ข่มขืน-ฆ่า 3 เด็กหญิงหนัง"ฆาตกรต่อเนื่อง" บันดาลใจ

นับตั้งแต่คดีฆ่าข่มขืนเด็กหญิงวัย 9 ขวบเกิดขึ้นครั้งแรกในเมืองอุตรดิตถ์เมื่อกลางปีก่อน ตามติดมาด้วยคดีฆ่าข่มขืนเด็กหญิงวัย 11 ปีรายต่อมา ดูเหมือนว่าการสืบสวนหาตัวคนร้ายจะค่อยๆ เงียบหายไปกับกาลเวลา หากว่าไม่เกิดเรื่องน่าเศร้ากับเด็กหญิงรายที่ 3 แล้วคนร้ายทิ้งเบาะแสให้ติดตามตัวได้ คดีนี้สะเทือนขวัญเมืองแม่ม่ายนี่ก็จะยังคงเป็นปริศนาต่อไป !?!

ตีหนึ่ง คืนวันที่ 13 กรกฎาคม 2552 ณ บ้านหลังหนึ่งใน ต.ไผ่ล้อม อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ ลักษณะเป็นบ้านปูนชั้นเดียวยกสูงจากพื้นเล็กน้อย ท่ามกลางความมืดของราตรีกาล คนร้ายปีนเข้าไปนั่งมองเหยื่อวัย 12 ที่กำลังหลับใหลอยู่ในชุดนอนลายการ์ตูน ก่อนจะลงมือบีบคอจนสลบแน่นิ่ง แล้วกระทำการเยี่ยงสัตว์ป่า จนเหยื่อร้องตะโกนขอความช่วยเหลือ ปลุกพ่อกับแม่ที่นอนอยู่ห้องข้างๆ ขึ้นมาขัดขวางเหตุการณ์ที่กำลังทวีความรุนแรงถึงขีดสุด เด็กหญิงวัย 12 รอดตายราวปาฏิหาริย์ แต่กระนั้นก็บอบช้ำทั้งร่างกายและจิตใจ ส่วนคนร้ายสามารถหลบหนีไปได้

 พ.ต.ท.สุเทพ ประภากรณ์ สวญ.สภ.ด่านแม่คำมัน และชุดสืบสวนเดินทางมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ กระจายกำลังค้นหาละแวกใกล้เคียง จนได้ข่าวจากเพื่อนบ้านรายหนึ่งพบเห็นรถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ 125 สีแดง ทะเบียน กพง 703 อุตรดิตถ์ จอดทิ้งอยู่ใต้ต้นมะม่วงห่างจากบ้านเกิดเหตุไป 500 เมตร อย่างมีพิรุธ พล.ต.ต.อภิชาต วิชัยธนพันน์ ผบก.ภ.จว.อุตรดิตถ์ จึงสั่งการให้ พ.ต.ท.ณัฐวุฒิ ภาคภูมิ รอง ผกก.กลุ่มงานสืบสวนฯ และ พ.ต.ต.โสภณ ช้างลอย สว.กลุ่มงานสืบสวนฯ ออกค้นหาเบาะแสรถจักรยานยนต์คันดังกล่าว

 ผลการสืบสวนได้ความว่ารถคันนี้เป็นของดีเจชื่อดังใน จ.อุตรดิตถ์ แต่ "สิทธิเดช คำเฉย" หรืออ๊อฟ ลูกชายวัย 26 ปี นำไปใช้อยู่เป็นประจำ จึงขอหมายค้นจากศาลจังหวัดอุตรดิตถ์เข้าค้นบ้านเลขที่ 13/12 ถนนอินใจมี ต.ท่าอิฐ อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ เพื่อหาหลักฐานและก็ต้องตะลึงเมื่อพบแผ่นวีซีดีภาพยนตร์ลามกอนาจารมากถึง 150 แผ่น หน้าปกระบุว่าข่มขืนเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี นักศึกษา และคนกับสัตว์ !?!

 นอกจากนี้ ยังมีหนังสือลามกอนาจารอีก 17 เล่ม โทรศัพท์มือถือบันทึกคลิปวิดีโอร่วมเพศของสิทธิเดชกับแฟนสาวความยาวเกือบ 20 นาที มีตัวหนังสือเขียนกำกับไว้ว่า "ฆาตกรข่มขืนเด็ก" จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐานและนำตัวมาสอบสวน โดย พล.ต.ท.สุรสีห์ สุนทรศารทูล ผบช.ภ.6 และ พล.ต.ต.อภิชาติ วิชัยธนพัฒน์ ผบก.ภ.จว.อุตรดิตถ์ ร่วมกันสอบสวนนานกว่า 10 ชั่วโมง จึงให้การรับสารภาพว่าเป็นคนลงมือข่มขืนเด็กหญิงวัย 12 ปีจริง

