บรรยากาศการเลือกตั้งซ่อมที่ จ.สกลนคร ที่จะมีขึ้นในวันที่ 21 มิถุนายน และการเลือกตั้งล่วงหน้าของ จ.ศรีสะเกษ เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน เป็นไปอย่างคึกคักในช่วงเช้า แต่มาปะทุขึ้นเมื่อมีเหตุระเบิดใกล้เวทีปราศรัยใหญ่ของพรรคเพื่อไทยที่ จ.สกลนคร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง แกนนำพรรคเพื่อไทย จะเปิดเวทีปราศรัยในวัดบ้านโคกศิลาหมู่ 1 ต.โคกศิลา อ.เจริญศิลป์ จ.สกลนคร เพื่อช่วยลูกพรรคหาเสียงโค้งสุดท้าย ก่อนการเลือกตั้งในวันที่ 21 มิถุนายน ได้เกิดเหตุระเบิดขึ้น 2 จุดในบ้านโคกศิลา โดยระเบิดลูกแรกระเบิดขึ้นเมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 20 มิถุนายน ที่ทางเข้าหมู่บ้าน และอีก 5 นาทีก็ได้เกิดระเบิดอีกครั้งที่ด้านนอกกำแพงวัดบ้านโคกศิลา จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่า เป็นระเบิดชนิดแสวงเครื่องใช้โทรศัพท์มือถือจุดชนวน แรงระเบิดทำให้กำแพงวัดได้รับความเสียหายเล็กน้อย แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ส่วนสาเหตุน่าจะเป็นการข่มขู่ เพื่อไม่ให้ประชาชนเข้าร่วมรับฟังการปราศรัย
ทั้งนี้ ก่อนเกิดเหตุระเบิดได้มีประชาชนสวมเสื้อแดงมารอฟังการปราศรัยประมาณ 200 คน แต่ภายหลังเกิดเหตุ นางอนุรักษ์ บุญศล ผู้สมัคร ส.ส.สกลนคร เขต 3 พรรคเพื่อไทย ได้ขึ้นเวทีปราศรัยเพียง 5 นาที ก่อนจะยุติการปราศรัย โดยมีการ์ดคอยคุ้มกันเดินขึ้นรถ ขณะที่ ร.ต.อ.เฉลิม ซึ่งเดิมมีกำหนดการจะลงพื้นที่ปราศรัยหาเสียงช่วยลูกพรรค หลังทราบข่าวก็ได้ยกเลิกการปราศรัยทันที
ภท.ชี้ชาวบ้านไม่พอใจ-สร้างสถานการณ์
นายศุภชัย ใจสมุทร โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงเหตุระเบิดดังกล่าวว่า อาจจะเกิดจาก 2 กรณี คือ 1.มีคนมารอฟัง ร.ต.อ.เฉลิม ปราศรัย แต่เมื่อถึงเวลาแล้วไม่มา จึงอาจโมโหขว้างปาระเบิดปิงปองใส่ หรือ 2.อาจมีการสร้างสถานการณ์ว่ามีความรุนแรงเกิดขึ้น แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม พรรคภูมิใจไทยไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง เพราะไม่เคยทราบด้วยซ้ำว่าโปรแกรมหาเสียงของพรรคเพื่อไทยมีที่ใดบ้าง
ขณะที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเหตุการณ์นี้ว่า ยังไม่ทราบรายละเอียด และยังไม่ขอวิเคราะห์สาเหตุเพราะไม่ต้องการให้กระทบต่อการเลือกตั้ง
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เมื่อเวลา 16.20 น. วันเดียวกัน ที่บ้านหนองชาด ต.สว่างแดนดิน อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร ขณะที่ทีมงานพรรคการเมืองหนึ่งลงพื้นที่พบปะกับกลุ่มหัวคะแนน ก่อนการเลือกตั้งซ่อมในวันที่ 21 มิถุนายน ได้ถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ราว 3-4 คน ซึ่งมีอาวุธครบมือ ขับรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นฟอร์จูนเนอร์ ไม่ทราบทะเบียน ซึ่งได้ลงพื้นที่เดียวกันเข้ามาล็อกตัวทีมงานดังกล่าว โดยมีรายงานว่าไม่พอใจที่ถูกทีมงานของพรรคการเมืองนี้ติดตามถ่ายภาพที่อาจเป็นเบาะแสสำคัญในการทุจริตเลือกตั้ง หลังจากถูกปล่อยตัวออกมา ทางทีมงานพรรคการเมืองดังกล่าวได้เข้าแจ้งความต่อตำรวจ สภ.สว่างแดนดิน ให้ดำเนินคดีกับกลุ่มชายฉกรรจ์กลุ่มนี้แล้ว
ขรก.สกลฯอึดอัด โกงโจ๋งครึ่ม
