เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน นายศุภชัย ใจสมุทร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะโฆษกพรรคภูมิใจไทย ได้ออกมาเเถลงตอบโต้นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กรณีกล่าวพาดพิงพรรคภูมิใจไทยตั้งแต่วันที่ 6-8 มิถุนายน เกี่ยวกับการเลือกตั้งซ่อม จ.สกลนคร เขต 3 เพราะพื้นที่นั้นมีผู้สมัคร ส.ส.ลงสมัครเลือกตั้ง 2 คน โดยมาจากพรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทย เเละนายพร้อมพงศ์ได้แถลงข่าวใส่ร้ายพรรคภูมิใจไทย
"การกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำความผิด โดยนายพร้อมพงศ์เป็นกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย ดังนั้น พรรคภูมิใจไทยได้ส่งผมให้เป็นตัวแทนพรรคไปยื่นเรื่องร้องเรียนต่อ กกต.เพื่อให้ถอนสิทธิเลือกตั้งนางอนุรักษ์ บุญศล ผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อม ส.ส.สกลนคร เขต 3 พรรคเพื่อไทย โดยในการยื่นเรื่องร้องเรียนในครั้งนี้ เพื่อเสนอให้ กกต.เสนอคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้ยุบพรรคเพื่อไทย และมีคำสั่งเพิกถอนสิทธิการเลือกตั้งของหัวหน้าพรรคเพื่อไทยและกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยทุกคน" นายศุภชัยกล่าว
นายศุภชัยกล่าวอีกว่า เรื่องนี้เรามีหลักฐานชัดเจนถึงการใส่ร้ายด้วยข้อความที่เป็นเท็จ ซึ่งเป็นการกระทำผิดที่ชัดเจน ซึ่งกรณีนี้เคยมีการถอนสิทธิการเลือกตั้งมาแล้ว โดยพรรคมีหลักฐานและพยานที่ชัดเจน ทั้งซีดีที่บันทึกข้อความที่ระบุได้ชัดเจน การที่นายพร้อมพงศ์กล่าวหาว่าพรรคภูมิใจไทยแจกเงินให้กำนัน 1 หมื่นบาท ผู้ใหญ่บ้านและอบต.คนละ 5,000 บาท
จวกตั้งแก๊งออฟโฟร์"เรื่องเพ้อเจ้อ"
เมื่อถามว่า นายศักดา คงเพชร ส.ส.พรรคเพื่อไทย ตั้งฉายาให้นายเนวิน ชิดชอบ ว่าเป็นแก๊งออฟโฟร์ 2009 นายศุภชัยกล่าวว่า ตอบไม่ได้ แต่เข้าใจว่านายศักดาเป็นคนพูดจาเพ้อเจ้อตามปกติ ซึ่งสิ่งที่นายศักดาควรที่จะเข้าไปศึกษาพิจารณาทบทวนคือ วันนี้สมาชิกพรรคเพื่อไทยไม่ควรที่จะแสดงความคิดเห็นนอกจากเรื่องของพรรค เพราะวันนี้ปัญหาในพรรคยังมีความวุ่นวายอยู่
“หัวหน้าพรรคก็ไม่รู้ว่าเป็นใคร ดูๆ แล้วก็เป็นพรรคที่มีคนเขาพูดกันว่าเป็นพรรคผีหัวขาด ถ้างั้นไปว่ากล่าวกันในเรื่องบ้านตัวเองก่อนดีกว่า ก่อนว่าเรื่องคนอื่น ตอนนี้อาการเหมือนกับว่ารู้ทุกเรื่อง ยกเว้นเรื่องตัวเอง ดังนั้นนายศักดาควรอยู่เงียบๆ เจียมเนื้อเจียมตัว ออกมาแต่ละทีหัวหน้าก็ตายหมดทุกครั้ง ขอให้รูดซิปปากเอาไว้เถอะ” นายศักดากล่าว
โฆษกพรรคภูมิใจไทยกล่าวถึงกระเเสข่าวว่า ส.ส.บางคนในพรรคไม่พอใจบทบาทของนายเนวิน ที่ไปสั่งการในการลงพื้นที่ จ.สกลนคร เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ว่า ส.ส.ของพรรคทุกคน รู้กำหนดการล่วงหน้าเเล้ว เเละทุกคนก็ปฏิบัติตามตารางที่พรรควางไว้อย่างมีความสุข ไม่มีใครบ่นอะไรเลย ฉะนั้นข่าวที่ออกมาเเบบนี้ ควรที่จะระบุด้วยว่า ส.ส.คนใดของพรรคไม่พอใจ
กกต.ตั้งอนุกก.สอบ"ชวรัตน์"แจกเงิน
นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ กกต. แถลงว่าที่ประชุม กกต.มีมติให้ตั้งอนุกรรมการสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีที่นายพิชา วิจิตรศิลป์ ประธานชมรมกฎหมายภิวัฒน์และเครือข่าย ยื่นให้ กกต.ตรวจสอบกรณีที่พรรคภูมิใจไทยจัดงานสัมมนาพรรคใน จ.สกลนคร ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการประกาศ พ.ร.ฎ.การเลือกตั้ง และกรณีที่นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิไทยแจกเงินให้แก่ประชาชนในพื้นที่ โดยการตรวจสอบจะต้องแล้วเสร็จในเวลา 10 วัน
