สธ.เตรียมออกกม.ห้ามขายเหล้าปั่นยกเว้นสถานบริการ

สธ.เตรียมออก กม.ห้ามขายเหล้าปั่น ยกเว้นสถานบริการ นำเข้า คกก.ควบคุม 2 ก.ค. นี้ ก่อนนำเสนอ คกก.นโยบายที่ เสธ.หนั่น เป็นประธานต่อไป นครบาลดึงเจ้าของสถานบันเทิงร่วมปฏิญาณต้านยาเสพติด

 นายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงกรณีที่มีการเปิดเผยคลิปแอบถ่ายร้านขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์รอบสถานบันการศึกษาขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้นักศึกษาว่า เรื่องนี้ได้สั่งการให้สาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ในทุกจังหวัดดูแลอยู่แล้ว ซึ่งมีอำนาจตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยต้องคุมเข้มห้ามจำหน่ายในส่วนพื้นที่ใกล้สถานบันศึกษาและโรงเรียน ต้องมีการกำหนดระยะห่างของพื้นที่ห้ามจำหน่าย ทั้งนี้เชื่อว่าน่าจะเป็นการลักลอบจำหน่ายจำพวกเหล้าปั่น ที่มักมีการเปิดๆ ปิดๆ เป็นระยะ

 อย่างไรก็ตามหากพื้นที่ใดที่เป็นพื้นทีห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่กลับมีการจำหน่ายกันมาก ขอให้แจ้งมายัง สสจ. แต่ละจังหวัด แต่หากยังไม่มีการดำเนินการใดๆ ให้แจ้งมาที่ตนโดยตรงจะลงไปดำเนินการเอง

 นายมานิต นพอมรบดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า เรื่องนี้คงต้องเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาหารือในเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน ทั้งนี้การห้ามจำหน่ายสุรากับเด็กนักเรียนและนักศึกษาต่อไปคงต้องออกเป็นกฎกระทรวงและต้องไม่ให้กระทบกับทุกส่วน แต่ต้องดูในรายละเอียดของข้อกฎหมายว่ามีการขายสุราห่างจากสถานศึกษาในระยะกี่เมตร ทั้งนี้คงต้องขอความร่วมมือกับกรมสรรพสามิตหรือหน่วยงานที่ออกใบอนุญาติจำหน่ายสุรา เนื่องจากตอนนี้มีการจำหน่ายเพิ่มมากขึ้นแม้กระทั่งในรถเข็น

 นายมานิต กล่าวว่า สำหรับมาตรการลงโทษนั้น ความผิดตรงนี้คงต้องไปเน้นย้ำที่ร้านค้าก่อนเพราะตามพ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ปี 2551 ระบุว่าห้ามขายเครื่องแอลกอฮอล์ให้กับผู้ที่อายุต่ำกว่า 20 ปี เพราะฉะนั้นการแต่งชุดนักเรียนมาซื้อก็ถือว่าผิดกฎหมายคงไม่ต้องไปดูอายุ ซึ่งเรื่องนี้กระทรวงสาธารณสุขต้องขอความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะดำเนินการอย่างเข้มข้น

 นพ.สมาน ฟูตระกูล ผู้อำนวยการสำนักควบคุมการบริโภคแอลกอฮอล์และบุหรี่ กรมควบคุมโรค กล่าวว่า ปัญหาการขายเหล้าปั่นรอบสถานศึกษานั้น เมื่อวานนี้ (23 มิ.ย.) นี้ นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์ภาควิชากฎหมายมหาชน คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พร้อมด้วยคณะอาจารย์ ได้มาประชุมเพื่อร่างกฎหมายห้ามขายเหล้าปั่น ซึ่งขณะนี้ได้มีการจัดทำร่างเป็นเรียบร้อยแล้ว โดยเป็นร่างประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องกำหนดวิธีการห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 2552 มีเนื้อหาสาระสำคัญ คือ ห้ามการจำหน่ายเหล้าปั่นทั้งหมด ยกเว้นเฉพาะสถานบริการ