แหล่งข่าวข้าราชการระดับสูงใน จ.สกลนคร เปิดเผยว่า การเลือกตั้งซ่อม ส.ส. ในวันอาทิตย์ที่ 21 มิถุนายนนี้ สร้างความอึดอัดใจให้แก่ข้าราชการในพื้นที่เป็นอย่างมาก เพราะการแข่งขันครั้งนี้รุนแรงมาก โดยทั้งสองพรรคต่างก็ตั้งเป้าเอาไว้ว่า ต้องชนะอย่างเดียว เพราะฉะนั้นวิชามารที่มีอยู่ทั้งหมดต่างก็ขนออกมาใช้ชนิดที่เรียกว่าโจ๋งครึ่ม
"เจ้าหน้าที่ปกครอง และตำรวจ ตอนนี้ตาเหล่ไปหมดแล้ว ทุกคนรู้ว่าลมแรง ยอมหรี่ตาข้างหนึ่ง อึดอัดกันทั้งจังหวัด เพราะพูดอะไรไม่ออก แต่ก็ยังเชื่อว่า กกต.จะมีหลักฐาน เพราะหากันไม่ได้ยากเย็นอะไร" แหล่งข่าวระบุ
อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวกล่าวว่า เท่าที่ทราบมีการเข้ามาแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเพียง 2-3 เรื่องเท่านั้น เรื่องใหญ่ที่สุดคือ เรื่องที่ระบุว่า มีการกรอกแบบฟอร์มในการมาลงคะแนนเสียงเลือกตั้งล่วงหน้าเป็นจำนวนมากผิดปกติ
ฟ้องปธ.กกต.สงสัยทุจริตที่ศรีสะเกษ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกัน ณ หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ หน่วยเลือกตั้งกลางเลือกตั้ง ส.ส.ศรีสะเกษ เขตเลือกตั้งที่ 1 แทนตำแหน่งที่ว่าง นายอภิชาติ สุขัคคานนท์ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (ประธานกกต.) และคณะได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมการเลือกตั้งล่วงหน้าของ จ.ศรีสะเกษ ในเขตเลือกตั้งที่ 1 แต่ในขณะที่ประธาน กกต.กำลังตรวจเยี่ยมหน่วยเลือกตั้งกลางอยู่นั้น นายอภิชาติ ธีระพงษ์สาคร อายุ 64 ปี ชาวบ้าน อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ ได้เข้าร้องเรียนต่อประธาน กกต.ว่า ในฐานะประชาชนชาวศรีสะเกษคนหนึ่งที่ได้ตรวจสอบและสังเกตการณ์การเลือกตั้งได้พบพฤติกรรมที่ส่อว่าอาจเป็นการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งเกิดขี้น
"จากการสังเกตการณ์การเลือกตั้งล่วงหน้าบริเวณที่ว่าการอำเภอราษีไศล พบว่า มีประชาชนจำนวนมากถือแบบบันทึกถ้อยคำการใช้สิทธิ์ลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้า หรือแบบ ทก.1 มาด้วย โดยชาวบ้านที่พากันมาลงคะแนนส่วนมากจะเป็นผู้สูงอายุ และมีรถปิกอัพหลายคันรับมาลงคะแนนคันละหลายสิบคนด้วยกัน จากการเข้าไปสอบถาม และขอดูแบบบันทึกถ้อยคำพบว่า ทุกใบจะมีการเขียนด้วยปากกาและมีลายมือเหมือนกันทุกใบ รวมแล้วจำนวนที่ตรวจพบประมาณ 15 ใบ โดยชาวบ้านที่มาลงคะแนนบอกว่า มีผู้นำชาวบ้านนำเอามาให้และขอให้ไปลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้า โดยให้อ้างว่าติดภารกิจ ไม่สามารถไปลงคะแนนเลือกตั้งในวันที่ 28 มิถุนายนได้" นายอภิชาติกล่าว
นายอภิชาติ กล่าวอีกว่า เห็นว่าพฤติกรรมดังกล่าวอาจส่อไปในทางทุจริต เนื่องจากตามระเบียบแล้วเอกสารที่ใช้ในการดำเนินการเลือกตั้งจะต้องขอจากหน่วยเลือกตั้งเท่านั้น ไม่สามารถที่จะนำเอาออกไปจากหน่วยเลือกตั้งได้ แต่มีการนำเอาแบบฟอร์มดังกล่าวไปแจกให้ชาวบ้านถึงบ้านเพื่อขอให้มาลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้า จึงมาร้องเรียนต่อประธาน กกต. เพื่อขอให้มีการตรวจสอบด้วย