ส่วนกรณีที่นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ยื่นคำร้องขอให้ กกต.ควบคุมการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.สกลนคร เขต 3 เป็นไปโดยสุจริต โดยยื่นคำร้อง 4 ข้อนั้น กกต.เห็นว่า สามารถดำเนินการตามคำขอได้เพียง 3 ข้อ ทั้งการดำเนินการติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิดในอาคารสถานที่การจัดเก็บหีบบัตรลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมตั้งคณะกรรมการดูแลรักษาหีบบัตรเลือกตั้งล่วงหน้า และเข้มงวดบุคคลที่มาขอใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้า สำหรับข้อเรียกร้องที่ขอให้จัดการเลือกตั้งล่วงหน้าเพียง 1 วัน ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากมีการประกาศ พ.ร.ฎ.เลือกตั้งไปแล้ว อีกทั้งก่อนหน้านี้การเลือกตั้งล่วงหน้า กกต.ก็มีแนวปฏิบัติให้กำหนดวันเลือกตั้งโดยใช้เวลา 2 วัน หากมีการเปลี่ยนแปลง กกต.อาจถูกมองว่า 2 มาตรฐาน
ขู่ภูมิใจไทยผิดจริงถึงยุบพรรค
เลขาธิการ กกต.กล่าวถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยให้ กกต.ตรวจสอบพรรคภูมิใจไทยที่อาจกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง จากกรณีที่ไปจัดสัมมนาที่ จ.สกลนคร ว่าหากตั้งอนุกรรมการจะต้องดูว่ามีการใช้อำนาจหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อให้คุณให้โทษแก่ผู้สมัครรับเลือกตั้งรายใดหรือไม่ และการไปจัดสัมมนาของพรรคภูมิใจไทยเป็นการหาเสียงหรือไม่ อีกทั้งยังมีกรณีที่อดีตกรรมการบริหารพรรคถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมาเกี่ยวข้องซึ่งต้องดูว่าฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้งหรือไม่ แต่กรณีนี้ด้านสืบสวนสอบสวนจะทำความเห็นขึ้นมาที่ กกต.ว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป
"ส่วนกรณีที่หัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยมาช่วยหาเสียงนั้นไม่ถือว่าผิด เพราะกรรมการบริหารพรรคต้องช่วยหาเสียง แต่การหาเสียงโดยใช้ตำแหน่งหน้าที่เป็นรัฐมนตรีมันอาจขัดกฎหมายได้ เพราะเจ้าหน้าที่ของรัฐต้องไม่ใช้ตำแหน่งหน้าที่ให้คุณให้โทษซึ่งต้องดูข้อเท็จจริงก่อน" นายสุทธิพลกล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากผู้สมัครไม่ได้กระทำผิด แต่กรรมการบริหารพรรคมีส่วนกระทำผิด ก็อาจนำไปสู่การยุบพรรคได้หรือไม่ นายสุทธิพลกล่าวว่า เรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องดูที่ผู้สมัครก็ได้ เพราะกฎหมายบอกว่าผู้ใดและทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยสุจริต ซึ่งต้องดูว่ากรรมการบริหารพรรคมีส่วนรู้เห็นหรือไม่
สั่งยุติร้องคนถูกตัดสิทธิร่วมตั้งรัฐบาล
เลขาธิการกกต.แถลงด้วยว่า ที่ประชุม กกต.ได้พิจารณามีมติเสียงข้างมากให้ยุติเรื่องกรณีคำร้องของนายพิชา วิจิตรศิลป์ ประธานชมรมกฎหมายภิวัฒน์และเครือข่าย ที่ขอให้ กกต.ยุบพรรคประชาธิปัตย์ จากกรณีการจัดตั้งรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ ที่ได้รับการสนับสนุนโดยน่าจะมีการขอให้ผู้ที่ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง เช่นนายเนวิน ชิดชอบ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน นายบรรหาร ศิลปอาชา เป็นต้น เป็นการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญและพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ตามความเห็นของคณะอนุกรรมการ เนื่องจากเห็นว่าข้อร้องเรียนของนายพิชา มีสาระในทำนองเดียวกับที่นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ได้ร้องเรียน และกกต.ก็เคยมีความเห็นให้ยุติเรื่องไปแล้วก่อนหน้านี้
พท.ยื่นภาพถ่ายชวรัตน์แจกเงินต่อกกต.
ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย เข้ายื่นหลักฐานเพิ่มเติมต่อ กกต.กรณีพรรคภูมิใจไทยจัดสัมมนาที่ อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร เป็นภาพถ่ายและวีซีดีนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย แจกเงินให้แก่ชาวบ้านในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งอาจเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.และการได้มาซึ่ง ส.ว. พ.ศ. 2550 มาตรา 53 และ 57
เปรียบแก๊งออฟโฟร์"เอดส์พันธุ์ใหม่"
ที่รัฐสภา นายสุชาติ ลายน้ำเงิน ส.ส.ลพบุรี กล่าวถึงกรณีนายศักดา คงเพชร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย ออกมาระบุถึงการตั้งแก๊งออฟโฟร์ 2009 ในรัฐบาล ว่า ทราบข้อมูลมาว่าขณะนี้แก๊งออฟโฟร์ 2009 ฟื้นคืนชีพในรัฐบาลแล้ว โดยแกนนำอยู่ในพรรคภูมิใจไทย เพียงแต่เปลี่ยนบุคคลใหม่จากรัฐบาลสมัยนายสมัคร สุนทรเวช ถ้าเปรียบเทียบเหมือนกับโรคเอดส์สายพันธุ์ใหม่ที่แข็งกว่าเดิม
นายสุชาติกล่าวอีกว่า กรณีที่พรรคภูมิใจไทยพยายามผลักดันโครงการเช่ารถเมล์เอ็นจีวี 4,000 คัน ก็ต้องถามนายเนวินว่า ”ดร.กบ” เป็นใคร เพราะที่ผ่านมาเรามัวแต่สนใจติดตามเรื่องการเช่ารถเมล์เอ็นจีวี ซึ่งขณะนี้พรรคเพื่อไทยกำลังตรวจสอบข้อมูลว่ามีการแอบไปเซ็นสัญญาโครงการสร้างสนามบินสุวรรณภูมิเฟส 2 มูลค่าหลายหมื่นล้านบาท
ระดม 20 ส.ส.ชำแหละพ.ร.ก.กู้เงิน
ด้านนายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ส.ส.แพร่ กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยได้เตรียมทีมอภิปราย พ.ร.ก.กู้เงินและร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน ไว้จำนวน 20 คน โดยจะแบ่งเป็น 5 ประเด็นหลักๆ โดยประเด็นเศรษฐกิจ จะมีนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ส.ส.สัดส่วน อดีต รมว.พาณิชย์ เป็นผู้อภิปรายนำ ส่วนประเด็นการเมือง จะมี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.สัดส่วน ประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย เป็นผู้อภิปรายนำ
"ปิยะพันธ์"ฟ้อง"ชาญชัย"หาเอี่ยวทุจริต
ที่ศาลอาญา เมื่อเวลา 09.45 น. นายปิยะพันธ์ จำปาสุต ประธานคณะกรรมการบริหารองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานคร (ขสมก.) มายื่นฟ้องนายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ ส.ส.ประชาธิปัตย์ และรองประธานกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ สภาผู้แทนราษฎร เป็นจำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่น โดยการโฆษณาสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน ที่ผ่านมา นายชาญชัยได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนทำนองว่า นายปิยะพันธ์มีส่วนร่วมทุจริตโครงการเช่ารถเมล์ปรับอากาศเอ็นจีวีของ ขสมก.จำนวน 4,000 คัน โดยศาลรับคำฟ้องเป็นคดีดำที่ อ.1944/2552 ซึ่งศาลนัดไต่สวนมูลฟ้องในวันที่ 3 สิงหาคมนี้ เวลา 13.30 น.
