ปิดบัญชี"แพ้ไม่ได้"

ดุเดือดขึ้นทุกขณะ สำหรับศึกเลือกตั้งซ่อม ส.ส. สกลนครเขต 3 ที่จะมีขึ้นในวันที่ 21 มิ.ย. และเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ศรีสะเกษ เขต 1 วันที่ 28 มิถุนายนนี้

 กลายเป็น "ศึกศักดิ์ศรี" วัดบารมีของอดีตคนเคยรัก ระหว่าง ทักษิณ ชินวัตร กับ เนวิน ชิดชอบ อดีตมือขวาที่แปรพักตร์มาวัดบารมีนาย  เพราะงานนี้ไม่ใช่เพียงจุดโฟกัสสำคัญที่จะสะท้อนเรตติ้งของ พรรคเพื่อไทยและค่ายภูมิใจไทยพร้อมๆ กับส่งผลทางจิตวิทยาเท่านั้น

     โดยเฉพาะการเลือกตั้งที่ จ.สกลนคร พื้นที่เดิมของ “พงษ์ศักดิ์ บุญศล” อดีตส.ส.สกลนคร พรรคพลังประชาชน จากพรรคเพื่อไทยที่ถูกกกต.ให้ใบแดง
     คราวนี้ ค่ายเพื่อไทยส่ง ”อนุรักษ์ บุญศล” ภรรยาพงษ์ศักดิ์ มาทวงเก้าอี้คืนให้สามี โดยมีคู่แข่งที่สูสีเบียดกันคือ “พิทักษ์ จันทรศรี“ จากพรรคภูมิใจไทย
     กลายเป็น "สงครามตัวแทน" ที่ทั้งสองขั้วจะขบเหลี่ยม วัดพลัง ช่วงชิงพื้นที่พร้อมๆ กับชี้ชะตาของทั้ง 2 พรรค
     เพราะหากเพื่อไทยเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ แน่นอนว่าจะกระทบต่อการเลือกตั้งของพรรคในอนาคต โดยเฉพาะอาจทำให้ส.ส.ของพรรคเกิดอาการขวัญเสีย ไหลออกจากพรรค
     ท่ามกลางกระแสดูดข้ามพรรค ตามที่ส.ส.ค่ายเพื่อไทยหลายคน อาทิ พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย, สุชาติ ลายน้ำเงิน, ไพจิต ศรีวรขาน ออกมายอมรับว่า มีส.ส.พรรคเพื่อไทยประมาณ 10-20 คน ถูกทาบทามให้ย้ายไปอยู่กับพรรคภูมิใจไทย
     ซึ่งหากผลการเลือกตั้งซ่อมรอบนี้ เพื่อไทยเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ก็อาจทำให้ส.ส.กลุ่มนี้ตัดสินใจย้ายไปภูมิใจไทยทันที
     ยังไม่นับเสถียรภาพของพรรคในอนาคตที่อาจส่งผลให้ยอดผู้สมัครของพรรคที่ได้รับเลือกลดจำนวนลง
     ปิดประตูที่จะพลิกกลับมาเป็นรัฐบาล ตามเป้าที่ "ทักษิณ" วางเอาไว้
     เมื่อหันไปดูความเคลื่อนไหว ระดับหัวหอกในค่ายเพื่อไทยยามนี้ ที่ต่างเก็บอาการ ถูกหยามศักดิ์ศรี
     เพราะไม่เพียงแค่ถูกแย่งพื้นที่ แต่ "เนวิน” ยังจงใจ ชูนโยบายประชานิยมหลายๆ โครงการ ที่ถอดแบบมาจากนโยบายของไทยรักไทยและพลังประชาชนทั้งสิ้น
     โดยเฉพาะคนอย่าง "ทักษิณ” ย่อมอ่าน “เนวิน” ออกว่าเป้าหมายที่แท้จริงของเขามองไกลไปถึงการได้ครอบครอง "เก้าอี้นายกฯ” คนต่อไปมากกว่า
     สอดคล้องกับรายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทยว่า “ทักษิณ” ต่อสายตรงมายัง แกนนำสายตรงชินวัตร ไม่ว่าจะเป็น สมชาย-เยาวภา วงศ์สวัสดิ์, ยิ่งลักษณ์ และ พายัพ ชินวัตร ในฐานะประธาน ส.ส. อีสาน พรรคเพื่อไทย
     โดยยื่นคำขาด "สู้เท่าไหร่เท่ากัน แต่ห้ามแพ้"
     ก่อนให้ทีมยุทธศาสตร์ และฝ่ายการเมือง พรรคเพื่อไทย ปฏิบัติตามคำสั่งนายใหญ่ ด้วยการจัด ”ทัพหลวง” ลงหาเสียง โดยมี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย เป็นหัวหน้าทีม
     พ่วงทีมขุนพลส.ส. หัวคะแนน ไล่ตั้งแต่ จตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน และ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำกลุ่ม นปช. ร่วมปราศรัยหาเสียงด้วย
     ซุ่มลงพื้นที่ตั้งแต่ต้นเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา และต่อเนื่องไปจนถึง ศึกเลือกตั้งซ่อม จ.ศรีสะเกษ ที่ส่งผู้สมัครจำนวน 6 คน ได้แก่
     พรศักดิ์ เจริญประเสริฐ, ปวีณ แซ่จึง, ธเนศ เครือรัตน์, วิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ, ธีระ ไตรสรณกุล และ วีรพล จิตสัมฤทธิ์
     เน้นยุทธศาสตร์ส่งทีมหัวคะแนน ลงเจาะฐานเสียง ชูนโยบายขายฝันสูตรสำเร็จ
     พร้อมตอกย้ำสโลแกน “รักทักษิณจริง ต้องเลือกส.ส.เพื่อไทย” เท่านั้น
     ก่อนเตรียมทุ่มกระสุนดินดำบลัฟกลับอีกเท่าตัว เพื่อรักษาฐานจัดตั้งเดิมให้เหนียวแน่น
     ขณะเดียวกันก็ใช้วิธี "รบแบบกองโจร" เดินสายหาเสียงแบบเงียบๆ ไม่เอิกเกริก ระมัดระวังทุกก้าวย่าง เพื่อไม่ให้มีช่องโหว่ จนทำให้ถูกกกต.เล่นงานแบบปลาตายน้ำตื้น
     ขณะที่เกมการเมืองในกระแส ก็ส่งทีมโฆษกโจมตีด้วยการเปิดประเด็นมีความพยายามให้อำนาจรัฐเข้ามาแทรกแซง
     ไม่นับรวม "กระสุนดินดำ" ที่ไหลผ่านผู้นำชุมชนและแกนนำหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ อีกจำนวนมหาศาล
     โดยให้ข้าราชการฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ลงพื้นที่ชักจูงประชาชน แจกคำร้องขอลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้า พร้อมกับระดมแกนนำหมู่บ้านไปประชุม
     ไม่นับข้อมูลเรื่อง “แก๊งออฟโฟร์ ยุค 2009” และโครงการเช่ารถเมล์เอ็นจีวี 4,000 คัน รวมถึงงบประมาณของกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น
     กระทรวงมหาดไทย กรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม หรือแม้แต่โครงการขยายสนามบินสุวรรณภูมิ เฟส 2
     เปิดเกมรุกสกัดคู่แข่งกันทุกจุด หวังตอกฝาโลงไม่ให้ผุดให้เกิด พร้อมๆ กับชำระบัญชีแค้นไปในตัว !
     
     ณยา ใจกาวัง