เมื่อเวลา 13.55 น.1 ก.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต เลขานุการ รมว.ต่างประเทศ ระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี อาจอยู่ที่เกาะฮ่องกงในขณะนี้ว่า เขาไม่ทราบ นี่เป็นเพียงความคิดเห็น แต่กระทรวงต่างประเทศกำลังติดตามตัว พ.ต.ท.ทักษิณอยู่
ทั้งนี้ ทางกระทรวงฯไม่ใช่ตำรวจลับ หรือสำนักข่าวกรองกลาง แต่เราดำเนินการตามพิธีการทางการทูต ส่วนเรื่องการจับกุมพ.ต.ท.ทักษิณ นั้น เป็นเรื่องระหว่างสำนักงานอัยการสูงสุด กระทรวงการต่างประเทศ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) อย่างไรก็ตาม เป็นเรื่องที่พ.ต.ท.ทักษิณ ต้องเดินทางกลับประเทศไทย คุกตะรางก็รออยู่
“อธิบดีอัยการต่างประเทศ ”เตือนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามตัวทักษิณ
นายศิริศักดิ์ ติยะพรรณ อธิบดีอัยการฝ่ายต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีนายขวัญชัย ไพรพนา ประธานชมรมคนรักอุดรฯ และบุคคลต่างๆ ของพรรคเพื่อไทย เตรียมเดินทางไปพบพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือ UAE ว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการสืบหาสถานที่อยู่ ของพ.ต.ท.ทักษิณ ควรจะให้ความสนใจ ซึ่งทางอัยการเคยทำหนังสือถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ( สตช.) และกระทรวงการต่างประเทศให้ช่วยตรวจสอบ เพื่ออัยการจะได้ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการนำตัวพ.ต.ท.ทักษิณ กลับมาดำเนินคดีในประเทศไทย
นายศิริศักดิ์ กล่าวต่อว่า สำหรับประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กับประเทศไทยนั้น ไม่มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนระหว่างกัน ดังนั้นการดำเนินการใดๆ จึงต้องทำผ่านช่องทางการทูต โดยกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งก่อนหน้านี้อัยการก็ประสานงานและทำหนังสือขอตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ไปแล้ว แต่ก็ยังไม่มีการยืนยันใดๆ กลับมา ดังนั้นยอมรับว่าการติดตามตัวพ.ต.ท.ทักษิณกลับมาเป็นเรื่องลำบาก
“อัยการพยายามดำเนินการในทุกช่องทางที่ทำได้ แต่ในชั้นนี้อัยการยังไม่มีที่อยู่ที่ชัดเจนของพ.ต.ท.ทักษิณ เชื่อว่าหน่วยที่เกี่ยวข้องคงสนใจและอยู่ระหว่างดำเนินการ โดยเมื่อได้สถานที่อยู่ชัดเจนแล้วว่าอยู่ที่ไหนกันแน่ อัยการจึงจะสามารถดำเนินการขั้นต่อไปได้” อธิบดีอัยการต่างประเทศกล่าวย้ำ
"สาทิตย์"รับ"วีระ"ปัดร่วมจัดรายการชี้เป็นโอกาสที่รัฐบาลยื่นให้
นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่นายวีระ มุสิกพงศ์ แกนนำคนเสื้อแดง ปฏิเสธที่จะมาเป็นพิธีกรรับเชิญในรายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกอภิสิทธิ์ว่า ก็ไม่เป็นไร เพราะจริง ๆ ในรายการก็มีการติดต่อพิธีกรไปล่วงหน้าว่า สัปดาห์นี้จะเป็นใคร ก็มีทั้งตอบรับและปฏิเสธ ซึ่งนายวีระ ก็เป็นคนหนึ่งที่ปฏิเสธ