ประธาน กกต. กล่าวชี้แจงว่า กรณีที่มีการแจกจ่ายแบบบันทึกถ้อยคำการใช้สิทธิ์ลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้า ณ หน่วยเลือกตั้งกลาง ได้รับทราบจากการเลือกตั้งล่วงหน้าที่ จ.สกลนคร เขต 3 มาแล้ว จึงตรวจสอบดูแล้วทราบว่า แบบฟอร์มสามารถดึงออกมาจากอินเทอร์เน็ต และนำเอาไปแจกจ่ายกันได้ เพราะแบบคำร้องไม่ใช่เป็นเรื่องลับแต่อย่างใด แต่จะเป็นการผิดกฎหมายเลือกตั้งทันทีหากมีเรื่องเงินและทรัพย์สินจูงใจเข้ามาเกี่ยวข้อง และมีการจัดรถนำชาวบ้านไปใช้สิทธิ์เพื่อชักจูงใจให้ประชาชนไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งโดยให้เลือกลงคะแนนให้แก่ผู้สมัครคนใดคนหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ขอเตือนประชาชนชาวศรีสะเกษว่าควรมาขอใช้แบบคำร้องที่หน่วยเลือกตั้งกลาง เพราะมีแบบคำร้องอยู่จำนวนมาก
ขณะที่ นางมาก ทองพันชั่ง ชาวบ้านมาใช้สิทธิล่วงหน้า และนำเอกสารใบ ทก.1 มาด้วย กล่าวว่า ได้รับแบบฟอร์มมาจากลูกสาวเพื่อให้มาลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้า แต่ไม่ทราบว่าลูกสาวของตนนำแบบฟอร์มมาจากที่ไหนกันแน่ และในหมู่บ้านของตน ชาวบ้านแทบทุกคนในเขต ต.ซำ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ ได้รับแจกแบบฟอร์มกันทุกคน และไม่ทราบว่าเอามาจากที่ไหน
ผอ.กต.ศรีสะเกษชี้ไม่ผิดก.ม.
นายทรงศักดิ์ จันทรุกขา ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดศรีสะเกษ (ผอ.กต.ศรีสะเกษ) เปิดเผยว่า ขณะนี้มีเรื่องร้องเรียนเข้ามาที่ กกต.ศรีสะเกษ เพียงเรื่องเดียว ซึ่งเป็นเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งทั่วไป ซึ่งตนยังไม่ได้ดูรายละเอียด แต่สำหรับเรื่องที่เกิดเป็นเรื่องเข้าใจผิดกัน เกิดขึ้นที่ อ.กันทรารมย์ เมื่อช่วงเช้าวันที่ 20 มิถุนายน และมีการออกข่าวว่าตำรวจ สภ.กันทรารมย์ จับกุมผู้กระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งด้วยการนำใบคำร้องขอใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้า หรือ ทก.1 มาจากบ้านนั้น ซึ่งเรื่องนี้เป็นความเข้าใจผิด
นายทรงศักดิ์ ระบุว่า "จริงๆ แล้วกรณีนี้ไม่ถือว่าเข้าข่ายกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง เพราะผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งสามารถที่จะดาวน์โหลดแบบฟอร์มจากอินเทอร์เน็ต และกรอกใบคำร้อง ทก.1 มาจากบ้าน โดยจะให้ใครช่วยกรอกให้ก็ได้ ไม่เป็นการผิดเงื่อนไข เพราะเป็นแค่ใบคำร้องชี้แจงเหตุผลที่ไม่สามารถมาเลือกตั้งได้ในวันเลือกตั้งจริง ไม่ใช่บัตรเลือกตั้ง แต่เพื่อความสบายใจของทั้งสองฝ่าย เราจึงได้ขอร้องให้ผู้มีสิทธิ์เข้าไปขอใบคำร้องมากรอกใหม่ โดยให้ลูกเสือ เนตรนารี และเจ้าหน้าที่หน้าหน่วยเลือกตั้งช่วยกรอกแบบฟอร์มให้ จึงขอให้ประชาชนมีความมั่นใจในการทำหน้าที่ของ กกต. ในการดำเนินการเลือกตั้งให้เป็นไปอย่างสุจริต โปร่งใส และเที่ยงธรรมอย่างแน่นอน"
ศรีสะเกษย้าย ตร.ถูกร้องไม่เป็นกลาง
พล.ต.ต.สมพงษ์ ทองวีระประเสริฐ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ (ผบก.ภ.จว.ศรีสะเกษ) กล่าวว่า เรื่องการรักษาหีบบัตรเลือกตั้งล่วงหน้านั้น ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 รู้สึกเป็นห่วงเรื่องนี้มาก เพราะหวั่นว่าจะเกิดทุจริตเกิดขึ้น และเห็นปัญหาที่เกิดขึ้นที่ จ.สกลนคร จึงได้เรียกประชุมส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยตั้งคณะกรรมการมาดูแลเรื่องนี้โดยเฉพาะ และประสานไปยังสถานีตำรวจภูธรในทุกอำเภอแล้ว ซึ่งทุกสถานีมีความพร้อมที่จะดูแลเรื่องนี้อย่างเต็มที่ โดยจัดทำกุญแจขึ้นใหม่และให้คณะกรรมการแยกถือกุญแจกันคนละชุด
