"ฮิลลารี"ห่วงประเด็น"เกาหลีเหนือ-พม่า"

ฮิลลารี คลินตัน ให้สัมภาษณ์ "สุทธิชัย หยุ่น"และ"วีณารัตน์ เลาหภคกุล" ยืนยันพร้อมยกระดับการปกป้องและห่วงประเด็นเกาหลีเหนือกับพม่า เผยตัดสินใจรับตำแหน่งเพราะต้องการทำงานเพื่อชาติทิ้งเรื่องการแข่งขันหลังการเลือกตั้งผ่านไป

(22ก.ค.) นางฮิลลารี คลินตัน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ให้สัมภาษณ์นายสุทธิชัย หยุ่น บก.อำนวยการเครือเนชั่นฯ และ วีณารัตน์ เลาหภคกุล ผู้ประกาศเนชั่นทีวี ว่า สหรัฐฯพร้อมที่จะยกระดับการปกป้องหุ้นส่วนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และรวมถึงบรรดาเพื่อนบ้านของอิหร่านด้วย ขณะเดียวกัน ก็ยอมรับว่าสหรัฐวิตกเรื่องการถ่ายโอนเท็คโนโลยีนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือไปให้กับพม่า

 นางฮิลลารีกำลังเตรียมตัวเดินทางไปภูเก็ต เพื่อเข้าร่วมการประชุมว่าด้วยการเมืองและความมั่นคงในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ซึ่งเป็นการประชุมด้านความมั่นคงที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ซึ่งกำลังเกิดความวิตกเกี่ยวกับความร่วมมือระหว่างสองประเทศที่ทำตัวนอกคอก จนกลายเป็นประเด็นที่มีอิทธิพลในการประชุมครั้งนี้

 ในการปรากฎตัวเพื่อให้สัมภาษณ์เนชั่น ทีวี รัฐมนตรีต่างประเทศหญิงของสหรัฐ กล่าวว่า เธอและประธานาธิบดีบารัค โอบาม่า ต่างให้ความสำคัญต่อภูมิภาคแห่งนี้ และยังระบุเป็นนัยด้วยว่า รัฐบาลของอดีตประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช ได้ละเลยผลประโยชน์ของสหรัฐในเอเชีย ส่วนหลักฐานที่แสดงให้เห็นการเข้าถึงภูมิภาคแห่งนี้ของสหรัฐ ก็คือการที่เดินทางเยือนต่างประเทศครั้งแรกของเธอ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ โดยมีจุดหมายปลายทางคือ เอเชีย

 ฮิลลารี กล่าวว่า เธอเชื่อมั่นอย่างมากว่า สหรัฐต้องเข้ามาเกี่ยวพันในภูมิภาคแห่งนี้ และเป้าหมายหลักของเธอ ก็คือการเยือนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในตอนนี้ ซึ่งต้องทำงานหนักเพื่อพยายามแสวงหาโอกาสที่จะกระชับความสัมพันธ์ในแบบหุ้นส่วน เพื่อเป็นหลักประกันในด้านสันติภาพและความรุ่งเรืองในภูมิภาคแห่งนี้

 เมื่อถามว่า รัฐบาลอดีตประธานาธิบดีบุช กระทำผิดพลาดหรือไม่ที่ไม่ใช้ความพยายามทางการทูตให้มากขึ้นในการสร้างสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับเอเชีย ฮิลลารีตอบว่า ในการเลือกตั้งเมื่อเดือนพฤศจิกายน ชาวอเมริกันได้แสดงการตัดสินใจที่ชัดเจนอย่างยิ่ง รัฐบาลของโอบาม่าคิดว่า ถึงเวลาแล้วที่จะแสดงให้ชาติในเอเชียได้เห็นว่า สงครามในอิรักและอัฟกานิสถาน ไม่ได้ทำให้สหรัฐหันเหความสนใจไปจากเอเชียและยังคำนึงถึงความเป็นหุ้นส่วนที่เหนียวแน่ต่อภูมิภาคนี้

ชี้อาเซียนควรพิจารณาขับพม่าหากไม่ยอมปล่อยซูจี

นางฮิลลารี ยังได้กล่าวถึงประเทศพม่าว่า สมาคมอาเซี่ยนควรพิจารณาขับพม่าออกจากการเป็นสมาชิก ถ้าไม่ยอมปล่อยนางอองซาน ซูจี ผู้นำการเรียกร้องประชาธิปไตยในพม่า