นายปิยะพันธ์กล่าวว่า ในวันนัดไต่สวนมูลฟ้องจะเดินทางมาเบิกความด้วยตนเอง อย่างไรก็ดีสำหรับการเข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการในโครงการนี้ หากกรรมาธิการต้องการให้เข้าชี้แจงอีก ก็พร้อม จะมีวันว่างในวันจันทร์ช่วงบ่าย วันพุธและวันพฤหัสบดีช่วงเช้า อย่างไรก็ดี สำหรับการยื่นฟ้องคดี หากตนชนะในคดีอาญาแล้ว ก็อาจจะยื่นฟ้องคดีแพ่งเพื่อเรียกค่าเสียหายต่อไป
"ชาญชัย"ลั่นไม่วิตกถูกฟ้อง
ด้านนายชาญชัยให้สัมภาษณ์ว่า ในฐานะที่นายปิยะพันธ์ เป็นประธานบอร์ด ขสมก. ก็ต้องเชิญเข้ามาสอบถามข้อมูลเพื่อหาความจริงเพิ่มเติมต่อเรื่องดังกล่าว ไม่ได้เป็นการกล่าวหา เพราะหน้าที่ของบอร์ดมีอำนาจสูงสุดในการตัดสินใจเรื่องนี้ แต่ก่อนหน้านี้ก็ได้เชิญในส่วนของ ขสมก. มาให้ข้อมูลแล้ว เพราะฉะนั้นเลยไม่กังวลกับเรื่องดังกล่าว เพราะทำไปตามหน้าที่หาความจริง ไม่ได้ฟันธงว่าใครผิดใครถูก
เล็งส่งป.ป.ช.สอบบอร์ดขสมก.
นายชาญชัยกล่าวด้วยว่า ในวันที่ 16 มิถุนายนนี้ คณะกรรมาธิการจะเชิญนายปิยะพันธ์มาชี้แจงข้อกังขาใน 2 ประเด็นสำคัญ คือ บอร์ดรู้เรื่องเกี่ยวกับการปรับลดตัวเลขหรือไม่ หรือรัฐมนตรีทำเอง เพราะขณะนี้กรรมาธิการมีเอกสารที่ระบุว่า มีบุคคลบางคนได้กระทำความผิดสำเร็จแล้ว แม้จะยังไม่มีการเปิดซองประมูลราคาก็ตาม ซึ่งเป็นในส่วนของบอร์ดและเจ้าหน้าที่ ส่วนรัฐมนตรียังสาวไม่ถึง โดยคณะกรรมาธิการจะส่งรายชื่อบุคคลเหล่านี้ไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ภายใน 2 สัปดาห์นี้ แต่ถ้านายปิยะพันธ์ยังไม่มาชี้แจงต่อกรรมาธิการก็ขอให้ไปชี้แจงที่ ป.ป.ช. หรือที่ศาลอาญาเลย
นายชาญชัยกล่าวว่า กรณีที่ ขสมก.จัดทำสื่อสิ่งพิมพ์โฆษณาเช่ารถเมล์เอ็นจีวีทางสื่อสิ่งพิมพ์นั้น บอร์ด ขสมก.จะปัดความรับผิดชอบเรื่องนี้ไม่ได้เช่นกัน เพราะไม่มีการทำข้อตกลงตามระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุของทางราชการ แต่เป็นการสั่งด้วยวาจาเพื่อให้เอเยนซี่ไปดำเนินการเลย ทราบมาว่าใช้เงินภาษีของประชาชนประมาณ 2.8 ล้านบาท
สภาพัฒน์หนุนทำประชาพิจารณ์รถเมล์
นายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ เปิดเผยความคืบหน้าการพิจารณาโครงการรถเมล์เอ็นจีวีจำนวน 4,000 คัน โดยระบุว่า คณะกรรมการสภาพัฒน์มีมติให้ทำหนังสือถึงปลัดกระทรวงคมนาคม เพื่อให้เข้าชี้แจงโครงการเช่ารถเมล์ต่อคณะกรรมการภายใน 10 วัน ส่วนการที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ติดป้ายประชาสัมพันธ์โครงการเช่ารถเมล์เอ็นจีวี 4,000 คัน ทั่วกรุงเทพมหานคร ไม่ถือเป็นการกดดันการทำงานของคณะกรรมการสภาพัฒน์
