"นิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์" รองประธานคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมือง และศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงความคืบหน้าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งขณะนี้มีคณะอนุกรรมการสมานฉันท์เกี่ยวกับการศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญเหมือนมีเป้าหมายอยู่ เพราะทุกพรรคการเมืองได้ยื่นประเด็นและมาตราที่จะขอแก้ไขมาเป็นลายลักษณ์อักษรมาแล้วชัดเจน ยกเว้นพรรคประชาธิปัตย์เพียงพรรคเดียวที่ไม่ได้ยื่นขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ
"นิพนธ์" กล่าวว่า บรรยากาศการพิจารณาส่วนใหญ่ไม่มีปัญหา เพราะเป็นการพิจารณาตามมาตราที่มีการเสนอและข้อสรุปแต่ละพรรคจะไปในแนวทางเดียวกัน โดยประเด็นที่แต่ละพรรคจะขอแก้ไขเหมือนกัน ก็คือ ที่มาของส.ส.และส.ว.ส่วนใหญ่จะให้แก้โดยกลับไปใช้รัฐธรรมนูญปี 2540 คือที่มาของส.ส.ให้กลับใช้แบบเขตเดียว เบอร์เดียว เพราะเห็นว่าการเลือกตั้งแบบเขตเดียวเบอร์เพิ่งจะนำมาใช้เพียงแค่ 2 ครั้งเท่านั้น
แต่ในที่สุดก็สรุปที่มาของ ส.ส.ให้กลับไปใช้แบบเขตเดียวเบอร์เดียว
ส่วนที่มาของส.ว.เสียงส่วนใหญ่ให้มาจากการ "เลือกตั้ง"
ประเด็นที่ 2 ที่มีการเรียกร้องให้มีการแก้ไขคือ มาตรา 190 เกี่ยวกับการทำสนธิสัญญากับต่างประเทศได้ขอให้มีการแก้ไขโดยให้มีการกำหนดสัญญาลักษณะไหนถึงต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาก่อนให้มีการระบุให้ชัดเจน
ส่วนมาตรา 237 เนื้อหาเกี่ยวกับการยุบพรรคการเมือง ตัดสิทธิกรรมการบริหารพรรค "นิพนธ์" กล่าวว่า เสียงส่วนใหญ่ไม่ให้ยุบพรรค และไม่ให้ตัดสิทธิกรรมการบริหารพรรคที่ไม่ได้กระทำความผิด แต่ให้ลงโทษผู้ที่กระทำความผิดมากขึ้น
สำหรับมาตรา 265 มาตรา เกี่ยวกับการดำรงตำแหน่งของ ส.ส.และ ส.ว.เสียงส่วนใหญ่เห็นว่าควรให้ส.ส.ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้ เพราะจะทำให้การเข้าไปประสานงานกับหน่วยงานสะดวกยิ่งขึ้นและนำผลงานและงบประมาณลงในพื้นที่ได้จึงลงมติตามเสียงส่วนใหญ่
"นิพนธ์" ยอมรับว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญแก้ยาก แม้ว่าทุกพรรคการเมืองหรือนักวิชาการจะได้ข้อสรุปแล้วก็ตาม แต่ถ้าประชาชนต่อต้านไม่เห็นด้วย จะยิ่งเพิ่มความขัดแย้งมากขึ้นจะก่อให้เกิดปัญหากับบ้านเมืองและสร้างความสามัคคีหรือไม่ ถ้ายิ่งเดินหน้าต่อยิ่งแตกความสามัคคีก็ไม่ควรทำ
"รัฐธรรมนูญไม่ใช่แก้ไม่ได้ แก้ได้ แต่ถ้าแก้แล้วจะเป็นประโยชน์หรือไม่ ประชาชนได้อะไร ประเทศชาติได้อะไร ประชาชนดีขึ้น สิทธิมากขึ้น โอกาสประชาชนดีขึ้น และทำให้การพัฒนาการทางการเมืองดีขึ้นเข้มแข็งขึ้น ก็ควรแก้ แต่อย่าแก้เพื่อประโยชน์ส่วนตัว" นิพนธ์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม "นิพนธ์" คิดว่าสุดท้ายแล้วมาตราต่างๆ ที่มีการเสนอกันมาจะได้รับการแก้ไขยาก เพราะแค่มีข่าวจะแก้รัฐธรรมนูญแรงต่อต้านจากประชาชนก็เกิดขึ้นมาก ถ้าไม่ฟังเสียงประชาชนคงไม่ได้ ใครจะรับผิดชอบ เพราะรัฐธรรมนูญฉบับ 2550 มีการลงประชามติมาก่อนจะนำมาใช้ จึงมองไม่เห็นว่าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ ถ้าจะมีการเลือกตั้งคงไม่เกี่ยวกับปัจจัยในเรื่องนี้ แต่ให้ทำก็ทำ ไม่คิดว่าเหนื่อยฟรี เพราะท้ายที่สุดเมื่อเสนอต่อเมื่อเสนอไปให้ นายกรัฐมนตรีจะดำเนินการอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของนายกรัฐมนตรี