พลิกแฟ้มเหตุขัดแย้งพ่อ-ลูกที่มาของรอยร้าว"เพชร-ไกรสร"

หลังจากเปิดศึกปะทะคารมกันกลางงานรำลึกราชินีเพลงลูกทุ่ง พุ่มพวง ดวงจันทร์ ณ วัดทับกระดาน จ.สุพรรณบุรี เมื่อวันที่ 13 มิถุนายนที่ผ่านมา จนกระทั่งกลายเป็นการขยายผล เป็นข้อขัดแย้งใหญ่โต ระหว่าง ฝ่าย ไกรสร ลีละเมฆินทร์ (แสงอนันต์) สามีพุ่มพวง

 และครอบครัวพุ่มพวง ที่ประกอบด้วย  จันทร์จวง ดวงจันทร์ ดวงใจ ดวงจันทร์ อำนาจ จิตรหาญ กับอีกฝ่ายหนึ่งคือ  พระเพชร หรือ นายสรภพ ลีละเมฆินทร์ กับภรรยา คือ ธิดารัตน์ อรรถรัตน์ และครอบครัวของเธอ

  สาเหตุหลักที่นำไปสู่การแตกหัก  คือ การที่พระเพชรบวชโดยไม่แจ้งให้ทางบิดาและครอบครัวของแม่แท้ๆ ทราบ และมีการระดมทุนจากประชาชนเพื่อปั้นหุ่นขี้ผึ้งพุ่มพวง ดวงจันทร์ ซึ่งทางครอบครัวเกรงว่าจะนำไปสู่การแสวงหาผลประโยชน์เกิดขึ้น จึงไม่อนุญาตให้สร้างหุ่น

  ทีมข่าว "คม ชัด ลึก" ขอลำดับเหตุการณ์รอยร้าวของสองพ่อลูก ที่ทั้งคู่มีเรื่องไม่ลงรอยกันจนยากที่จะเยียวยา ให้กลับมามีความสัมพันธ์ดังเดิมได้ ตั้งแต่ปลายปี 2548

         เริ่มต้นจาก กลางปี  2547  ไกรสร ได้พาลูกชาย คือ เพชร เดินทางกลับมาประเทศไทย หลังจากไปใช้ชีวิตอยู่ที่อเมริกานานกว่า 6 ปี โดยการกลับมาครั้งนี้ สองพ่อลูกได้เดินทางไปร่วมงานครบรอบ 12 ปี การจากไปของพุ่มพวง ที่วัดทับกระดาน และลูกเพชรได้ร้องเพลงโชว์เป็นครั้งแรกต่อหน้าแฟนเพลงนับหมื่นที่มาร่วมงาน หลังจากนั้นสองพ่อลูกได้ออกรายการโทรทัศน์ หลายรายการด้วยภาพที่อบอุ่น น่าประทับใจ

 ไม่นานนักก็มีกระแสข่าว ว่าเพชรถูกทาบทามจากค่ายเพลงยักษ์ใหญ่อย่างจีเอ็มเอ็มแกรมมี่ ให้ไปคุย โดยได้เข้าไปพูดคุยกับทีมงานผลิตเพลงและผ่านขั้นตอนการเทสต์เสียงแล้ว แต่เรื่องก็เงียบหายไป ไม่มีวี่แววว่าจะได้เซ็นสัญญา ซึ่งไกรสรเห็นว่าหากค่ายใหญ่ต้องการให้เพชรเข้าไปเป็นศิลปินในค่ายจริง ก็คงมีความเคลื่อนไหวออกมาบ้างแล้ว แต่เมื่อเขาโทรศัพท์ไปสอบถามก็ได้รับคำตอบเหมือนเดิม ว่าผู้ใหญ่กำลังพิจารณา
   
         ในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2547 ไกรสรจึงตัดสินใจโทรไปคุยกับ "แหม่ม" พัชริดา วัฒนา เจ้าหน้าที่บริหารอาวุโส ฝ่ายพัฒนาศิลปิน ของอาร์เอสโปรโมชั่น เพื่อเป็นอีกทางเลือกให้ลูกชาย ปรากฏว่าค่ายอาร์เอสสนใจ ให้เข้าไปคุยกับทางผู้ใหญ่ทันที โดยขั้นตอนการเทสต์เสียงต่างๆ เป็นไปอย่างรวดเร็ว และกำลังจะมีการเซ็นสัญญากันในเร็วๆ นี้ ซึ่งระหว่างนั้นทั้งสองพ่อลูกก็ใช้ชีวิตอยู่ที่ จ.เชียงใหม่และแวะเวียนมากรุงเทพฯ บ้างเป็นบางครั้งเมื่อมีงาน และน้องเพชรกับพ่อเริ่มรับงานร้องเพลงกันบ้างแล้วประปราย

 เดือนธันวาคม พ.ศ. 2548 ไกรสร แสงอนันต์ ออกมาให้ข่าวแก่สื่อมวลชน ว่าน้องเพชรในวัย  18 ปี ได้หนีออกจากบ้านตามผู้หญิง ชื่อ น้ำอ้อย หรือ ธิดารัตน์ อรรถรัตน์ เพื่อนสาววัย 25 ปี ที่รู้จักกันทางอินเทอร์เน็ตไปตั้งแต่วันที่ 14 ธันวาคม และยังไม่ยอมกลับบ้าน โดยหลังจากหนีออกจากบ้านมาในช่วงแรก น้องเพชร ได้มาอาศัยอยู่กับจันทร์จวง  ผู้เป็นน้าสาวในช่วงเวลาสั้นๆ ก่อนที่จะย้ายไปอยู่กับครอบครัวของน้ำอ้อย ผู้เป็นภรรยาในปัจจุบัน

 ช่วงนั้นสองพ่อลูกได้พูดคุยกันทางโทรศัพท์ ซึ่งน้องเพชรยืนยันว่าจะไม่กลับไปอยู่กับพ่ออีก เพราะไม่พอใจที่พ่อต่อว่าเพื่อนสาวผ่านสื่อมวลชน โดยเพชรกล่าวว่า เพื่อนสาวของเขาไม่ได้เป็นอย่างที่ถูกกล่าวหา

 เมื่อข่าวดังกล่าวแพร่สะพัดออกไป ทีมงาน "คม ชัด ลึก" ได้เดินทางไปสอบถามข้อเท็จจริงดังกล่าว ที่คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งย่านถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพฯ โดยน้ำอ้อยยืนยัน ว่ามีความสัมพันธ์แค่เป็นพี่สาวของเพชรเท่านั้น และไม่เคยยุยงให้เพชรหนีออกจากบ้าน แต่ยอมรับว่าเพชรเคยขอความช่วยเหลือขณะหนีออกจากบ้าน

 ขณะเดียวกัน เพชรได้รับความช่วยเหลือจาก วิทวัส สุนทรวิเนตร์ ให้ประสานงานในการพูดคุยกับค่ายแกรมมี่โกลด์ ทำผลงานเพลงออกมาในอัลบั้ม "เพลงของแม่" จนสำเร็จเมื่อปี 2550 แต่เพลงไม่ได้รับการตอบรับที่ดีเท่าที่ควร แต่ทำให้เพชรได้มีงานเดินสายคอนเสิร์ต และงานร้องเพลงอื่นๆ บ้างพอประปราย จนกระทั่งหมดสัญญาลง และทางค่ายแกรมมี่โกลด์ไม่ได้ต่อสัญญาให้อีก ทำให้เพชรกลายเป็นนักร้องอิสระ โดยมีภรรยาดูแลงานแทนค่ายเพลง