นายอำพนกล่าวถึงกรณีที่กระทรวงคมนาคมเตรียมเปิดเวทีสาธารณะรับฟังความคิดเห็นประชาชนนั้น มองว่าเป็นเรื่องที่ดี ซึ่งคณะกรรมการจะนำความเห็นทั้งหมดมาพิจารณา พร้อมเปรียบเทียบตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกัน
"กรณ์"ไม่หวั่น ภท.รุกหาเสียงคนกรุง
นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง ในฐานะรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดูแลพื้นที่กทม. กล่าวถึงกรณีที่พรรคภูมิใจไทยขึ้นป้ายคัตเอาท์ชี้แจงโครงการเช่ารถเมล์ เอ็นจีวี 4,000 คัน ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าเป็นการรุกพื้นที่เพื่อหาเสียงกับคนกทม.ว่า ส่วนตัวเห็นว่าทุกพรรคการเมืองมีสิทธิที่จะหาเสียง คนกทม.มีวิจารณญาณที่จะเลือกสิ่งที่เขาคิดว่าดีที่สุด เลือกพรรคที่อยากให้มาเป็นรัฐบาลที่จะทำประโยชน์ให้แก่เขาได้ในระดับชาติ และยังเชื่อมั่นว่าการยอมรับบทบาทของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ยังสูงอยู่ในมุมมองของคน กทม. รวมทั้งยอมรับบทบาทของพรรคประชาธิปัตย์ด้วย ดังนั้น ตราบใดที่เรายังคงรักษาศรัทธาของคน กทม.ไว้ได้ โดยเฉพาะการทำงานของทั้งนายกรัฐมนตรีและมาตรฐานของพรรคที่ต่อเนื่องอย่างที่เป็นอยู่ก็เชื่อว่ายังได้รับการยอมรับ
อัยการเลื่อนสั่งคดีฟ้องแม้ว-นปช.
ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถ.รัชดาภิเษก วันนี้(10 มิ.ย.) นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย นายอดิศร เพียงเกษ อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง และนายชินวัฒน์ หาบุญพาด แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ผู้ต้องหาคดีร่วมกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นายวีระ มุสิกพงศ์ แกนนำ นปช. กับพวกรวม 14 คน ชุมนุมก่อความวุ่นวายในบ้านเมือง และฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 มั่วสุมกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2552 จนถึงช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา เดินทางมาพร้อมกลุ่มผู้สนับสนุนจำนวนหนึ่ง เข้าพบนายกายสิทธิ์ พิศวงปราการ อธิบดีอัยการฝ่ายคดีอาญา เพื่อฟังคำสั่งคดี
อย่างไรก็ดี อัยการยังไม่สามารถสั่งคดีได้ในช่วงเช้า เนื่องจากต้องรอคำสั่งชี้ขาดของ นายชัยเกษม นิติสิริ อัยการสูงสุด เรื่องการสอบสวนพยานเพิ่มเติมตามที่ผู้ต้องหาร้องขอความเป็นธรรมเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน ที่ผ่านมา
นายกายสิทธิ์กล่าวว่า เหตุที่ต้องรอให้อัยการสูงสุดเป็นผู้ชี้ขาด เนื่องจากคดีนี้มี พ.ต.ท.ทักษิณซึ่งอยู่นอกราชอาณาจักรเป็นผู้ต้องหาด้วย คดีจึงเข้าลักษณะที่อัยการสูงสุดจะเป็นผู้สั่งการ ตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 20 ที่ระบุว่า ถ้าความผิดซึ่งมีโทษตามกฎหมายไทย ได้ทำลงนอกราชอาณาจักรไทย ให้อธิบดีกรมอัยการ หรือผู้รักษาการแทนเป็นพนักงานสอบสวน หรือมอบหมายให้พนักงานสอบสวนคนใดก็ได้