โดยเมื่อถูกถามว่า สมาคมอาเซียนควรจะขับพม่าออกจากการเป็นสมาชิกหรือไม่ ถ้าประเทศที่ปกครองโดยรัฐบาลทหารแห่งนี้ ไม่ยอมปล่อยตัวนางซูจี ซึ่งนางฮิลลารีตอบว่า น่าจะมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายที่เหมาะสมในการพิจารณาเรื่องนี้

นางฮิลลารี กล่าวด้วยว่ารู้สึกห่วงใยอย่างยิ่งต่อรายงานเรื่องสิทธิมนุษยชนในพม่า โดยเฉพาะในประเด็นที่รัฐบาลทหารพม่ากระทำทารุณกรรมและล่วงละเมิดเด็กผู้หญิง

นอกจากนี้ยังนางฮิลลารีมีความวิตกเรื่องความร่วมมือระหว่างรัฐบาลทหารพม่ากับเกาหลีเหนือ ที่จะเป็นประเด็นที่มีอิทธิพลต่อการประชุม ARF ที่ภูเก็ต ที่ฮิลลารีเดินทางไปถึงในวันนี้

เผยตัดสินใจรับตำแหน่งเพราะต้องการทำงานเพื่อชาติ

ขณะเดียวกันนางฮิลลารี ได้ตอบคำถึงความรู้สึกที่ต้องทำงานร่วมกับคู่แข่งในอดีตอย่างประธานาธิบดีบารัค โอบามาว่า "เป็นคำถามธรรดา ที่ดิฉันพบอยู่บ่อยครั้งและลองคิดดูว่าเราทั้งสองคน พยายามอย่างมากที่จะต่อต้านอีกฝ่าย พยายามที่จะเอาชนะอีกฝ่าย พูดถึงฝ่ายตรงข้ามในทางที่ไม่ค่อยดีนัก

แต่ในประเทศของเรา เมื่อการเลือกตั้งผ่านพ้นไป เราพยายามที่จะทำงานร่วมกันเพื่อประเทศชาติและในระบบของเรา เมื่อประธานาธิบดีขอร้องให้ท่านเข้ามาช่วย คุณก็ต้องรู้สึกว่าคุณควรจะทำเพื่อช่วยให้งานของประธานาธิบดีประสบความสำเร็จ ประธานาธิบดีก็เรียกร้องให้รีพลับบลิกันเข้ามาช่วย ไม่ใช่แค่คู่แข่งจากพรรคเดโมเครตเช่นดิฉันเท่านั้น ท่านรองประธานาธิบดีโจไบเดนท์ก็เคยเป็นคู่แข่งของท่านมาก่อน ประธานาธิบดีพยายามที่จะทำให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในทีมของท่าน

ตอนที่ดิฉันไปอินโดนีเซีย คำถามนี้เป็นคำถามที่ค่อนข้างธรรมดามาก เพราะว่าในหลาย ๆ ประเทศการต่อสู้กันทางการเมืองหลังการเลือกตั้งยังคงอยู่ จะไม่มีการพูดกันเป็นการส่วนตัว มีการแบ่งพรรคแบ่งพวกกันอย่างชัดเจน ทำให้คนอินโดนีเซียพยายามจะถามว่า คุณทำงานร่วมกับคนที่เคยเป็นคู่แข่งของคุณได้อย่างไร ดิฉันจึงบอกพวกเขาไปว่านั่นคือสิ่งที่พวกเราได้เรียนรู้ในช่วงปีที่ผ่านมา ในหลักการประชาธิปไตย ประเทศชาติต้องมาก่อน คนเล่นการเมืองก็ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป

คนชนะและแพ้การเลือกตั้ง แต่เมื่อการเลือกตั้งจบลง คุณก็สามารถที่จะมีนโยบายที่ขัดแย้งกันได้ซึ่งเราเองก็มี ชัดเจนมาก แต่เราต้องพยายามที่จะร่วมมือกัน พยายามที่จะไปในทิศทางเดียวกันเพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติ ซึ่งฉันก็ไม่ได้มีปัญหาในเรื่องเหล่านี้เลย"

