วันที่ 30 มิถุนายน 2552
ส่งต่อ
พิมพ์
ขนาดตัวอักษร
Reset
คมชัดลึก :นายสมศักดิ์ ศิวะไพบูลย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ท่าเรือประจวบ จำกัด บริษัทในเครือสหวิริยา เปิดเผยกรณีพบฉลามวาฬ บริเวณบ้านหนองมงคล อำเภอบางสะพานว่า เป็นดัชนีชี้ว่าในขณะที่มีอุตสาหกรรมเหล็กอยู่ในพื้นที่มาเกือบ 20 ปี แต่ความอุดมสมบูรณ์ของทะเลแถบนี้ก็ยังมีอยู่ ซึ่งความสมบูรณ์ของทะเลที่ อ.บางสะพานมี่การพูดถึงอยู่เสมอแม้กระทั่งบริเวณหน้าท่าเรือประจวบเอง ที่ชาวประมงก็สามารถจับปลาได้จำนวนมากเป็นประจำ
เนื่องจากแหล่งอาหารที่หลากหลาย รวมทั้งแนวปะการังเทียม-เขื่อนกันคลื่น ของท่าเรือก็น่าจะเป็นแรงดึงดูดที่ดีด้วย และจากผลการศึกษาของศูนย์วิจัยทรัพยากรทะเลและชายฝั่ง พบว่าพื้นที่บริเวณอ่าวไทยในบริเวณ จ.ประจวบ เป็นจุดที่สามารถพบโลมาและวาฬ ได้ปกติมีเปอร์เซนต์การพบโลมาถึง 63% และพบวาฬถึง 30%
กรรมการผู้จัดการ บริษัท ท่าเรือประจวบ กล่าวว่า ในกรณีที่จะมีโครงการท่าเรือส่วนขยายเกิดขึ้น รวมทั้งโครงการโรงถลุงเหล็กนั้น เชื่อมั่นว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อทะเลบางสะพานแน่นอน เนื่องจากตัวท่าเรือที่จะสร้างใหม่เป็นแบบโครงสร้างโปร่ง มีตัวอย่างท่าเรือขนส่งสินแร่ที่ควีนส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลียที่สามารถอยู่ร่วมกับชาวประมงและสัตว์ทะเลได้เป็นอย่างดี รวมถึงเทคโนโลโลยีที่ใช้สำหรับโรงถลุงเหล็กเป็นเทคโนโยลีขั้นสูง อาทิ เทคโนโลยีน้ำเสียเป็นศูนย์ คือนำน้ำในการผลิตมาบำบัดและกลับมาใช้ใหม่ทั้งหมด ไม่มีการปล่อยออกนอกโครงการ
สำหรับในอนาคต การสนับสนุนหรือช่วยเหลือ เรื่องสัตว์ทะเลหายาก ทั้งข้อมูล, กำลังคน หรือเครื่องมือนั้น กรรมการผู้จัดการ บริษัท ท่าเรือประจวบ กล่าวว่า ยินดีและเต็มใจให้ความช่วยเหลือชุมชน โดยบริษัทฯมีแนวคิดจัดตั้ง “เครือข่ายเฝ้าระวังและช่วยเหลือสัตว์ทะเลหายาก”ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการหารือกับชุมชนและปรึกษาจากหน่วยงานภาครัฐเพื่อร่วมเป็นภาคีกันต่อไป