พล.ต.ต.สมพงษ์ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า เมื่อช่วงสายวันที่ 20 มิถุนายน หลังจากได้รับคำสั่งจาก นายระพี ผ่องบุพกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ว่ามีประชาชนเข้ามาร้องเรียนว่ามีตำรวจ สภ.กันทรารมย์ วางตัวไม่เป็นกลางในการเลือกตั้งซ่อมที่หน่วยเลือกตั้งกลาง อ.กันทรารมย์ จึงมีคำสั่งให้นายตำรวจที่ถูกกล่าวหาเข้ามาช่วยราชการที่ สภ.เมืองศรีสะเกษ ไว้ก่อน แต่ขณะนี้ยังไม่ได้คุยรายละเอียดเป็นการส่วนตัว และจะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องนี้ต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายตำรวจที่ถูกย้ายมาช่วยราชการ คือ พ.ต.ต.ธีระพล อุตส่าห์ดี สว.สป.สภ.กันทรารมย์ ซึ่งถูกร้องเรียนว่า พูดชักชวนให้ผู้ที่มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้าเลือกผู้สมัคร ส.ส.รายหนึ่ง ทำให้ฝ่ายตรงข้ามที่เห็นเหตุการณ์ไม่พอใจ และเข้าร้องเรียนต่อ กกต.
"สดศรี" ปัดมี "ใบสั่ง" เชือด 16 ส.ว.
นางสดศรี สัตยธรรม กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงกรณี กกต.ชี้ขาดให้สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) 16 คน ซึ่งถือหุ้นในกิจการ หรือบริษัทเอกชนที่รับสัมปทาน หรือเป็นคู่สัญญาสัมปทานกับรัฐขัดต่อรัฐธรรมนูญ ต้องพ้นจากสมาชิกภาพ และส่งศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาดว่า ทุกอย่างทำตามขั้นตอน คณะอนุกรรมการไต่สวนทำอย่างละเอียด นอกจากการตรวจเอกสารแล้วยังขอให้ฝ่ายบริหารของบริษัทเหล่านั้นมาชี้แจง และสรุปว่าหุ้นเข้าตามมาตรา 265 ของรัฐธรรมนูญเป็นการรับสัมปทานของรัฐหรือไม่ ไม่ใช่ตีความกันเอง และเรียก ส.ว.มาชี้แจงด้วย
นางสดศรีกล่าวว่า ถ้าศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า ส.ว.พ้นสมาชิกภาพก็ต้องพ้นจากตำแหน่ง ถ้าเป็น ส.ว.สรรหา ก็ต้องดำเนินการสรรหาใหม่ ส่วน ส.ว.เลือกตั้งก็เลือกตั้งใหม่ ซึ่งจะสมัครรับเลือกตั้งเข้ามาใหม่ได้หรือไม่ ไม่มีกฎหมายห้ามไว้
ส่วนข่าวว่ามีใบสั่งการให้จัดการ ส.ว.ที่เตรียมอภิปรายกฎหมายทางการเงินในวันที่ 22 มิถุนายน นางสดศรีปฏิเสธว่า ไม่มีใบสั่ง การทำงานของ กกต. ถ้าไม่ยึดกฎหมาย โดยดำเนินการแบบทางรัฐศาสตร์ด้วยการรับคำสั่ง ในที่สุดคนที่ติดคุก คือ กกต. ไม่ใช่ผู้สั่ง
"สุเทพ"ยันขายหุ้นก่อนเลือกตั้งแล้ว
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ซึ่งเป็น 1 ใน 16 ส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์ ที่ถูกคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตรวจสอบคุณสมบัติกรณีถือหุ้นในบริษัทที่ได้รับสัมปทานของรัฐ กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า เมื่อ กกต.วินิจฉัยว่าอย่างไร ให้ดูการวินิจฉัยของ กกต. หาก กกต.เห็นว่า ส.ส.ขาดคุณสมบัติ จะต้องส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อถึงเวลานั้นตนจะไปชี้แจงต่อศาลว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ขอให้สบายใจ และขอย้ำว่ากฎหมายจะต้องเป็นกฎหมาย ถ้าเขาว่าขาดคุณสมบัติ ตนก็ต้องว่าขาดคุณสมบัติ
ผู้สื่อข่าวถามว่า ในการถือหุ้นของบริษัท ทรู คอรเปอเรชั่น ได้ขายหุ้นออกไปหรือยัง นายสุเทพ กล่าวว่า "ขายไปนานแล้ว ความจริงผมซื้อหุ้นนี้ไว้นานแล้ว เข้าใจว่าได้แจ้งรายละเอียดแก่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) หลายครั้งแล้ว โดยมีจำนวนหุ้นประมาณ 3,000- 5,000 หุ้น บังเอิญตั้งแต่ซื้อราคาตกลงมาตลอด จึงเสียดาย และเก็บไว้ ไม่นึกว่าจะมีปัญหาอย่างนี้ และเมื่อรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 ออกมาผมก็ไม่ได้ติดตาม ซึ่งหากผมขายไปก่อนการเลือกตั้งครั้งล่าสุด คงไม่มีปัญหาแล้ว"