 สิทธิเดชให้การรับสารภาพแกมประชดตำรวจทำนองว่า "ต้องดูหนังฆาตกรรมต่อเนื่องบ้าง จะได้รู้ว่าหลังก่อเหตุแล้วคนร้ายทำลายหลักฐานยังไง ก่อเหตุตั้งหลายครั้งแล้วยังจับไม่ได้เลย"

 แค่ประโยคนี้ก็ทำเอาชุดสืบสวนต้องหันมาพิจารณาถึงแผนประทุษกรรมของคนร้ายรายนี้ใหม่ การเอาผ้าอุดปากเหยื่อ บีบคอ ลงมือข่มขืน แล้วฆ่า เหตุเกิดในห้องนอนของบ้านชั้นเดียว ทำให้หวนนึกไปถึงคดีฆ่าข่มขืน 2 เด็กหญิงก่อนหน้านี้ที่ยังตามจับกุมตัวคนร้ายไม่ได้ รายแรกเป็นเด็กหญิงวัย 9 ขวบ นักเรียนชั้น ป.3 เหตุเกิดเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2551 อีก 6 เดือนต่อมา เด็กหญิงวัย 11 ปี นักเรียนชั้น ป.5 ก็ถูกฆ่าข่มขืนในลักษณะไม่แตกต่างกัน

 "เคยทำมาแล้วกี่ราย ทำยัง?" ตำรวจยิงคำถามตรงๆ กับสิทธิเดช ไม่นานข้อเท็จจริงที่ถูกปิดงำอยู่นานเกือบปีก็ได้รับการเปิดเผยออกมา !?!

 ชายหนุ่มวัย 26 ปี ชื่นชอบภาพยนตร์ลามกอนาจารที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับเด็กมากพอๆ กับภาพยนตร์ฆาตกรต่อเนื่อง ซึ่งมีรายละเอียดเกี่ยวกับทำลายหลักฐานภายหลังการกระทำผิด โดยเขาจะสั่งซื้อผ่านอินเทอร์เน็ต จากนั้นก่อนจะลงมือก่อเหตุจะขี่รถจักรยานยนต์ตระเวนไปตามร้านเกมและอินเทอร์เน็ต เฝ้าสังเกตดูเด็กหญิงอายุไม่เกิน 15 ปี หน้าตาน่ารัก เฝ้าติดตามดูพฤติกรรมทั้งหน้าโรงเรียนและบ้านพัก แต่จะไม่เข้าไปทำความรู้จักเป็นการส่วนตัว จากนั้นก็เลือกเหยื่อที่อยู่บ้านปูนชั้นเดียว แยกห้องนอนกับพ่อแม่

 ก่อนลงมือสิทธิเดชจะจอดรถจักรยานยนต์ห่างจากบ้านเป้าหมาย เดินลัดเลาะไปตามรั้วบ้าน นั่งเฝ้าจนกว่าทุกคนในบ้านจะหลับสนิท ปีนรั้วบ้านและปีนเข้าหน้าต่างห้องนอนเหยื่อ เมื่อเด็กรู้ตัวขัดขืนตะโกนขอความช่วยเหลือ จะใช้ผ้าอุดปากบีบคอจนแน่นิ่งแล้วจึงลงมือข่มขืนจนสำเร็จความใคร่อย่างน้อย 2 ครั้ง ทุกครั้งจะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงเก็บกวาดทำลายหลักฐาน โดยใช้วาสลินลบลายนิ้วมือ กลับบ้านพักทำตัวตามปกติ และติดตามข่าวสารทางสื่อต่างๆ

 สิทธิเดชเป็นชายหนุ่มหน้าตาดี ผิวขาว แต่งตัวสะอาด นิสัยสันโดษ เก็บตัว ไม่ชอบคบเพื่อน มีพฤติกรรมทางเพศค่อนข้างรุนแรง พ่อแม่แยกทางกันตั้งแต่เด็ก อาศัยอยู่กับพ่อที่เป็นนักจัดรายการวิทยุ และประกอบกิจการเปิดหอพักให้นักศึกษาเช่า หลังจบ ม.6 ไม่ได้เรียนต่อและไม่มีงานทำ เขารับสารภาพด้วยว่าหลังจากลงมือครั้งแรกแล้ว จะทิ้งระยะห่างประมาณ 6 เดือนแล้วค่อยลงมือใหม่ เพื่อสร้างสถานการณ์ให้ตำรวจเข้าใจว่าเป็นการฆ่าข่มขืนธรรมดา

 บุญพิมพ์ ใบยา