 เนื่องจากเป็นสถานที่ซึ่งห้ามเยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปี เข้ารับบริการอยู่ก่อนแล้ว นอกจากนี้ยังกำหนดห้ามเปิดขายรอบสถานศึกษา ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นการเปิดในรูปแบบร้านค้าหรือรถเข็นห้ามขายทั้งหมด หากฝ่าฝืนจะมีโทษจำ 6 เดือน ปรับ 10,000 บาท โดยเป็นการรับโทษทั้งจำและปรับ

 นพ.สมาน กล่าวต่อว่า การออกประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีนั้นต้องลงนามโดยนายกรัฐมนตรี หรือรองนายกรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมาย ซึ่งก่อนไปถึงขั้นตอนดังกล่าวจะต้องนำร่างประกาศดังกล่าวเสนอต่อคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเป็นประธานก่อน โดยกำหนดให้มีการประชุมในวันที่ 2 กรกฎาคม นี้ ก่อนนำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายแอลกอฮอล์แห่งชาติที่มี พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานต่อไปในกลางเดือนกรกฎาคม

 “การขายเหล้าปั่นนั้นเชื่อว่าน่าจะได้รับการสนับสนุน ซึ่งก่อนหน้านี้ รมว.สาธารณสุขได้เคยลงพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช และเห็นว่ามีการจำหน่ายเหล้าปั่นในลักษณะดังกล่าว จึงโทรมาสอบถามว่า การเปิดขายเหล้าในลักษณะแบบนี้ได้หรือไม่ เพราะเห็นว่าน่าจะเป็นปัญหา อีกทั้งทางอาจารย์และนักวิชาการออกมาเรียกร้องให้ควบคุมด้วย” นพ.สมาน กล่าว

นครบาลดึงเจ้าของสถานบันเทิงร่วมปฏิญาณต้านยาเสพติด

 พล.ต.อ.จุมพล มั่นหมาย รอง ผบ.ตร. ฝ่ายป้องกันและปราบปราม เป็นประธานในพิธีสัจจะปฏิญาณมงคลแห่งนักธุรกิจ ในการตระหนักถึงโทษภัยในยาเสพติด พร้อมร่วมปฎิญาณตนว่าจะควบคุมดูแลสถานบริการของตนเองแต่ละแห่งให้ปลอดจากยาเสพติด และจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดทุกชนิด โดยเชิญผู้ประกอบการสถานบันเทิง สถานบริการ อาบอบนวด ร้านอาหาร ผับ เทค ต่างในในพื้นที่ กทม. ที่มีการจดทะเบียน และขออนุญาตอย่างถูกต้องจำนวน 400 แห่ง แต่มีเข้าร่วมประมาณ 207 ราย

 พล.ต.อ.จุมพล กล่าวว่า โครงการนี้เป็นหนึ่งในแนวคิดกองบัญชาการตำรวนครบาล ที่จะเร่งรัดการปราบปรามยาเสพติดในสถานบันเทิง สถานบริการ ตามนโยบายของรัฐบาล และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นห่วงการแพร่ระบาดของยาเสพติดในวัยรุ่น และเยาวชน จึงขอความร่วมมือสถานบริการต่างๆ ให้ปฏิบัติตามระเบียบอยู่ในขอบเขตของกฎหมาย อย่าปล่อยให้มีการมั่วสุมยาเสพติด หรือใช้ยาเสพติดล่อต่าล่อใจให้คนมาเที่ยวในสถานบริการ และไม่ปล่อยให้เป็นสถานที่มั่วสุม จึงต้องช่วยกันช่วยเหลือเป็นหูเป็นตาให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

 โดยมีการดึงหน่วยงานทหารเข้ามาร่วมปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาล ภายใต้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) สนธิปฏิบัติให้ไปในทิศทางเดียวกัน ต่อนี้ไปจะมีการร่วมกันตรวจตราจับกุมสถานบริการที่มีการมั่วสุมยาเสพติดให้มากขึ้น ในส่วนของ บช.น. มีบัญชีว่ามีร้านไหน กระทำผิดกฎหมายบ้าง จะมีการดำเนินการพยานหลักฐานที่ปรากฎอย่างตรงไปตรงมา ไม่กลั่นแกล้งใคร จากนี้ไปหากตรวจพบสถานบริการใดปล่อยมีการแพร่ระบาดยาเสพติด จะมีการดำเนินการอย่างจริงจังกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างจริงจังตามระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ *อย่างไม่มีการละเว้น

 

คมชึดลึก