ยึดอาชีพขาย"กล้าปาล์ม" ทางเลือกหนุ่มเมืองเลย

การเก็บเกี่ยวประสบการณ์สมัยที่ทำงานอยู่กับบริษัทปาล์มน้ำมันแห่งหนึ่งที่ภาคใต้ เมื่อเกือบ 20 ปีที่แล้ว ทำให้ลูกแม่โจ้รุ่น 49 "เมฆ จันทะมน" เกษตรกรวัย 50 ปีเศษ แห่งบ้านนาโคก ต.ศรีสองรัก อ.เมือง จ.เลย ต้องผันตัวเองมาเป็นเกษตรกรชาวสวนปาล์มอย่างเต็มตัว หลังเพื่อนรักจาก จ.ชุมพร ได้ส่งเมล็ดปาล์มให้ทดลองปลูก เขาเป็นเกษตรกรรุ่นแรกๆ ที่นำเมล็ดปาล์มน้ำมันจากปักษ์ใต้มาทดลองปลูกในถิ่นอีสานเหนือ เมื่อประมาณ 7-8 ปีที่แล้ว ก่อนหันมาตั้งโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มชุมชนเพื่อรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกร พร้อมจำหน่ายกล้าปาล์มพันธุ์ดีให้แก่เกษตรกรในพื้นที่

            "ปัจจุบันที่ จ.เลย มีการปลูกปาล์มน้ำมันราวหมื่นไร่ พื้นที่ปลูกส่วนใหญ่อยู่แถบ อ.วังสะพุง ผาขาว ปากชม และเชียงคาน ซึ่งเป็นพื้นที่รอยต่อของ จ.หนองคาย หลังจากที่เห็นเกษตรกรที่หนองคายปลูกได้ผล จึงปลูกตาม"

             เมฆเผยต่อว่า ขณะนี้ ปาล์มน้ำมันที่ จ.เลย ให้ผลผลิตแล้วประมาณ 2,000 ไร่ อายุของต้นที่ให้ผลผลิตอยู่ที่ 4-5 ปี การให้ผลผลิตปีแรกๆ ยังไม่มากนัก เฉลี่ยประมาณ 1 ตันต่อไร่ต่อปี ซึ่งเป็นตัวเลขที่ใกล้เคียงกับทางภาคใต้ และปัจจุบันเกษตรกรที่ปลูกปาล์มน้ำมันแถบ จ.เลย ส่วนใหญ่เป็นพันธุ์สุราษฎร์ธานี 2 และพันธุ์เดลี่ ลาเม่ ซึ่งเป็นบรรพบุรุษของปาล์มน้ำมันพันธุ์สุราษฎร์ธานี 2 ที่มีความทนต่อสภาวะความแห้งแล้งได้ดี 

          "ที่บ้านนอกจากเปิดเป็นโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มชุมชนเพื่อซื้อผลผลิตปาล์มจากเกษตรกรชาวสวนปาล์มแล้ว ยังจำหน่ายกล้าพันธุ์ให้แก่เกษตรกรที่สนใจอีกด้วย ตอนนี้ก็มีอยู่ 2 ชนิดคือพันธุ์สุราษฎร์ธานี 2 และเดลี่ ลาเม่ โดยราคาจะอยู่ที่ต้นละ 2.50 บาท ทั้งนี้ ก็เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่เกษตรกรไม่ต้องลงไปหาซื้อเองที่ปักษ์ใต้ เกษตรกรส่วนใหญ่ก็มั่นใจว่าเราไม่หลอกเขาแน่ เพราะผมอยู่ที่นี่ เป็นคนที่นี่ ไม่มีทางหนีไปไหน และพร้อมจะให้คำแนะนำตลอดเวลา" เมฆกล่าวย้ำ

          การเปิดร้านขายกล้าปาล์มพันธุ์ดีและตั้งโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มของ "เมฆ จันทะมน" จึงเป็นทางออกให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกปาล์มทั้งในเรื่องของการตลาดและได้กล้าพันธุ์ปาล์มพันธุ์ดีมาปลูก โดยไม่ต้องกังวลว่าจะถูกหลอกจากคนนอกพื้นที่อีกต่อไป

"สุรัตน์ อัตตะ"