ทั้งนี้ เมื่อวานนี้( 30 มิ.ย.) ช่วงเย็น คนที่เขาขอให้ไปประสานงาน ก็มาบอกว่า นายวีระตอบมาเองว่า นายวีระไม่สะดวกที่จะมา แต่คงไม่ได้เหมือนกับที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำคนเสื้อแดง แถลงข่าว ที่อาจจะเพิ่มเติมประเด็นไปอีกว่า ยอมรับรัฐบาลไม่ได้
“อันนี้เป็นโอกาสที่รัฐบาลหยิบยื่นให้ ในการที่ท่านจะได้คุยกับท่านนายกรัฐมนตรีโดยตรง จะสังเกตว่า ยุคของคุณทักษิณ ไม่เคยเปิดโอกาสให้ใครอย่างนี้ แต่นี่คือรัฐบาลใจกว้าง แต่ท่านปฏิเสธก็ไม่เป็นไร แต่เราก็ยังเปิดกว้างอยู่ ถ้าพร้อมที่มาวันไหนก็บอกผมได้”นายสาทิตย์ กล่าว
เมื่อถามว่า เป็นเพราะกำหนดเฉพาะตัวของนายวีระเท่านั้นหรือไม่ ทำไมไม่ให้คนอื่นอย่างนายณัฐวุฒิ หรือนายจตุพร เข้ามาเป็นพิธีกร รมต.สำนักนายกฯ กล่าวว่า ความจริงนายวีระก็ดูเป็นผู้ใหญ่ที่สุด เพราะคนที่จะมาทำตรงนี้ได้ ต้องมีวุฒิภาวะพอสมควร จึงคิดว่า 2 คนนั้นยังไม่เหมาะ
เมื่อถามว่า แล้วถ้าเป็นนายแพทย์เหวง โตจิราการ จะเป็นไปได้หรือไม่ นายสาทิตย์ กล่าวว่า ยังไม่เคยเอ่ยชื่อของนายแพทย์เหวง เพราะคิดว่า นายวีระน่าจะดูเป็นผู้ใหญ่ที่น่าจะมีวุฒิภาวะเหมาะสม
เมื่อถามว่า แล้วถ้าจะเป็นนายจาตุรนต์ ฉายแสง กรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย กล่าวว่า ความเห็นส่วนตัว คิดว่า ได้ ไม่เป็นไร เพราะเป็นคนหนึ่งทีมีความเป็นผู้ใหญ่พอ
“แต่จริง ๆ ที่เราพูดเรื่องนี้ เราจะหยิบทีวีดีสเตชั่น หรือทีวีสีแดง ที่เขาเปิดกันอยู่ตอนนี้ โดยหลักของการเชิญเราก็จะเชิญผู้ที่ทำทีวีมา จะเห็นว่า เริ่มจากช่อง 3 ไปช่องอื่น ๆ ตอนนี้เวียนครบทุกช่องแล้ว คำถามคือคุณจาตุรนต์ เป็นพิธีกรรายการทีวีหรือไม่” นายสาทิตย์ กล่าว
เมื่อถามว่า ถ้ารัฐบาลจะเปิดใจกว้าง ให้กับอีกฝ่าย ที่มีคำถามกับนายกฯ นายสาทิตย์ กล่าวว่า ไม่ได้แปลว่า จะต้องมีเงื่อนไขว่า จะต้องเป็นคนนั้นคนนี้เพื่อเป็นประเด็นทางด้านการเมือง เพราะเราจะเชิญคนที่เป็นพิธีกรทีวี ดังนั้น ถ้าถามว่า เป็นนายจาตุรนต์ได้หรือไม่ เขาก็บอกว่า ได้ แต่เราจะเชิญคนที่เป็นพิธีกรรายการทีวีก่อน
เมื่อถามว่า มีการเชิญนายสนธิ ลิ้มทองกุล หรือไม่ นายสาทิตย์ กล่าวว่า ไม่มีการเชิญ ซึ่งชื่อนี้ไม่ทราบว่า ใครเป็นคนหยิบขึ้นมา เพราะทางเอเอสทีวี ได้เชิญนางสโรชา พรอุดมศักดิ์ มาแล้ว
"สาทิตย์"รับกังวลปัญหาเสื้อแดงในการลงพท.ของนายกฯ
นายสาทิตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ถูกกลุ่มคนเสื้อแดงขับไล่ที่จังหวัดนครราขสีมาเมื่อวานนี้( 30 มิ.ย.) ซึ่งอาจจะส่งผลต่อการลงพื้นที่ของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่มีเรียกร้องให้ลงพื้นที่พบปะกับประชาชนในต่างจังหวัดว่า จริงแล้วก็กังวลอยู่เหมือนกันในส่วนนี้ ถ้ากลุ่มเสื้อแดงได้พูดหรือทำตามที่พูดไว้ปัญหาก็ไม่เกิด ก็คือมีการเรียกร้องให้นายกฯไปทำงานที่นู่นที่นี่ แต่พอถึงเวลาก็ส่งคนไปไล่ อย่างนี้ถือว่าทำไม่ถูก เพราะถ้าไปแสดงความคิดเห็นที่ขัดแย้งกับรัฐบาลก็สามารถทำได้ แต่ควรมีขีดขั้น ไม่ใช่การยกขบวนไปขัดขวาง ทั้งนี้รัฐบาลก็ยอมรับเรื่องของการแสดงออก ถ้าไม่เห็นด้วยจะจัดกลุ่มชุมนุมเหมือนต่างประเทศ มีป้ายแสดงความไม่พอใจก็สามารถทำได้