นายกายสิทธิ์กล่าวว่า หลังจากเสนอคำร้องขอความเป็นธรรมในการสั่งคดี ที่แกนนำยื่นเรื่องให้นายชัยเกษมพิจารณาแล้ว ได้มีคำสั่งอนุญาตให้สอบสวนพยานเพิ่มเติมตามที่ผู้ต้องหาร้องขอ โดยอัยการจะสั่งให้พนักงานสอบสวนดำเนินการทันที แต่จะไม่มีพนักงานอัยการลงไปร่วมสอบสวนตามที่ผู้ต้องหาร้องขอ คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1 เดือน ในการรวบรวมพยานหลักฐานในสำนวนเพื่อทำความเห็นและสั่งคดีต่อไป
เคาะกลับไปใช้เขตเดียวเบอร์เดียว
เมื่อเวลา 10.00 น. การประชุมคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่มีนายดิเรก ถึงฝั่ง ส.ว.สรรหา เป็นประธาน มีการพิจารณาประเด็นที่มาของส.ส. โดยที่ประชุมมีความเห็นออกเป็น 2 ฝ่าย กรรมการซีกรัฐบาลต้องการให้ใช้ระบบเลือกตั้งแบบรวมเขตเรียงเบอร์และระบบสัดส่วน ซึ่งเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ 2550 ขณะที่กรรมการฝั่งพรรคเพื่อไทยต้องการให้กลับไปใช้แบบระบบเขตเดียวเบอร์เดียวและระบบบัญชีรายชื่อ ซึ่งเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ 2540
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากที่เปิดโอกาสให้กรรมการได้แสดงความเห็นในประเด็นดังกล่าวกว่า 2 ชั่วโมง นายดิเรกสรุปความเห็นว่า กรรมการส่วนใหญ่ให้น้ำหนักเรื่องที่มาของส.ส.ว่าควรจะเปลี่ยนไปใช้แบบรัฐธรรมนูญปี 2540 คือระบบเลือกตั้งแบบเขตเดียวเบอร์เดียวจำนวน 400 คน และระบบบัญชีรายชื่อ 100 คน แต่ไม่ต้องกำหนดเกณฑ์คะแนนขั้นต่ำ
ม็อบขยะด่านายกฯเอาใจนายทุน
เมื่อเวลา 15.00 น. ที่บริเวณตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล มีตัวแทนจากคณะราษฎร 3 ตำบล (ประกอบด้วย ราษฎรจาก ต.หนองปลาไหล ต.กุดนกเค้า อ.เมืองสระบุรี และ ต.ห้วยแห้ง อ.แก่งคอย) ผู้เดือดร้อนจากบ่อขยะอุตสาหกรรมอันตราย ผู้ป่วยโรคพิษบ่อขยะอันตรายของบริษัทเบตเตอร์ เวิลด์ กรีน จำกัด (มหาชน) จ.สระบุรี ประมาณ 20 คน เข้ามายื่นหนังสือต่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เรียกร้องให้ออกคำสั่งแก้ไขปัญหาและปิดบ่อขยะของบริษัทดังกล่าว เนื่องจากขณะนี้มีประชาชนที่เจ็บป่วยจากสารพิษเริ่มเสียชีวิต และพบว่าประมาณร้อยละ 90 ในพื้นที่มีสารก่อมะเร็งอยู่ในร่างกาย โดยชาวบ้านเชื่อว่าบริษัทดังกล่าวมีความเกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาล
นายอภิสิทธิ์ชี้แจงว่า ติดตามเรื่องนี้มาโดยตลอด อย่างในการประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เมื่อวันที่ 9 มิถุนายนที่ผ่านมา ก็ได้สอบถามในที่ประชุม ซึ่งอธิบดีกรมควบคุมมลพิษรายงานว่าขณะนี้ดำเนินการตรวจสอบเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว และจะส่งรายงานเป็นลายลักษณ์อักษรมาให้เร็วๆ นี้ นอกจากนี้ก็ต้องรอรายงานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงอุตสาหกรรม จากนั้นก็ค่อยมาดูว่าจะดำเนินการอย่างไร เพราะถ้าออกคำสั่งใดคำสั่งหนึ่งไปก่อนแล้วไปผิดเงื่อนไขของกฎหมายแล้วไปร้องเรียนกันที่ศาลปกครองก็จะยิ่งมีปัญหา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แม้นายกรัฐมนตรีจะพยายามชี้แจงและขอให้ตัวแทนชาวบ้านรอนั้น ตัวแทนชาวบ้านก็ยังแสดงความไม่พอใจ โดยครั้งแรกจะไม่ยอมยื่นหนังสือ พร้อมบอกว่านายกฯ รับปากแค่นี้ก็คงไม่ได้เรื่องไม่ได้ราว ขณะนั้นนายกรัฐมนตรีหันหลังกลับเพื่อไปเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการบีโอไอที่ห้องสีเขียว ตัวแทนชาวบ้านจึงยอมยื่นหนังสือ และขอให้นายกรัฐมนตรีเซ็นชื่อว่ารับหนังสือของชาวบ้านแล้ว ซึ่งนายอภิสิทธิ์ก็ยอมทำตาม จากนั้นก็เดินกลับเข้าห้องประชุมทันที ทำให้ตัวแทนชาวบ้านแสดงความไม่พอใจมากขึ้นถึงกับตะโกนต่อว่าอย่างรุนแรง ว่า “นายกรัฐมนตรีทำได้แค่รับหนังสือไม่สามารถสั่งการอะไรได้เลย เป็นถึงผู้นำประเทศแต่ทำอะไรไม่ได้แล้วชาวบ้านจะอยู่กันอย่างไร ชาวบ้านจะตายกันหมดทั้ง 3 ตำบลแล้ว นายกฯ อย่ามัวไปเกรงใจคนอื่นหรือบริษัทเอกชนเลย ขอให้สงสารชาวบ้านบ้าง”
ขู่แจ้งจับนายกฯละเว้นปฏิบัติหน้าที่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตัวแทนชาวบ้านทั้งหมดไม่ยอมออกจากบริเวณห้องโถงของตึกไทยคู่ฟ้า โดยบอกว่าเมื่อไม่ได้รับการแก้ไขก็จะอยู่ที่นี่ จากนั้นก็พากันตะโกนเสียงดังต่อว่านายกรัฐมนตรี ชาวบ้านผู้หญิงรายหนึ่งถึงกับร้องไห้โฮ พร้อมกล่าวว่า นายกฯ รักแต่นายทุนไม่เคยรักประชาชน ไม่รักแผ่นดิน ไม่รักราษฎร ถ้าเพียงแค่รับหนังสือแต่แก้ปัญหาให้ประชาชนไม่ได้ก็ใช้ไม่ได้ ไม่เคยให้ความเป็นธรรมแก่ประชาชน ทั้งที่ชาวบ้านเดือดร้อนมาแล้วถึง 12 ปี มีทั้งคนตายและคนเจ็บจำนวนมาก เป็นเรื่องที่แย่มากๆ เสียใจที่ผู้นำประเทศเป็นเช่นนี้ ให้คำตอบอะไรไม่ได้เลย
สุดท้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำทำเนียบรัฐบาลและตำรวจสันติบาลได้เข้าเจรจาขอให้ตัวแทนชาวบ้านกลับออกไปจากตึกไทยคู่ฟ้า ทำให้เกิดการชุลมุนประมาณ 20 นาที แต่หลังจากได้ให้สัมภาษณ์จนเป็นที่พอใจแล้ว ตัวแทนชาวบ้านจึงยอมออกไปสมทบกับกลุ่มผู้ชุมนุมอีกส่วนหนึ่ง ประมาณ 100 คน ที่รออยู่ด้านนอกรั้วตรงข้ามสำนักงาน ก.พ. ทั้งนี้กลุ่มชาวบ้านยังบอกอีกว่า ถ้านายกฯ ไม่แก้ปัญหาให้แก่ชาวบ้านก็จะใช้อำนาจของความเป็นราษฎรแจ้งความดำเนินคดีกับนายกรัฐมนตรีในข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่