เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน นายเกษมสันต์ จิณณวาโส อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า ค้นพบแหล่งไม้สักแห่งใหม่ คาดว่าน่าจะสมบูรณ์ที่สุดของแหล่งไม้สักที่มีอยู่ในประเทศไทยทั้งหมด โดยเฉพาะแหล่งไม้สักทองที่เหลืออยู่ในเขตพื้นที่แก่งเสือเต้น จ.แพร่ และเขตอุตรดิตถ์ เนื่องจากเป็นป่าสักที่เพิ่งสำรวจเจอครั้งนี้เป็นป่าสักธรรมชาติผืนใหญ่กว่า 3 หมื่นไร่ อยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าลุ่มน้ำปาย จ.แม่ฮ่องสอน เบื้องต้นคาดว่าน่าจะมีอายุประมาณ 100 ปีขึ้นไป โดยสามารถประเมินจากความสูงของเรือนยอดไม้ที่สูงกว่า 30-40 เมตร และมีลำต้นใหญ่ขนาด 4 คนโอบ คาดว่าน่าจะหลงเหลือจากการทำสัมปทานไม้ของบริษัทบอมเบย์ เบอร์ม่า และบริษัทบริดีสบอร์เนียว จากประเทศพม่า เมื่อช่วง 100 ปี
การค้นพบแหล่งไม้สักดังกล่าว ถือเป็นเรื่องบังเอิญที่พบในระหว่างการขึ้นบินตรวจสภาพพื้นที่ป่าในเขตภาคเหนือด้วยเฮลิคอปเตอร์ จึงมอบหมายให้นายนพดล พฤกษะวัน ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์ทรัพยากร ลงพื้นที่สำรวจข้อมูล เมื่อช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา และได้รับรายงานว่าเป็นป่าสักที่มีความสมบูรณ์จริง จึงรายงานให้นายสุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรับทราบ
นายเกษมสันต์กล่าวด้วยว่า เตรียมเสนอให้ขึ้นทะเบียนเป็นพื้นที่สงวน เพราะถือว่าเป็นแหล่งไม้สักที่เติบโตเองตามธรรมชาติ ไม่ใช่ป่าที่เกิดจากการปลูกเหมาะกับการเป็นแหล่งเรียนรู้ของทั้งคณะนักศึกษาด้านป่าไม้ และคนภายนอก โดยจะหารือกับอาจารย์คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) เพื่อเตรียมเข้าไปสำรวจชนิดพันธุ์ไม้สักอีกครั้งหนึ่ง
ส่วนนายนพดลกล่าวว่า จากการเข้าตรวจสอบของส่วนวิจัยพืชและสัตว์ป่าหายาก พบว่า ไม้สักที่ลุ่มน้ำปายพื้นที่ 3หมื่นไร่เป็นแหล่งไม้สักที่มีลักษณะเด่นกว่าไม้สักในแหล่งอื่นในเขตภาคเหนือ โดยเทียบจากข้อมูลของทางสหภาพสากลว่าด้วยการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ไอยูซีเอ็น) มีการทำบันทึกว่าไม้สักจะขึ้นที่ความสูงราว 300-800 เมตรจากระดับน้ำทะเลเท่านั้น แต่จากการตรวจไม้สักผืนนี้กลับพบมีไม้สักขึ้นได้สูงถึง 1,200 เมตรจากระดับน้ำทะเล โดยในป่าแถบนี้จะมีไม้สักกับไม้แดงขึ้นปะปนกันอยู่ในระดับที่สม่ำเสมอ และหนาแน่น
“จากการตรวจสอบในป่ายังเจอตอไม้สักอายุประมาณ 300 ปี ที่หลงเหลืออยู่จากการทำไม้ในอดีตสมัยรัชกาลที่ 6 ส่วนไม้สักที่ขึ้นหนาแน่นจะเป็นป่ารุ่นลูก อายุประมาณ 100 ปีขึ้นไป ซึ่งมีลักษณะการขึ้นแบบสม่ำเสมอ และอัตราการเจริญเติบโตเฉลี่ยประมาณ 3 ซม.ต่อปี ลำต้นสูงตรงเฉลี่ย 38-40 ซม.ขึ้นไป นอกจากนี้คุณสมบัติที่แตกต่างจากไม้สักแห่งอื่นที่ขึ้นในเขต แม่ยม จ.แพร่ จ.น่าน รวมทั้งในอุตรดิตถ์คือ ไม้สักที่ลุ่มน้ำปายจะมีเรือนยอดที่ต่างจากที่อื่นๆ เพราะจะมีกิ่งเฉพาะที่เรือนยอดเท่านั้น” นายนพดลกล่าว