 หลังให้สัมภาษณ์ ฮิลลารี ได้เดินทางต่อไปยังภูเก็ต เพื่อเข้าร่วมการประชุมเป็นเวลา 2 วัน ในประเด็นเกาหลีเหนือ พม่า และประเด็นสำคัญอื่น ๆ เกี่ยวกับภูมิภาคแแห่งนี้ ซึ่งเธอจะลงนามในสนธิสัญญาไมตรีและความร่วมมือในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อคลี่คลายความขัดแย้งในภูมิภาค ที่มีหลายชาติร่วมลงนามกันไปบ้างแล้ว

 "ฮิลลารี”ถึงภูเก็ตท่ามกลางการต้อนรับอย่างอบอุ่น

 บรรยากาศการต้อนรับนางฮิลลารี  ซึ่งเดินทางมาร่วมการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนครั้งที่ 42 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเมื่อมาถึงท่าอากาศยานภูเก็ต เมื่อเวลาประมาณ 13.05 น. นายวิชัย ไพรสงบ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และนางขันธ์ทอง อูนากูล รองอธิบดีกรมพิธีการทูต กระทรวงการต่างประเทศ ได้ให้การต้อนรับถึงหลุมจอด พร้อมด้วยนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฎภูเก็ต ซึ่งแต่งกายด้วยชุดไทย ถือป้ายต้อนรับและมอบพวงมาลัยช่อดอกไม้ โดยหลังจากนางฮิลลารี่รับพวงมาลัยแล้ว ก็ได้ถ่ายภาพร่วมกับนักศึกษา และระหว่างเดินมายังรถที่จอดรอรับก็ได้ยิ้มทักทาย และโบกมือให้กับผู้ไปรอต้อนรับด้วย

 ขณะที่การรักษาความปลอดภัยนั้นก็ยังคงมีความเข้มงวด โดยมีทั้งชุดรักษาความปลอดภัยของนางฮิลลารี่ คลินตัน และทหารตำรวจชุดรักษาความปลอดภัยของไทยซึ่งได้บูรณาการทำงานร่วมกันทั้งที่บริเวณท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต ตลอดจนเส้นทางจากท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ตก็มีกำลังทหารประจำจุดต่างๆ เป็นระยะๆ จนถึงสถานที่พักเดิมกำหนดใช้โรงแรมเจ ดับบลิว แมริฮอท ต.ไม้ขาว อ.ถลาง แต่ได้เปลี่ยนเป็นโรงแรมดุสิต ลากูน่า โดยอยู่บริเวณเดียวกับโรงแรมเชอราตัน แกรนด์ลากูน่า ภูเก็ต ซึ่งเป็นสถานที่ในการจัดการประชุม

 อย่างไรก็ตาม ในเส้นทางจากท่าอากาซยานนานาชาติภูเก็ต จนถึงสถานที่พักได้มีนักเรียนจากโรงเรียนต่างๆ ประกอบด้วย วิทยาลัยเทคนิคถลาง โรงเรียนวัดเมืองใหม่ โรงเรียนเมืองถลาง โรงเรียนมุสลิมวิทยาคม และโรงเรียนมิตรภาพ 45 บ้านศรีสุนทรจำนวนประมาณ 1,700 คน ได้นำธงชาติของประเทศสหรัฐอเมริกา ธงของประเทศไทย ธงอาเซียน และธงของประเทศต่างมาโบกเพื่อแสดงการต้อนรับ ทั้งนี้ในส่วนของนางฮิลลารี่เองก็ได้ยกมทือโบกทักทายกับนักเรียนที่ให้การต้อนรับด้วย

 ทั้งนี้ในเวลาประมาณ 17.00 น.นางฮิลลารี จะประชุมร่วมกับรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน และเข้าร่วมพิธีลงนามสำหรับการภาคยานุวัติสนธิสัญญาไมตรีและความร่วมมือในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วย นอกจากนี้ในช่วงค่ำก็จะเข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำซึ่งรัฐมนตรีต่างประเทศของไทยและคู่สมรสเป็นเจ้าภาพ ที่โรงแรมตรีสรา

ขณะเดียวกันก่อนหน้านี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทยเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารกลางวันแก่ผู้แทนที่เข้าร่วมการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสและระดับอธิบดีอาเซียน
 
 ชมการสัมภาษณ์ ฮิลลารี คลินตัน แบบเต็มอิ่มได้ในรายการ"ข่าวค้นคนข่าว"ภาคพิเศษ เวลา 22.15-23.00 น. ทางโมเดิร์นไนน์ คืนวันที่ 22 ก.ค.นี้