เยี่ยมสถานศึกษา-ทัวร์ 13 สถานศึกษาแดนจิงโจ้

วันนี้ "ท่องโลกการเรียนรู้" ขอแนะนำสถานศึกษาต่างๆ ให้แก่น้องๆ ที่สนใจอยากเรียนต่อยังแดนจิงโจ้ ตามที่ได้ไปเยี่ยมชมสถาบันการศึกษาในประเทศออสเตรเลีย 13 แห่ง ในรัฐเซาท์ออสเตรเลีย, เวสเทิร์นออสเตรเลีย

และ แทสเมเนีย เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม-11 มิถุนายน ตามคำเชิญของสำนักงานการศึกษาออสเตรเลียแห่งนานาชาติ หรือ เออีไอ ณ สถานทูตออสเตรเลีย ที่นี่นักเรียนไทยส่วนใหญ่จะเรียนสายวิชาชีพ รองลงมาคือภาษาอังกฤษ อุดมศึกษา และโรงเรียนมัธยม ซึ่งปีที่แล้วมีประมาณ 22,200 คน

 สำหรับน้องๆ ม.4 ถ้าเกรดเฉลี่ยและภาษาอังกฤษอยู่ในระดับดี สามารถต่อระดับ Year 11-12 แล้วเข้ามหาวิทยาลัยได้ หรือเรียนสายวิชาชีพระดับประกาศนียบัตร และต่ออนุปริญญา จากนั้นเรียนมหาวิทยาลัยปี 2 ส่วน ม.5 ไปเรียน Y11 ซ้ำอีก 1 ปี เพราะ Y11-12 เป็นช่วงเก็บคะแนนเข้ามหาวิทยาลัย หรืออาจเรียนสายวิชาชีพได้เช่นกัน ม.6 ส่วนใหญ่ต้องเรียน Foundation studies หลักสูตรเตรียมตัวก่อนเข้าเรียนมหาวิทยาลัยประมาณ 1 ปี หรืออาจไปเรียนสายอาชีพในระดับอนุปริญญา และหากอยากเข้าเรียนมหาวิทยาลัยต่อไปก็สามารถทำได้

 เริ่มกันที่รัฐเซาท์ออสเตรเลีย มีเพิร์ทเป็นเมืองหลวง เต็มไปด้วยความสงบ ธรรมชาติร่มรื่น เหมาะกับการศึกษา สถาบันแรกที่ไปเยี่ยมชมคือ The University of Western Australia ที่มีชื่อเสียงการทำวิจัย ด้านวิทยาศาสตร์การเกษตร การแพทย์ และวิศวกรรม พลังงานสะอาด การศึกษาเรื่องแร่ธาตุและเหมืองแร่ ได้ชมห้องทดลองและการสาธิตผลงานการวิจัย เครื่องวิเคราะห์การพัฒนาของเนื้อเยื่อแผลเป็น และแนวทางการรักษาโรคมะเร็ง การวิจัยเรื่องกระแสน้ำและผลกระทบต่อโครงสร้างชายฝั่ง

 ตามมาด้วย Murdoch University มีความโดดเด่นด้านวิศวกรรม กฎหมาย และสัตวแพทยศาสตร์ มีโรงพยาบาลสัตว์ตั้งอยู่ในวิทยาเขต มีคลินิกสัตว์ที่ให้คนทั่วไปได้ใช้บริการ มีศูนย์ศิลปะสื่อสาร วิทยุและโทรทัศน์ ห้องข่าว ห้องตัดต่อ อุปกรณ์ดิจิทัลสำหรับงานการผลิตการทำข่าวจะเน้นสื่อออนไลน์ เช่น โทรทัศน์ หรือวิทยุ บนเว็บไซต์ เน้นให้นักศึกษาทำงานอย่างบูรณาการ ทั้งถ่ายภาพ รายงานข่าว ผลิตเสียง เพื่อแข่งขันในโลกการทำงานจริงได้

  วิไกร ธนเดชธีมาภัทร อายุ 32 ปี อดีตอาจารย์ ม.ศรีปทุม และอาจารย์รพีพร ช่ำชอง จาก ม.มหาสารคาม อายุ 40 ปี ที่มาเรียนต่อปริญญาเอกด้านไอทีที่ Murdoch University ซึ่ง วิไกร เป็นนักศึกษาไทยคนแรกที่ได้ทุนระดับปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยแห่งนี้ เพราะสามารถทำผลงานวิชาการถึง 3 ผลงานภายใน 1 เทอม ทั้ง 2 คนทำงานพิเศษในมหาวิทยาลัยด้วย ได้ค่าตอบแทนประมาณชั่วโมงละ 40 ดออลล์ เพราะมีความชำนาญด้านไอทีเป็นพิเศษ

 จากนั้นไปที่ Curtin University เด่นด้านธุรกิจ วิทยาศาสตร์การแพทย์ วิศวกรรมศาสตร์ และเภสัชศาสตร์ โดยทั่วไปแล้วนักเรียนต่างชาติที่มีผลการศึกษาต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนดเข้าเรียนระดับปริญญาตรี สามารถเรียนหลักสูตรเตรียมตัวก่อนเข้าเรียนปริญญาตรี (Foundation programs) สอนทฤษฎีและวิชาการ เน้นการเรียนภาษาอังกฤษ หรืออาจเลือกเรียนหลักสูตรอนุปริญญาตรี (Diploma programs) โดยเรียนควบคู่ไปกับหลักสูตรปริญญาตรี จบการศึกษาหลักสูตรอนุปริญญาตรีจะสามารถเข้าเรียนในปีที่ 2 ของหลักสูตรปริญญาตรีได้

 ส่วนที่ Canning College สอนนักเรียนอายุ 16 ปีขึ้นไป เพื่อเตรียมความพร้อมในการเข้าศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย หรือสถาบันการศึกษาและฝึกอบรมวิชาชีพ (TAFE) หรือเข้าสู่การทำงาน สอนระดับประกาศนียบัตรและอนุปริญญา หลักสูตรอบรมสั้นๆ หรือหลักสูตรการเรียนภาษาอังกฤษ เมื่อจบหลักสูตรอนุปริญญาตรีทางด้านพาณิชย์ ก็สามารถเข้าศึกษาต่อในปีที่ 2 ที่มหาวิทยาลัยเวสเทิร์นออสเตรเลีย หรือเคอทิน ได้

 เช่นเดียวกับ Tuart College สอนหลักสูตรเตรียมความพร้อมเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยหรือสถาบันการศึกษาและฝึกอบรมวิชาชีพ รวมไปถึงการศึกษาสำหรับผู้ใหญ่และการสอนภาษาอังกฤษ ได้พูดคุยกับ "น้องแจ๊ส" ณัชชารีย์ ศรีศุภเศรษฐ์ นักเรียนชั้น ม.5 โรงเรียนเตรียมอุดม มาเรียนต่อ Y 11 เพื่อเตรียมเรียนต่อด้านแพทย์ที่ The University of Western Australia ซึ่งการเรียนที่นี่ ทำให้น้องแจ๊สมีความมั่นใจว่าจะสอบเข้าเรียนแพทย์ได้

  ถ้าต้องการเรียนวิชาชีพ ลองแวะไปที่ สถาบันการศึกษาและการฝึกอบรมวิชาชีพ West Coast Tafe วิทยาเขต Joondalup เด่นด้าน Commercial cookery หรือการทำอาหาร มีร้านอาหารในสถาบันที่เปิดให้บริการแก่คนทั่วไป เป็นที่ฝึกปฏิบัติของนักศึกษาด้วย จบแล้วมีความพร้อมปฏิบัติงานได้ทันที

 ตามมาด้วยสถาบันที่ตั้งชื่อตามสตรีคนแรกที่ได้รับเลือกเข้าสู่รัฐสภาของออสเตรเลีย คือ Edith Cowan University เด่นด้านวิทยาศาสตร์และการแพทย์ ได้เยี่ยมชมห้องวิจัยต่างๆ เช่น การวิจัยด้านมะเร็งเต้านมโดยใช้แสงอินฟราเรดที่ก่อให้เกิดการรบกวนในระดับต่ำ การวิจัยโรคพาร์กินสัน ศูนย์วิจัยด้านโรคอัลไซเมอร์ สถาบันวิจัยด้านสุขภาพ Vario Health Institute และคลินิกเพื่อฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วย ให้นักศึกษาลงมือทำงานกับปัญหาจริง มีคลินิกสุขภาพที่คนทั่วไปสามารถใช้บริการได้

