกราคาให้โก้ อย่าเรียกแพงนะ เดี๋ยวเขาจะไม่มีเงินจ้าง โก้อยากไปเล่น”
“โก้อยากไปเล่น” คำเดียวที่ฉันปล่อยวางทุกอย่าง เพื่อให้น้องได้ทำตามความต้องการ แล้วสิ่งที่ปล่อยไปก็วกกลับมาให้ฉันแก้ไขสู้รบตบตีจนกลายเป็นนางร้ายอยู่ในหลายครั้ง
“พี่คะ ทางคนจ้างเขาบอกว่ารู้จักกับพี่โก้ พี่โก้เคยไปเล่นให้ฟรี คราวนี้เขาเลยบอกว่า อยากให้ไปช่วย ส่วนอีกเจ้าก็บอกว่าแกเคยติดต่อพี่โก้ตรงๆ ราคาถูกมาก ไม่ใช่ราคาที่พี่ให้หนูเรียกไป”
นุชและเกด สองผู้ช่วยที่คอยตามเช็ดให้กับโก้เหมือนพี่เลี้ยงเด็กอนุบาลตัวอ้วนที่ชอบออกไปวิ่งซนและหกคะล้มหกคะลุก มอมแมม จนบางทีมีแผลกลับมาให้ใส่ยา ต้องคอยรายงานเรื่องราวที่ฉันจะต้องเป็นคนตัดสินใจ (ทุกที)
ราคาคุ้นเคย ราคาในอดีต ใครเป็นคนตั้งราคา ฉันไม่สนใจหรอก รู้แต่ว่า...“มันต้องสมราคา”
พรสวรรค์ ประสบการณ์ การทุ่มเท และความตั้งใจ มันตีค่าออกมาเป็นเงินไม่ได้ เพราะมูลค่าของมันสูงกว่านั้น แต่ในความเป็นจริง คนเราต้องกิน ต้องใช้ ไม่เช่นนั้นจะเอากำลังกายที่ไหนลุกขึ้นมาทำสิ่งที่รัก สำหรับฉัน เม็ดเงิน มันคือ “กำลังใจที่เป็นรูปเป็นร่าง” เพราะหลายครั้ง คนเราถูกจัดอันดับด้วยชื่อเสียงและเงินทอง ไม่ใช่หรอกหรือ?
ดังนั้น...ถ้าฉันจะต้องร้ายเพื่อเรียกร้องให้แก่สิ่งที่มีอยู่และทำไป มันผิดตรงไหนก็ในเมื่อทั้งฉันและโก้ไม่เคยมีใครลุกขึ้นมาปกป้องและรักษาผลประโยชน์ หรือแม้แต่เชิดชูอยู่แล้ว เราจึงต้องต่อสู้ดิ้นรน เพื่อความอยู่รอดของตัวเอง...ด้วยตัวเอง
“รับจ้างออกงานประกาศผลรางวัลหรือไงโก้…ไปทำไม?… เคยได้รางวัลมั่งมั้ย?”
ถ้ามันอยู่เมืองนอก ตู้โชว์ที่บ้านคงไม่พอเก็บรางวัล น่าเสียใจ และน่าเสียดายที่มันเกิดผิดที่...ที่ๆ กำลังพัฒนา!
โชคร้ายเหลือเกินที่เกิดในที่ๆ มีเพลงเพียง 2 ประเภท ป๊อป และ ร็อก (เขาให้รางวัลแค่นั้น) ที่ๆ ใครต่อใครหลับหูหลับตาเล่นตามเกม...เก้าอี้ดนตรี! (ของนายทุน)
“โก้ไม่เหมาะกับที่นี่หรอก ไปเมืองนอกได้แล้ว จะได้รู้ว่าโก้เป็นอะไรมากกว่าที่เป็นอยู่”
“ขอทำอะไรที่นี่ก่อนนะพี่ไก่ โก้รู้ว่ามันก็ไม่ค่อยได้อะไร แต่ก็ดีกว่าไม่ทำอะไรแล้วปล่อยให้เด็กรุ่นต่อไปไม่ได้อะไร ถ้าเราไม่ทำแล้วใครจะทำ...มันต้องมีสักคนที่ทำ...”
ความมุ่งมั่นและจุดยืนที่ชัดเจน ทำให้ฉันรู้สึกชื่นชมโก้ ฉันไม่แข็งแรงและเข้มแข็งเท่าโก้ หลายครั้งอีกเหมือนกันที่ฉันต้องเรียนรู้ “การให้” ที่ไม่หวังอะไรตอบแทน “แบบโก้” เทวดาใจดีที่อยู่ในร่างของนักแซกโซโฟนตัวกลม มันเหมือนกับฉันได้รู้จักตัวตนของฉันเองในมุมที่ฉันเคยคิดว่ามันไม่เคยมี...ด้านที่สว่างไสว...ด้านที่ดีที่สุดในตัวเอง
การยอมรับมันอาจจะยากเกินไป งั้นก็แค่เปิดใจ เพื่อจะได้เข้าใจในสิ่งที่โก้ทำมากขึ้น ไม่ว่าฉันจะเปิดใจแค่ไหน และพยายามเข้าใจขนาดไหน ฉันก็ยังหาเหตุผลของคนเหล่านั้นไม่เจอ…







