จับแก๊งไทย-จีนขู่ทวงหนี้เสี่ยเฟอร์นิเจอร์

เสี่ยเฟอร์นิเจอร์ถูกแก๊งไทย-จีนบ่อนปอยเปตตามทวงหนี้ ยกพวกนับสิบบุกร้านขู่ฆ่ายกครัว ร้องกองปราบซ้อนแผนรวบได้ยกแก๊งยังปฏิเสธ เจ้าตัวเผยกู้เงินแสนเล่นพนันหมดตัวถูกตามรีดดอกเบี้ย 3 หมื่น

เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 17 กรกฎาคม พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี ผกก.2 กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พ.ต.ท.ขวัญพิชัย มะโนเจริญทรัพย์ พนักงานสอบสวน (สบ 3) กก.2 บก.ป. ได้นำกำลังเข้าจับกุม นายไรเรน เหลย หรืออาซัน อายุ 37 ปี สัญชาติจีน นายฉัตรชัย ชมเชย อายุ 20 ปี นายสราวุธ แสงสี อายุ 20 ปี และนายประภาส ขวัญเพ็ง อายุ 20 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดชลบุรี ลงวันที่ 16 กรกฎาคม 2552 ข้อหา ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการหรือจำยอมต่อสิ่งใดโดยกลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ โดยร่วมกันกระทำผิดตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป และร่วมกันกรรโชกทรัพย์ พร้อมของกลางรถยนต์โตโยต้า สีดำ ทะเบียน สย 3709 กรุงเทพมหานคร สมุดบัญชีลูกหนี้ 1 เล่ม โทรศัพท์มือถือ 8 เครื่อง โดยจับกุมได้ที่บริเวณร้านขายเฟอร์นิเจอร์ ภายในนิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร ต.บ้านเกา อ.พานทอง จ.ชลบุรี

 ทั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม ที่ผ่านมา นายสำเริง สว่างศรี อายุ 46 ปี นักธุรกิจจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์ ได้เดินทางเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน กก.2 บก.ป. ว่าถูกกลุ่มผู้ต้องหาทวงหนี้เงินกู้ และขู่จะทำร้ายตนและครอบครัว หลังจากที่เดินทางไปเล่นการพนันที่บ่อนฮอลิเดย์ ฝั่งปอยเปต ประเทศกัมพูชา และได้กู้ยืมเงินจากกลุ่มผู้ต้องหาที่อยู่ในบ่อน ซึ่งรู้จักกันในชื่อแก๊ง “หยิบสิบ” เป็นจำนวน 1 แสนบาท โดยวางบัตรเอทีเอ็มของตนที่มียอดเงินในบัญชี 1.1 แสนบาทไว้เพื่อเป็นการค้ำประกัน แต่ปรากฏว่าเงินที่กู้มานั้นเสียพนันไปจนหมด กลุ่มผู้ต้องหาจึงให้ข้ามกลับมารอที่ฝั่งไทย โดยให้รอเอาบัตรมากดเงินคืน แต่รออยู่นานก็ไม่เห็นมีใครตามมา จึงไปทำเรื่องอายัดบัตรเอทีเอ็มไว้

 นายสำเริง กล่าวว่า เมื่อกลับมาถึงบ้านกลุ่มผู้ต้องหาได้โทรศัพท์มาข่มขู่จะทำอันตรายตนกับคนในครอบครัวหากไม่นำเงินที่กู้มาคืน หลังจากนั้นได้มีกลุ่มชายฉกรรจ์ทั้งชาวจีนและไทย 8 คน ขับรถยนต์มาที่ร้านขายเฟอร์นิเจอร์ของตนภายในนิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร และได้ข่มขู่ให้นำเงินมาชดใช้พร้อมดอกเบี้ย และค่าติดตามเพิ่มอีก 30,000 บาท ไม่เช่นนั้นจะฆ่าให้ตายทั้งครอบครัว แต่ช่วงนั้นตนยังไม่มีเงิน ด้วยความกลัวจึงเดินทางเข้าแจ้งความกับตำรวจกองปราบ

 อย่างไรก็ตาม หลังจากพนักงานสอบสวนทราบข้อมูลจึงได้รวบรวมหลักฐานขออนุมัติศาลออกหมายจับกลุ่มผู้ต้องหา จากนั้นตำรวจกองปราบได้ซ้อนแผนโดยให้ผู้เสียหายโทรศัพท์ติดต่อกลับไปหากลุ่มผู้ต้องหาว่า พร้อมจะจ่ายเงินคืนทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย โดยนัดให้มารับเงินที่ร้านเฟอร์นิเจอร์ เมื่อกลุ่มผู้ต้องหามาถึงตำรวจกองปราบจึงแสดงตัวเข้าจับกุม และจากการสอบสวนเบื้องต้นผู้ต้องหาทั้งหมดให้การปฏิเสธ จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.2 บก.ป. เพื่อดำเนินคดีต่อไป