เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. ดร.สุเมธ แย้มนุ่น เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา(กกอ.) เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีรับน้องรุ่นแรงของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล(มทร.)ตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย ภายหลังคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงระบุว่าเหตุการณ์รับน้องที่เกิดขึ้นมีความไม่เหมาะสมจริง เช่น ได้มีการสั่งให้รุ่นน้องกินพริก ใช้วาจาขู่เข็ญบังคับ ทำร้ายร่างกาย สั่งให้เดินไปมุมห้องถอดกางเกงใช้ไฟเผาขนเพชรและพ่นสเปรย์อวัยวะเพศตลอดจนใช้อาวุธปืนข่มขู่ ว่า เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. ตนได้ลงนามในหนังสือคำสั่งเพื่อขอให้อธิการบดีดำเนินการสอบข้อเท็จจริงโดยเร็วที่สุด ทั้งในส่วนของผู้บริหารสถาบันทั้ง 5 รายได้แก่ รองอธิการบดี คณบดี หัวหน้าภาควิชา อาจารย์ฝ่ายกิจการนักศึกษา นอกจากนั้นในส่วนของนักศึกษาเองได้สั่งการให้ไปสืบสวนหาผู้ทำความผิดโดยให้ดูตามสถานภาพความผิด
เลขาธิการกกอ.กล่าวอีกว่า ส่วนจะนำเรื่องนี้ส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนหรือไม่นั้นถือเป็นอำนาจหน้าที่ของสถาบันในการตัดสินใจ ทั้งนี้ อยากทำความเข้าใจว่าพื้นฐานของเรื่องนี้เป็นเรื่องของวินัยยังไม่ใช้เรื่องทางอาญา สำหรับตัวอธิการบดีเองนั้น จากการสอบสวนยังไม่พบมูลความผิดที่เกี่ยวข้องและหากพบก็จะเป็นหน้าที่ของสภามหาวิทยาลัยเป็นผู้ตัดสิน ทั้งนี้ สำหรับการเปิดรับเรื่องร้องเรียนที่ศูนย์เฉพาะกิจช่วยเหลือนักศึกษาปี 1 หรือเว็บไซต์ของสกอ.นั้นขณะนี้ยังไม่มีเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับกรณีรับน้องรุนแรงเข้ามาเพิ่ม
รองอธิการบดีอุเทนถวายฯชี้สอบวินัยให้ขึ้นอยู่กับอธิการบดี
นายสืบพงษ์ ม่วงชู รักษาการรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล(มทร.)ตะวันออกวิทยาเขตอุเทนถวาย กล่าวว่า ตนและนายสมพงษ์ ชีไธสง คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์และสถาปัตยกรรมศาสตร์ได้เข้าไปให้ข้อมูลกับคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงแล้วเมื่อวันที่ 10 มิ.ย.ที่ผ่านมา ส่วนกรณีที่สกอ.มีคำสั่งให้อธิการบดีดำเนินการสอบวินัยผู้บริหารอุเทนถวายทั้ง 5 คนนั้น คงต้องขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของผู้บังคับบัญชา
"ขณะนี้มีนักเรียนที่ยื่นความจำนงขอลาออกได้ขอกลับเข้ามาเรียนจำนวน 1 ราย และเมื่อวันที่ 11 มิ.ย.นักเรียนคนได้กล่าวก็ได้กลับเข้ามาเรียนเรียบร้อยแล้ว ส่วนการสอบสวนนักศึกษาที่ทำความผิดนั้นยังไม่ใครมารายงานตัว แต่หวังว่าผู้ปกครองและนักศึกษาที่เสียหายจะยอมชี้ตัวรุ่นพี่ที่ทำผิดเพื่อดำเนินการลงโทษต่อไป"นายสืบพงษ์ กล่าว