หน.ภท.ชี้ถ้าถูกฟันส่ง ส.ส.คนนั้นลงต่อ
นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณี ส.ส.ของพรรค 3 คน ถูก กกต.ตรวจสอบคุณสมบัติถือหุ้นในบริษัทที่ได้รับสัมปทานของรัฐว่า ไม่วิตก และไม่คิดว่าจะมีปัญหากับพรรคร่วมรัฐบาล และพรรคก็มีความพร้อมสำหรับการเลือกตั้ง หาก ส.ส.ของพรรคคนไหนถูกให้พ้นจากสมาชิกภาพ ก็จะส่ง ส.ส.คนนั้นลงเลือกตั้งซ่อม ส่วนถ้าเป็นรัฐมนตรี จะได้กลับมาเป็นรัฐมนตรีอีกหรือไม่ ขอดูความเหมาะสมอีกครั้ง
นายมานิต นพอมรบดี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข 1 ใน 3 ส.ส.พรรคภูมิใจไทย ที่ถูก กกต.ตรวจสอบคุณสมบัติถือหุ้นในบริษัทที่ได้รับสัมปทานของรัฐ กล่าวว่า เป็นเรื่องปกติที่จะต้องมีการตรวจสอบ ไม่รู้สึกหนักใจ ส่วนตัวถือหุ้นไม่กี่ร้อยหุ้น ไม่คิดว่าจะมีปัญหา เพราะไม่มีเจตนาทำผิด หาก กกต.สอบถามเรื่องดังกล่าว ก็เชื่อว่าจะชี้แจงได้ หากผลออกมาอย่างไร ก็ต้องยอมรับ และไม่รู้สึกเสียใจ ไม่วิตก หากถูกให้พ้นสมาชิกภาพ เลือกตั้งครั้งหน้าก็จะลงสมัครใหม่ และมั่นใจว่าจะได้รับเลือกตั้งกลับเข้ามาอีกครั้ง
"วัลลภ" ยันไม่ได้ถือหุ้นโรงไฟฟ้าแล้ว
นพ.วัลลภ ไทยเหนือ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อแผ่นดิน 1 ใน 29 ส.ส.ที่อยู่ระหว่างรอ กกต.ชี้ขาดว่าขาดคุณสมบัติการเป็น ส.ส.หรือไม่ หลังตรวจพบว่าถือครองหุ้นในบริษัทผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช. เมื่อเดือนมกราคม 2551 ยอมรับว่าได้แจ้งว่า พญ.พวงทอง ไทยเหนือ ภริยา ถือครองหุ้นบริษัทดังกล่าวจริง โดยภริยาได้รับหุ้นกู้ฝากประจำทยอยคืนดอกเบี้ยจากบริษัทดังกล่าว แต่บริษัททยอยคืนเงินต้นจนหมดแล้วตั้งแต่เดือนเมษายน 2551 ทำให้ปัจจุบันภริยาของตนไม่มีหุ้นดังกล่าวในครอบครองแม้แต่หุ้นเดียว เพียงแต่ตนยังไม่ได้แจ้งสถานะล่าสุดให้ ป.ป.ช.รับทราบ ดังนั้นจึงมั่นใจว่ากรณีนี้จะไม่มีปัญหา
พท.ชี้ทางรอดต้องแก้ รธน.50
นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ประธาน ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่ กกต.อาจพิจารณา 7 ส.ส.ของพรรคเพื่อไทยในกรณีเดียวกันว่า น่าจะเป็นไปได้ เนื่องจากรัฐธรรมนูญปี 2550 ระบุห้ามผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองถือหุ้นใดๆ และหาก ส.ส.ของพรรคเพื่อไทยพ้นจากสภาพการเป็น ส.ส.จริง จะทำให้บทบาทและศักยภาพในการซักฟอกรัฐบาลในสภาของฝ่ายค้านลดลง อยากชี้ให้เห็นความผิดพลาดในรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าว เพราะหากยึดถืออย่างเคร่งครัดจริง ต่อไปผู้จะเป็นนักการเมืองได้ ต้องเป็นคนหลักลอย ไม่มีงานทำเท่านั้น
นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า แม้พรรคจะมี ส.ส.ถูกร้องในเรื่องดังกล่าวถึง 28 คน แต่พรรคไม่รู้สึกกังวลว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต เพราะเชื่อมั่นในดุลพินิจของศาลรัฐธรรมนูญ และยืนยันว่าพรรคไม่เคยมีแนวคิดที่จะแก้กฎหมายให้พ้นผิด เพราะคนที่เข้าสู่การเมืองจะบอกไม่ได้ว่าไม่รู้กฎหมายรัฐธรรมนูญ การแก้กฎหมายให้พ้นผิดจะไม่เกิดขึ้นอย่างเด็ดขาด
"เสรี" ชี้มีหุ้นก่อนรับตำแหน่งไม่น่าขัด รธน.
