โรคร้ายคนไทย...

หลังการรัฐประหารเดือนกันยายน 2549 จำได้ว่ามีข่าวว่า นักวิจัยกลุ่มหนึ่ง ซึ่งเป็นชาวฝรั่งเศสได้ทำการวิจัยถึงนิสัยคนไทยเอาไว้ว่า มี ๔ อย่างด้วยกันล้วนแต่ดีๆ ทั้งนั้นคือ

 ข่าวนี้จำไม่ได้แล้วว่า เป็นนักวิจัยฝรั่งเศสจากสำนักไหนกันแน่ และได้เข้ามาทำงานการวิจัยที่ว่านี้ อยู่ในเมืองไทยนานแค่ไหนอย่างไร มีกรรมวิธีอย่างไรก็ไม่มีใครรู้ รู้แต่ว่า ถ้าคนไทยในขณะนั้นได้เจอตัวเศษฝรั่ง เอ๊ย...ฝรั่งเศสพวกนี้คงต้องเจ็บตัวแน่ๆ

 เพราะการกล่าวหากันง่ายๆ เช่นนี้ย่อมไม่เป็นธรรมต่อคนไทยทั้งหลายโดยทั่วไปแน่นอน

 แต่อย่างไรก็ตามก็มีอยู่ข้อหนึ่งหรือว่าขี้หนึ่ง ซึ่งคนไทยทั่วไปโดยเฉพาะในยุคนี้ควรจะได้ขบคิด เพราะว่าได้ยอมรับออกมาเองเมื่อไม่นานมานี้ว่า ไม่รังเกียจคนขี้โกง

 ยกตัวอย่างเช่น การสำรวจจากสถาบันแห่งหนึ่งของไทยเราเองที่ได้สำรวจพบว่า มีคนไทยมากกว่าร้อยละ 50 ขึ้นไปที่บอกว่ายอมรับได้ถ้าหากว่ามีรัฐบาลโกงกินและทำให้ตนเองอยู่ดีมีสุขและก็มีมากถึงกว่าร้อยละ 60 ที่บอกว่าตนเองพร้อมจะโกงถ้าหากว่ามีโอกาสและความจำเป็น

 ด้วยเหตุนี้ละกระมัง ที่ทำให้คนไทยมักจะได้รัฐบาลขี้โกงเข้ามาปกครองประเทศเกือบจะตลอดมา ในประวัติศาสตร์การเมืองไทย ก็เพราะคนไทยส่วนใหญ่อย่างน้อยก็ไม่รังเกียจพวกนักการเมืองขี้โกง และเผลอๆ ก็อาจจะชอบเสียอีกว่าโกงเก่ง ยิ่งการเลือกตั้งจึงมีแต่พวกที่โกงเก่งเข้ามา นับตั้งแต่ระดับท้องถิ่นขึ้นมาจนถึงระดับชาติ

 การเมืองไทยในทุกยุคสมัยจึงเต็มไปด้วยการคอรัปชั่น และการโกงกินกันเกือบในทุกระดับ ขนาดว่าคนเป็นเศรษฐีร่ำรวยมีเงินทองมากนับเป็นหมื่นๆ ล้านแล้วก็ยังอดโกงไม่ได้ อย่างที่รู้ๆ กันอยู่

 การคอรัปชั่นโกงกินได้กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตที่คุ้นชินของคนไทยไปแล้ว ก็เพราะไม่มีเรื่องไหนที่จะหลีกหนีพ้นเรื่องโกงกินไปได้ นับตั้งแต่เรื่องใหญ่ขนาดสนามบินลงมาจนถึงเรื่องขี้ผง อย่างนมเด็ก ปลากระป๋อง เรื่องรถ เรือดับเพลิง รถเมล์เมืองกรุง ไปจนถึงเรื่องข้าว สินค้าเกษตรในท้องทุ่ง

 นิสัยขี้เกียจ ขี้คุย ขี้อิจฉาที่ฝรั่งกล่าวหา นั่นช่างเถอะ แต่นิสัยขี้โกงจากการสำรวจของคนไทยเราเอง นี่สิครับ ที่กำลังบอกเราว่ากำลังจะกลายเป็นโรคระบาดอย่างหนึ่ง ที่แพร่เชื้อออกไปสู่นิสัยคนไทยในทุกวงการแล้ว

 นิสัยหรือโรคร้ายชนิดนี้ เป็นแล้วน่ากลัวยิ่งกว่ามะเร็ง เอดส์ หรือว่าไวรัสพันธุ์อันตรายทุกชนิดในโลก ต้องรีบหาทางป้องกันและรักษาโดยเร็ว ก่อนที่จะอมโรคกันไปทั้งประเทศครับ