รวบอดีตพระข่มขืนเด็กวัย13ปีบนศาลาวัดบางคลาน

รวบอดีตพระลูกวัดบางคลาน ก่อเหตุข่มขืนเด็กหญิงวัย 13 ในศาลาการเปรียญ และลักเงินวัดหนีไปกบดานที่สุราษฎร์ฯ ผู้ต้องหาเครียด-ร้องไห้ บ่นอยากตาย ผู้การพิจิตรสั่งตำรวจดูแลอย่างใกล้ชิด หวั่นคิดสั้น

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 23 กรกฎาคม ที่ผ่านมา พล.ต.ต.เชาวลิต ชาญเวช ผบก.ภ.จว.พิจิตร พร้อมด้วย พ.ต.อ.ชัยสิทธิ์ ทรัพย์สิน ผกก.สภ.โพทะเล พ.ต.ท.พิรุฬ ศิลาพันธ์ รอง ผกก.สภ.โพทะเล นำตัวนายประจวบ ปานเขียว อายุ 51 ปี อยู่บ้านเลขที่ 80 หมู 2 ต.ห้วยใหญ่ อ.หนองบัว จ.นครสวรรค์ อดีตพระลูกวัดหิรัญญาราม หรือวัดบางคลาน อ.โพทะเล จ.พิจิตร ผู้ต้องหาก่อเหตุ 2 คดี คือ คดีที่ 1 ข่มขืนกระทำชำเรา ด.ญ.สุ (นามสมมติ) อายุ 13 ปี บ้านอยู่ ต.บางคลาน อ.โพทะเล บนศาลาการเปรียญวัดบางคลาน เหตุเกิดเดือนกันยายน 2551 และคดีลักเงินในตู้บริจาคของวัดไป 3,500 บาท มาแถลงข่าวที่บริเวณหน้ากองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพิจิตร หลังจากหลบหนีการจับกุมของตำรวจไปกบดานอยู่ที่ จ.สุราษฎร์ธานี

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่นายประจวบถูกนำตัวมาแถลงข่าว มีอาการเครียดอย่างเห็นได้ชัดและร้องไห้ตลอดเวลา เนื่องจากสำนึกผิด พร้อมกล่าวเสียใจต่อการกระทำที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมาก และที่หลบหนีไปเพราะเกิดความละอายใจที่ทำผิด ตอนนี้ไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อไปแล้ว และขอรับทุกข้อกล่าวหา
 จากนั้นนายประจวบก้มลงกราบขอขมาพระครูวิสิทธิ์ศรีลาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดบางคลานทั้งน้ำตา โดยขอให้ยกโทษที่ได้กระทำผิดซึ่งพระครูวิสิทธิ์ก็กล่าวยกโทษให้ 

  พล.ต.ต.เชาวลิต กล่าวว่า เมื่อครั้งที่นายประจวบบวชเป็นพระลูกวัดบางคลาน ได้ก่อคดีข่มขืนเด็กหญิงอายุ 13 ปี บนศาลาการเปรียญ จากนั้นก็ขโมยเงินในตู้บริจาคแล้วหลบหนีไปกบดานอยู่ที่ จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้แกะรอยจนกระทั่งจับกุมได้ จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดทุกข้อกล่าวหา แต่สิ่งที่เป็นห่วงคือ นายประจวบ ผู้ต้องหาเกิดอาการเครียดร้องไห้เสียใจตลอดเวลา บ่นว่าอยากตาย จึงได้กำชับ ผกก.สภ.โพทะเล ให้ดูแลอย่างใกล้ชิด เพราะเกรงว่าผู้ต้องหาอาจจะคิดสั้นฆ่าตัวตายในห้องขัง