นายเสรี สุวรรณภานนท์ อดีตรองประธาน ส.ส.ร. ระบุว่า การที่ ส.ส.หรือ ส.ว.ถือครองหุ้นที่เคยมีอยู่เดิมก่อนดำรงตำแหน่งเป็น ส.ส.หรือ ส.ว.จะขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่นั้น หากรัฐธรรมนูญมีเจตนาห้าม ส.ส.หรือ ส.ว.ถือครองหุ้นดังกล่าวอยู่ต่อไป รัฐธรรมนูญคงต้องบัญญัติเรื่องการห้ามการคงไว้ซึ่งหุ้นดังกล่าว ดังที่รัฐธรรมนูญห้ามนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต้อง “ไม่คงไว้ซึ่ง” ความเป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นตามมาตรา 269 วรรคแรก แต่หากเป็น ส.ส.หรือ ส.ว.แล้ว ไปเข้าเป็นหุ้นส่วนหรือเข้าไปถือหุ้นดังกล่าวในขณะดำรงตำแหน่ง จึงอาจเป็นการนำเอาตำแหน่งหรือสถานะความเป็น ส.ส.หรือ ส.ว.ไปได้ประโยชน์ในสิ่งเหล่านี้ อันเป็นการขัดกันซึ่งผลประโยชน์ได้ จึงเป็นการกระทำที่รัฐธรรมนูญห้ามไว้ การที่ ส.ส.หรือ ส.ว.มีหุ้นสัมปทานรัฐมาก่อนการเป็น ส.ส.หรือ ส.ว. และคงถือไว้ต่อมา จึงไม่น่าจะขัดต่อรัฐธรรมนูญ
"พัลลภ" เผย "มนูญกฤต" พร้อมเป็น หน.พท.
พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี สมาชิกพรรคเพื่อไทย และเพื่อนร่วมรุ่น จปร.7 ของ พล.ต.มนูญกฤต รูปขจร ที่มีข่าวถูกทาบทามเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ได้สอบถามนายสมพงษ อมรวิวัฒน์ อดีตรองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน และ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ทุกคนยังงงว่าข่าวออกมาได้อย่างไร และจากการที่ได้โทรศัพท์หา พล.ต.มนูญกฤต เพื่อสอบถามที่มาที่ไปของข่าว พล.ต.มนูญกฤตก็บอกว่า ไม่รู้เรื่อง และยังไม่มีใครมาทาบทาม แต่ถ้าพรรคเพื่อไทยรับก็พร้อมที่จะทำหน้าที่ดังกล่าว ซึ่ง พล.ต.มนูญกฤต เป็นคนมีความรู้ความสามารถ เป็นอดีตประธานวุฒิสภา ถ้าถามตนก็ต้องสนับสนุนเพื่อนอยู่แล้ว เพราะเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายมาด้วยกันหลายหน
เมื่อถามว่าได้สอบถาม พล.ต.มนูญกฤต ถึงสาเหตุที่ลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ และพร้อมร่วมงานกับพรรคเพื่อไทยหรือไม่ พล.อ.พัลลภ กล่าวว่า พล.ต.มนูญกฤต เล่าว่าอยู่ไปก็ไม่สบายใจ อึดอัดลาออกมานอนพักผ่อนอยู่บ้านดีกว่า
นายไพจิต ศรีวรขาน ส.ส.นครพนม หัวหน้ากลุ่มอีสานพัฒนา พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงข่าวพรรคเพื่อไทยเตรียมดึง พล.ต.มนูญกฤต รูปขจร อดีตประธานวุฒิสภา และอดีต ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ เข้าร่วมงานกับพรรคเพื่อไทยว่า พรรคยังไม่ได้หารือถึงประเด็นเลือกคนนอกเข้ามาเป็นหัวหน้าพรรค ต้องรอให้ใกล้เลือกตั้งใหญ่ก่อน ถึงจะพิจารณาว่าจะเป็น พล.ต.มนูญกฤต หรือใคร