 วันที่ 4 ของการเดินทางไปที่เมืองอะดิเลด เมืองหลวงของรัฐเซาท์ออสเตรเลีย สถาบันแห่งแรกที่ไปเยี่ยมชมคือ The University of Adelaide ซึ่งเก่าแก่เป็นอันดับ 3 ของประเทศ เด่นด้านการแพทย์และวิศวกรรม มีศูนย์การวิจัยด้านสเต็มเซลล์ที่มีชื่อเสียง ที่นี่ได้มีโอกาสพูดคุยกับ "หมอแมว" ณัฏฐิรา สุขสุเดช จาก ม.ธรรมศาสตร์ ที่ได้ทุนจากสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) มาเรียนต่อปริญญาเอกด้านทันตกรรม คาดว่าปลายปีนี้หมอแมวจะส่งงานวิจัย ปัจจัยที่มีผลต่อการพัฒนาคลินิกทันตกรรมของนักศึกษาแพทย์ได้ และกลับมาใช้ทุนที่ ม.ธรรมศาสตร์ หลังจากสำเร็จการศึกษา และ "อาจารย์กิ๊ฟ" ปัทพร สุคนธมาน สอนคณะเศรษฐศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้ด้วย ซึ่งเธอทำงานวิจัยเกี่ยวกับโอกาสการเรียนต่อของเด็กเร่ร่อนในโรงเรียนของรัฐบาลบังกลาเทศ ในอนาคตอาจารย์กิ๊ฟบอกว่าจะมาทำงานวิจัยด้านนี้ในประเทศไทยด้วย

 สถาบันที่ 2 คือ Flinders University ที่เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพและการแพทย์ มีโรงพยาบาลในวิทยาเขตที่ฝึกงานของนักศึกษา มีหอพักที่สะดวกสบายและสภาพแวดล้อมที่น่าอยู่ นักศึกษาสามารถเลือกอยู่หอพักที่มีอาหารบริหาร หรือทำเองได้ตามต้องการ เป็นที่ตั้งของโรงเรียน  Australian Science and Mathematic School ที่ให้สอนระดับ Year 10-12 ด้วย

 ที่นี่ได้พูดคุยกับ "จูน" เบญจพร หอมขจร อายุ 26 ปี ที่ไปเรียนปริญญาเอกด้านแพทย์ด้วย ซึ่งกำลังทำวิจัยเรื่องการใช้โมเลกุลของยีนรักษาเซลล์สมองที่ตายแล้วให้ฟื้นฟูกลับมาใช้งานได้ และทำงานพิเศษที่โรงพยาบาลภายในสถาบันด้วย จบแล้วจะกลับมาทำงานที่ ม.มหิดล เพื่อนำงานวิจัยชิ้นนี้ไปช่วยเหลือผู้ป่วยผ่าตัดสมองในเมืองไทย
 
 3 วันสุดท้ายของการเดินทางอยู่ที่รัฐแทสเมเนีย รัฐที่เล็กที่สุดอยู่ตอนใต้ มีเมืองโฮบาร์ทเป็นเมืองหลวง สถาบันแรกที่ได้ไปเยี่ยมชม University of Tasmania มหาวิทยาลัยที่เก่าแก่เป็นอันดับที่ 4 ของประเทศ ได้เยี่ยมชมห้องวิจัยโรคมาลาเรียของสถาบันวิจัย Menzies Research Institute อันเป็นส่วนหนึ่งของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ด้วย ที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้ได้พูดคุยกับ "อ้น" สุเมธ. อ ศรีหงส์ ประธานสมาคมคนไทยแห่งแทสมาเนีย ปัจจุบันเป็นนักศึกษาปริญญาเอกด้านการศึกษา ที่นี่มีคนไทยประมาณ 100 กว่าคน มีการพบปะกันทุกๆ เดือน สมาคมแห่งนี้จะให้คำแนะนำนักศึกษาไทยที่เพิ่งมาเรียนในสถาบันแห่งนี้ด้วย