นายสาทิตย์ กล่าวถึงกำหนดการลงพื้นที่ของนายกฯ ว่า กำหนดการค่อนข้างจะลงตัวแล้ว คิดว่าช่วงกลางเดือนก.ค.พื้นที่แรกคือภาคอีสาน ซึ่งตอนนี้กำลังดูจังหวัดและวันที่จะลงไป ซึ่งกำลังมีการเตรียมงานกัน คิดว่าในช่วงเสาร์-อาทิตนี้จะส่งทีมงานลงไปดูพื้นที่ เพื่อประสานงาน และจากนั้นน่าจะเดินทางไปภาคเหนือ
“เรื่องของความปลอดภัยเป็นส่วนหนึ่งเท่านั้นเอง อาจจะมีข้อกังวลอยู่บ้างเรื่องเสื้อแดง อยากจะขอร้องว่ารัฐบาลมีหน้าที่ดูแลประชาชนทั้งประเทศ ก็ขอให้แกนนำที่บอกว่าอยากให้ประเทศเป็นประชาธิปไตยช่วยปรามๆกันด้วยว่าประชาธิปไตยเขาไม่ขัดขวางคนไปทำงาน แค่แสดงออกแต่ไม่ใช่เรื่องของการทำร้าย แต่อย่างไรก็ตามแผนที่วางไว้คงไม่ปรับเปลี่ยน เพราะถ้าตัดสินใจไปแล้วก็คงจะไปตามนั้น”นายสาทิตย์ กล่าว
เมื่อถามว่าการลงพื้นที่จะไปค้างคืนหรือไปแค่เช้าเย็นกลับ รมต.สำนักนายกฯ กล่าวว่า เนื่องจากกำหนดการของนายกฯแน่นมาก เบื้องต้นคงจะไปแล้วกลับ แต่คงจะไปหนึ่งวันเต็มๆ ไปเช้าแล้วกลับค่ำ แต่ทั้งนี้ขอให้แกนนำคนเสื้อแดงทำตามที่พูด เพราะตัวเองก็อยากเห็นคนที่ทำงานเพื่อคนทั้งประเทศ ก็ควรเปิดโอกาสให้ด้วย ไม่ใช่ว่าส่งพรรคเพื่อไทยมาบอกว่ารัฐบาลไม่เห็นทำงาน แต่พอจะไปทำงานพรรคเพื่อไทยก็ไปกระซิบบอกเสื้อแดงว่าไปขวางอย่าให้ทำงานได้ อย่างนี้ถือว่าไม่ถูกต้อง
เมื่อถามว่าการลงพื้นที่แค่ไปเช้าเย็นกลับจะไม่ได้ความผูกพันกับประชาชนเท่าที่ควร นายสาทิตย์ กล่าวว่า คิดว่าประเด็นอยู่ที่สาระของการลงไปทำงานมากกว่า เมื่อถามย้ำว่าประชาชนก็ไม่ได้แค่เรื่องของสาระ แต่จะมองเรื่องของความผูกพันด้วย นายสาทิตย์ กล่าวว่า คิดว่าการลงไปก็เป็นการแสดงออกว่ารัฐบาลก็ต้องการดูแลคนทั้งประเทศอย่างเท่าเทียมกัน เพราะกำหนดการที่ภาคอีสานก็คงจะมีกำหนดการที่ลงไปพบมวลชน พบประชาชน ดูความทุกข์ยาก ความเดือดร้อน เรื่องงบประมาณที่จะแก้ไจด้วย
เมื่อถามว่าการงพื้นที่อีสานจะเกิดภาพเราลงพื้นที่ของพรรคร่วมรัฐบาล แล้วพื้นที่สีแดงจะลงไปหรือไม่ นายสาทิตย์ กล่าวว่า ไม่ได้เลือกพื้นที่เพราะว่าเป็นพรรคไหน แต่เลือกว่าเราไปแล้วมีกิจกรรมที่เราทำได้ ซึ่งประเทศไทยมี 76 จังหวัด ก็ต้องเลือกกันไป เมื่อถามว่าอุบลฯ ศรีสะเกษ ยโสธร ก็ลงบ่อยแล้วจะไม่ไปลงอีกใช่หรือไม่ นายสาทิตย์ กล่าวว่า มันไม่ใช่เรื่องไฟท์บังคับว่าจังหวัดนั้นจังหวัดนี้ไม่ไป
“ก็แล้วแต่เราจะสะดวกไปที่ไหน เพราะถ้าไปแล้วก็ต้องมีองค์ประกอบอื่นครบ เครื่องบินไปลงได้ง่าย และอีกหลายองค์ประกอบ แต่ความปลอดภัยไม่ใช่ปัจจัยสำคัญที่จะไปหรือไม่ไป เพราะถ้าไปจะพบชาวบ้านให้มากที่สุด และกิจกรรมมีเยอะมาก และผมก็กังวลเวลากลัวว่าจะไม่ทัน ก็ต้องปรับกำหนดการกันใหม่”นายสาทิตย์ กล่าว