ส่วนกรณีที่แกนนำพรรคเพื่อไทยประเมินว่า พล.ต.มนูญกฤต มีความเหมาะสมที่จะขึ้นเป็นหัวหน้าพรรค เพราะอยู่คนละขั้วกับ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เพราะเคยเป็นแกนนำปฏิวัติรัฐบาล พล.อ.เปรม ถึง 2 ครั้ง นายไพจิต กล่าวว่า คุณสมบัติการเป็นหัวหน้าพรรคต้องมีความรู้ด้านเศรษฐกิจ นอกเหนือจากด้านความมั่นคงและการทหาร ทั้งนี้ หลังเลือกตั้งซ่อม จ.สกลนคร พรรคคงต้องเตรียมจัดแถวใหม่ โดยมีหัวหน้าพรรคคนใหม่เพื่อเป็นแม่ทัพ และขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี เพราะเชื่อว่าการเลือกตั้งใหญ่จะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้
นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงข่าว พล.ต.มนูญกฤตจะย้ายไปสังกัดพรรคเพื่อไทยว่า เป็นเพียงรายงานข่าว ขณะนี้ พล.ต.มนูญกฤต ลาออกจากพรรคไปแล้วและไม่รู้สึกกังวลหาก พล.ต.มนูญกฤต จะไปสังกัดพรรคใดแล้วจะนำข้อมูลวงในไปเปิดเผย เพราะพรรคไม่มีเรื่องใดต้องปกปิด แต่ได้ดำเนินการสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญทุกอย่าง เห็นได้ว่าพรรครอดพ้นจากคดียุบพรรคมาหลายครั้ง
“แม้ว”โฟนอินเสื้อแดง อัดรัฐไร้น้ำยาแก้ ศก.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 14.00 น. วันเดียวกัน แกนนำกลุ่ม นปช. นำโดย นพ.เหวง โตจิราการ นายก่อแก้ว พิกุลทอง นายจารุพงษ์ เรืองสุวรรณ และนายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง เดินทางมาจัดเวทีสัมมนาในหัวข้ออนาคตประเทศไทยภายใต้วิกฤติเศรษฐกิจโลก ที่โรงแรมปึกเตียนวิลล่า หาดปึกเตียน อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี โดยเนื้อหาหลักเป็นการพูดถึงการแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่ล้มเหลวของรัฐบาล
สำหรับการสัมมนาครั้งนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โฟนอินจากเมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เข้ามาพูดคุยในเวทีสัมมนาด้วย โดยกล่าวโจมตีการทำงานของพรรคประชาธิปัตย์ ว่ามีแต่ความสามารถในการกล่าวหาผู้อื่น แต่ไม่มีความสามารถในการแก้ปัญหาประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องหนี้สินประเทศ หนี้สินของประชาชน ปัจจุบันสภาพคล่องตกต่ำอย่างมากมาย และระบุว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้ชนะการเลือกตั้ง แต่ขโมยคนของพรรคร่วมเก่าไปเป็นรัฐบาล ทำให้ไม่เป็นปึกแผ่นไม่สามารถบริหารงานได้ จึงต้องเกี้ยเซียะผลประโยชน์ให้ลงตัวจึงจะอยู่ได้ และปัจจุบันยังทำงานแบบสองมาตรฐานจนทำให้กลุ่มคนเสื้อแดงมีมากขึ้น และเข้มแข็งขึ้น
พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวย้ำว่า การต่อสู้ของคนเสื้อแดงต้องต่อสู้ด้วยสันติ ความรุนแรงจะไม่ทำให้การต่อสู้ได้ชัยชนะ วันนี้อนาคตของประเทศหากปล่อยไปก็มีแต่จะมืดมน เพราะรัฐบาลไม่ชอบธรรม วันนี้เศรษฐกิจของประเทศที่มีปัญหายังเบากว่าสมัยที่ตนเองอยู่ ขณะนี้ตนเองอยู่ที่ดูไบ คิดถึงประเทศไทยมากหากกลับมาและได้บริหารประเทศจะสามารถแก้ไขปัญหาได้ ส่วนที่มีผู้ไม่ประสงค์ดีปล่อยข่าวว่าตนป่วยเป็นมะเร็งนั้นไม่เป็นความจริง สัปดาห์ที่ผ่านมาตนได้ไปตรวจสุขภาพ แพทย์ระบุ แข็งแรงดีไม่มีปัญหา
นอกจากนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ยังกล่าวติดตลกด้วยว่า ตอนนี้อายุ 60 กว่าแล้ว เซ็กส์อาจจะลดลงไปบ้าง นอกนั้นแข็งแรงดี สู้งานหนักได้สบายมาก ขอให้กำลังใจในการต่อสู้ของคนเสื้อแดงต่อไป โดย พ.ต.ท.ทักษิณใช้เวลาในการโฟนอินเข้ามาประมาณ 20 นาทีจึงวางสาย
พธม.แฉ "เนวิน-จตุพร" ฮั้วเลือกตั้งสกลฯ
ส่วนงานพบปะสังสรรค์ของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ซึ่งจัดขึ้นที่สนามกีฬาเพชรรัชต์ ถ.วิภาวดีรังสิต ก็มีการจัดปราศรัย โดยเนื้อหาส่วนใหญ่เป็นการโจมตีการทำงานของรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ โดยเฉพาะประเด็นการอ่อนข้อให้แก่พรรคภูมิใจไทยมากเกินไป
พล.ร.ท.ประทีป ชื่นอารมณ์ โฆษกพรรคการเมืองใหม่ ได้ประกาศว่า การเมืองใหม่ของพรรคการเมืองใหม่นั้น นายกรัฐมนตรีไม่จำเป็นต้องเป็นหัวหน้าพรรค เช่นเดียวกับ นายบารัก โอบามา ที่เป็นประธานาธิบดีสหรัฐ โดยไม่ได้เป็นหัวหน้าพรรคเดโมแครต แต่อย่างใด และวันนี้พรรคประชาธิปัตย์หมดสภาพในการนำพารัฐบาล เพราะให้อำนาจพรรคร่วมจนหมดสิ้น นายอภิสิทธิ์มีแต่ตำแหน่งนายกฯ แต่ไม่มีอำนาจ สุดท้ายหากการบริหารงบประมาณแผ่นดินเกิดความล้มเหลว ก็หนีไม่พ้นข้อหาพายเรือให้โจรนั่ง
นายปราโมทย์ นาครทรรพ นักวิชาการอิสระ กล่าวว่า ขอให้มวลชนสนับสนุนการตั้งพรรคการเมืองใหม่ โดยเริ่มการเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนตำบล ที่จ.สุราษฎร์ธานี พันธมิตรต้องยึดครองมาให้ได้ เพราะเราเห็นแล้วว่าการเลือกตั้งในระบบการเมืองแบบเก่าพึ่งพาไม่ได้ และแม้แต่การเลือกตั้งซ่อมที่ จ.สกลนคร ก็ส่อว่าจะฮั้วกัน เพราะตนได้ข้อมูลว่า นายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทย กับ นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช. ก็คุยกันบนเครื่องบินระหว่างที่เดินทางไป จ.สกลนคร ดังนั้น การเลือกตั้งครั้งนี้จึงไม่มีความหมาย
นายสำราญ รอดเพชร แกนนำพันธมิตร รุ่น 2 กล่าวเรียกร้องให้มวลชนช่วยกันสนับสนุนพรรคการเมืองใหม่ เนื่องจากหมดหวังกับรัฐบาลชุดนี้ที่ไม่ฟังข้อเสนอแนะของพันธมิตร มีแต่เอาใจพรรคภูมิใจไทย ขนาดคนที่จัดตั้งรัฐบาลยังบอกว่าถ้าไม่มีเขา(พรรคภูมิใจไทย) ก็จะไม่มีรัฐบาล แต่ไม่เคยคิดว่าถ้าไม่มี 193 วัน พรรคประชาธิปัตย์จะได้เป็นรัฐบาลหรือไม่
“วันนี้ไม่ได้มาทวงบุญคุณ แต่มีหลายคนตั้งคำถามว่าพันธมิตรมันรูปชั่วตัวดำ มันเป็นโจรหรืออย่างไร ทำไมถึงไม่ฟังกันบ้าง เราเข้าใจว่าเป็นรัฐบาลแล้วเอาใจพันธมิตร คนในสังคมอีกหลายล้านคนจะกล่าวหาว่ารัฐบาลเอียงข้าง แต่พรรคประชาธิปัตย์สามารถแสดงออกให้เห็นว่า ตอบแทนเราด้วยการมีอุดมการณ์ จงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และต้องปฏิรูปการเมือง วันนี้พรรคประชาธิปัตย์ต้องกล้าตัดสินใจถอดชนวนระเบิดเวลาหลายลูกทั้งรถเมล์ 4,000 คัน อย่าไปกลัวกับการเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย เพราะยังมีพันธมิตรช่วยเหลืออยู่ข้างนอก อย่ารังเกียจพันธมิตร เพราะพันธมิตรไม่มีอะไรน่ารังเกียจ” นายสำราญ กล่าว