 ในรัฐนี้ถ้าต้องการเรียนด้านวิชาชีพขอแนะนำที่สถาบัน Tasmanian  Polytechnic วิทยาเขตอลันวาล จัดการศึกษาด้านสังคมสงเคราะห์ การบริการผู้พิการ ดูแลเด็ก เสริมสวยทำผม ออกแบบและตัดเย็บเครื่องแต่งกาย ดนตรี เครื่องยนต์ และวิศวกรรมไฟฟ้า เน้นประยุกต์ใช้ความรู้และการลงมือปฏิบัติ นักเรียนบางคนจบมหาวิทยาลัยแล้วมาเรียนพัฒนาทักษะปฏิบัติที่นี่ 

 สถาบันสุดท้ายคือ Australian Maritime College มีชื่อเสียงระดับนานาชาติเกี่ยวกับการเดินเรือ และทะเล สอนระดับประกาศนียบัตร อนุปริญญาตรี และปริญญา ด้านวิศวกรรมเครื่องกลเรือและอุทกพลศาสตร์, การท่าเรือและการขนส่งทางเรือ, การอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืน ได้ชมการสาธิตการใช้ห้องบังคับเรือเสมือนจริง ในสภาพการณ์ต่างๆ ที่นี่ได้พูดคุยกับ ภูวดล นิยมค้า ที่มาเรียนต่อปริญญาตรีด้านออกแบบใบพัดเรือ เพื่อนำใช้ในการพัฒนาธุรกิจซ่อมใบพัดเรือของครอบครัว ที่ อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี ด้วย

ค่าเล่าเรียน หลักสูตรภาษาอังกฤษ 3,500-13,500 ดอลลาร์ ขึ้นอยู่กับระยะเวลาหลักสูตร,สถาบันระดับโรงเรียนประถมและมัธยมศึกษาของรัฐบาล ประมาณ 7,000-15,000 ดอลลาร์ต่อปี และ 15,000-25,000 ดอลลาร์ต่อปี เอกชน ระดับประกาศนียบัตร อนุปริญญา และอนุปริญญาขั้นสูงสายอาชีพ 5,500-18,000 ดอลลาร์ต่อปี ระดับปริญญาตรีจะอยู่ที่ประมาณ 10,000-13,500 ดอลลาร์ต่อปี หากเป็นปริญญาตรีคณะวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ จะอยู่ที่ 10,000-16,500 ดอลลาร์ต่อปี หรือมากกว่านี้ ระดับปริญญาโทและเอกจะอยู่ที่ประมาณปีละ 11,000-18,500 ดอลลาร์ หรือมากกว่านี้

 ถ้าพักอยู่กับครอบครัวชาวออสเตรเลีย ประมาณ 110-270 ดอลลาร์ต่อสัปดาห์ โฮสเทลหรือเกสต์เฮ้าส์ ใช้ห้องครัว ห้องน้ำรวม ประมาณ 80-135 ดอลลาร์ต่อสัปดาห์ ที่พักประเภทเช่าอาศัยอยู่ร่วมกัน หรือ แชร์เฮ้าส์ 70-250 ดอลลาร์ต่อสัปดาห์ ที่พักในโรงเรียนประจำ 10,000-20,000 ดอลลาร์ต่อปี ที่พักในมหาวิทยาลัย 80-250 ดอลลาร์ต่อสัปดาห์ นักเรียนทำงานได้สัปดาห์ละไม่เกิน 20 ชั่วโมง ในช่วงเปิดเทอม และทำได้ไม่จำกัดชั่วโมงในช่วงปิดภาคเรียน ผู้ที่สนใจสามารถเข้าเว็บไซต์ www.studyinaustralia.gov.au

 ข่าวดีขณะนี้มีทุน Endeavour Awards ให้แก่นักเรียนไทย ทั้งระดับวิชาชีพ ปริญญาโทและเอก การทำวิจัยระยะสั้น และทุนสำหรับผู้บริหารไปดูงาน ณ ประเทศออสเตรเลีย โดยไม่จำกัดสาขาวิชา ครอบคลุมค่าใช้ทั้งค่าเล่าเรียน ค่ากินอยู่ต่างๆ ปิดรับสมัครวันที่ 31 กรกฎาคม ผู้ที่สนใจสมัครได้ที่ www.endeavour.deewr.gov.au

0 หทัยรัตน์ ดีประเสริฐ 0