ไลฟ์สไตล์ : ข่าวทั่วไป
วันที่ 28 กรกฎาคม 2552

"รอยสัก" ศิลปะบนร่างมนุษย์

หากพูดถึง "รอยสัก" ภาพลักษณ์ที่นำเสนอออกมา อาจจะแสดงออกถึงความดิบ ห่าม และร้ายกาจในแบบฉบับของผู้ชาย แต่แท้ที่จริงแล้วลายเส้นและสีสันเหล่านี้ หากมองในอีกแง่มุมหนึ่ง "รอยสัก" ก็คือ "ศิลปะ" บนเรือนร่างที่ช่างสักบรรจงจรดปลายเข็มลงบนเนื้อหนังอย่างประณีต เพื่อจะได้ลวดลายอันแสนวิจิตร ซึ่งลวดลายเหล่านั้นมักบ่งบอกถึงบุคลิกของผู้สักได้เป็นอย่างดี

 นี่เองจึงเป็นที่มาของงาน "อินเตอร์เนชั่นแนล แทททู เฟสติวัล 2009" ซึ่ง ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล พัทยาบีช ร่วมกับ เมืองพัทยา และชมรมชาวสักเมืองพัทยา จัดขึ้น เพื่อร่วมงานศิลปะการสักของไทยให้เป็นที่ยอมรับไปทั่วโลก อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวและสร้างสีสันให้แก่เมืองพัทยาอีกด้วย

 "หน่อง" ณรงค์ชัย น้ำขาว ประธานชมรมช่างสักเมืองพัทยา กล่าวว่า การสักไม่ได้มีเทรนด์เหมือนแฟชั่นเสื้อผ้า เพราะการสักจะทำตามลวดลายที่ลูกค้าต้องการ ซึ่งการสักจะมีทั้งการสักแบบขาวดำและสักสีแล้วแต่ความต้องการ ในเมืองไทยช่างสักมีการพัฒนาฝีมือจนสามารถตามทันต่างประเทศ แต่การสักของช่างไทย จะเป็นงานที่ละเอียด ประณีต เน้นความสวยงามของเส้นสาย ความคมชัด อ่อนไหวของเส้นเป็นหลัก ในขณะที่ต่างประเทศจะเน้นแสงเงามากกว่า ซึ่งยอมรับว่าเป็นงานที่ไม่ซ้ำแบบใคร แต่ตอนนี้ช่างสักของไทยก็สามารถพัฒนาฝีมือได้ทัดเทียม ปัจจุบันคนไทยนิยมการสักและเป็นที่ยอมรับมากขึ้นกว่าสมัยก่อน เพราะปัจจุบันคนมองการสักเป็นงานศิลปะที่สวยงาม ผิดกับในอดีตที่คนมักจะมองคนที่สักว่าเป็นผู้ทำผิด

 งานในครั้งนี้ได้รวบรวมช่างสักฝีมือชั้นเทพจากทั่วประเทศมาร่วมกันแสดงผลงาน พร้อมสาธิตการสักให้ผู้ที่มาร่วมงานได้ชมกันอย่างใกล้ชิด โดยไฮไลท์ของงานเห็นจะอยู่ที่สุดยอดปรมาจารย์ช่างสักของไทยอย่าง อ.หนู กันภัย ที่มาร่วมให้ความรู้เรื่องการสักศิลปะเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต ซึ่งได้รับความสนใจจากสาวกรักการสักเป็นอย่างมาก ทั้งยังได้กระทบไหล่กับช่างสักชื่อดังจากอิตาลี สิงคโปร์ และมาเลเซีย ซึ่งมาโชว์ฝีไม้ลายมือในการสักแบบฉบับของตัวเองภายในงาน เรียกความสนใจจากเหล่านักสักได้ไม่น้อยเลยทีเดียว

 แต่ที่เรียกความสนใจจากผู้ร่วมงานได้มากที่สุด เห็นจะอยู่ที่แฟชั่นโชว์ "เดอะ เพาเวอร์ เอเชี่ยน แทททู" ที่โชว์ความงามของศิลปะลายสัก ผ่านบอดี้เพ้นท์บนเรือนร่างของนางแบบและนักแสดงสาวชื่อดัง ที่สำคัญภายในงานยังทำสถิติเพื่อบันทึกเอาไว้ในประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของเมืองไทย ด้วยการรวมพลคนสักกว่า 500 ชีวิต ร่วมกันแปรอักษรเป็นรูป อินฟินิตี้ สุดยิ่งใหญ่ ที่แสดงให้เห็นว่า "ความงามแห่งศิลปะรอยสักไม่มีวันสิ้นสุด" นั่นเอง