            ระหว่างนั้น ไกรสร กับเพชรและลูกสะใภ้ ก็ได้ออกมาให้ข่าวโต้กันไปอยู่หลายครั้ง  จนกระทั่งเดือนกรกฎาคม 2551 รายการ "ตี 10" ได้เชิญไกรสรกับเพชร มาออกรายการเผยถึงสาเหตุของการหนีออกจากบ้าน และต้องการประสานรอยร้าวของพ่อกับลูก ซึ่งเพชรบอกถึงเหตุผลของการหนีออกจากบ้านว่า ทนไม่ไหวเกี่ยวกับการเลี้ยงดูของพ่อ  และการที่พ่อไม่ยอมรับในตัวภรรยาของเขา ซึ่งการออกรายการครั้งนั้น แม้ภาพดูเหมือนจะออกมาในลักษณะของความเข้าใจกันของทั้งสองฝ่าย แต่หลังฉากแล้วยังมีรอยร้าวเหมือนเดิม โดยไม่น่าจะกลับมาประสานได้อย่างเก่า แต่ไกรสรผู้เป็นพ่อ เผยว่า สบายใจขึ้น ที่ได้คุยปัญหาแบบเผชิญหน้ากัน และดูเหมือนว่า พ่อจะยอมรับในการตัดสินใจของลูกชายและปลงตกกับเรื่องที่เกิดขึ้น
สาเหตุที่สำคัญส่วนหนึ่ง ที่เพชรไม่ไยดีกับพ่อไกรสรเลยนั้น ส่วนหนึ่งน่าจะอยู่ที่ความฝังใจกับการที่เพชรเชื่อว่าผู้เป็นพ่อเป็นต้นเหตุให้แม่เสียชีวิต โดยเพชรได้รับรู้มาจากเทปลับที่พุ่มพวงอัดเสียงไว้ก่อนตาย โดยทางน้าสาวนำมาเปิดให้ฟัง

 เมื่อต้นเดือนมิถุนายน ที่ผ่านมา เพชร ได้เดินทางไปตามสื่อต่างๆ เพื่อบอกข่าวว่าเขาจะบวชทดแทนบุญคุณมารดา ในวันที่ 1 มิถุนายน ณ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร หรือวัดใหญ่ จ.พิษณุโลก ซึ่งเป็นสถานที่สุดท้ายที่พุ่มพวงเดินทางไปก่อนจบชีวิต ขณะก้มลงกราบพระ
  
        การบวชในครั้งนี้ เกิดขึ้นท่ามกลางความแปลกใจของสังคมถึงการบวชแบบสายฟ้าแลบ โดยไม่มีผู้เป็นพ่อเข้าร่วมงาน รวมไปถึงไม่มีการเชิญผู้ที่อยู่ในครอบครัวของแม่ และพ่อแท้ๆ มาร่วมงาน  และมีการประกาศว่าจะรับเงินบริจาค จากประชาชนแฟนเพลงเพื่อนำเงินไปสร้างหุ่นขี้ผึ้ง  เหตุการณ์เริ่มคุกรุ่นขึ้นอีก เมื่อไกรสร และยายเล็ก จิตรหาญ รวมทั้งบรรดาญาติฝ่ายพุ่มพวงออกมาบอก ว่าไม่ทราบเรื่องว่าเพชรจะบวช เพราะเพชรไม่ได้ติดต่อมาเลย  ซึ่งเพชรอ้างว่า ได้โทรศัพท์ไปบอกแล้ว

  จนกระทั่งถึงวันครบรอบ 17 ปี การจากไปของพุ่มพวง ดวงจันทร์ ทั้งไกรสรและญาติฝ่ายพุ่มพวงก็เดินทางมาที่วัดทับกระดาน เพื่อทำบุญให้พุ่มพวงตามประเพณี และต้องการมาพูดคุยกับอีกฝ่ายหนึ่งอย่างเป็นการส่วนตัว เพื่อหาข้อยุติในการสร้างหุ่นพุ่มพวงตัวใหม่  แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่สามารถตกลงกันได้ จนกลายเป็นภาพโต้เถียงกันระหว่างพระเพชรกับฆราวาส และกลายเป็นกรณีขัดแย้งอย่างรุนแรงอยู่ในเวลานี้