เมื่อเวลา 15.30 น . วันที่ 10 มิถุนายน ที่ห้องประชุมชั้น3 ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ นายอมรพันธุ์ นิมานันท์ ผู้ว่าราชการจ.เชียงใหม่ ได้เรียกประชุมคณะกรรมการจัดงาน " สู่ข้าวเอาขวัญแพนด้าน้อย " ที่จะจัดขึ้นระหว่าง 4 - 6มิถุนายนนี้ หลังจากมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการเป็นทางการ เมื่อวันที่ 9 มิ . ย . ที่ผ่านมา โดยแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 9 ชุด โดยการประชุมดังกล่าวมีหัวหน้าส่วนราชการทุกส่วนในจ.เชียงใหม่เข้าร่วม พร้อมตัวแทนภาคเอกชน หน่วยงานการท่องเที่ยว รวมทั้งตัวแทนจากสวนสัตว์เชียงใหม่เข้าร่วมการประชุม
นายอมรพันธุ์ นิมานันท์ ผู้ว่าราชการ จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า เนื่องจากคณะกรรมการมีเวลาค่อนข้างจำกัด ดังนั้นต้องเร่งสรุปในรายละเอียดเนื้อหางานของแต่ละฝ่าย ทั้งด้านอำนวยการ ฝ่ายกิจกรรม สิทธิประโยชน์การจัดหาทุน การส่งเสริมการท่องเที่ยว ประชาสัมพันธ์รวมทั้งด้านความปลอดภัยและงานจราจรต้องให้มีความชัดเจน โดยจะ มีการประชุมติดตามความคืบหน้าทุกสัปดาห์เพื่อให้ทันต่องานและไม่ติดขัดปัญหาซึ่งขณะนี้ได้มีหลายองค์กรประสานเข้ามาร่วมสนับสนุนแล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างการประชุมผู้ว่าราชการได้เปิดโอกาสให้ส่วนต่าง ๆได้แสดงความเห็น รวมถึงเจ้าดวงเดือน ณ เชียงใหม่ เจ้านายฝ่ายเหนือในฐานะประธานสภาวัฒนธรรมจ.เชียงใหม่ที่มาเข้าร่วมการประชุมด้วย
เจ้าดวงเดือน ณ เชียงใหม่ ประธานสภาวัฒนธรมจ.เชียงใหม่ ได้ให้ความเห็นต่อที่ประชุมว่า มีความห่วงใยในพิธีกรรมที่จะจัดขึ้น เนื่องจากชื่องาน "สู่ข้าวเอาขวัญ"นั้นอยากให้ช่วยการตรองดูว่าไม่มีใครทำกับสัตว์ หากทำจะขัดกับประเพณีหรือไม่ น่าจะเป็นงานเฉลิมฉลองแสดงความปิติยินดีชื่นชมแพนด้าน้อยมากกว่าที่จะเป็นประเพณีหรือพิธี เพราะแพนด้าน้อยถือเป็นผลผลิตแต่คำว่า "สู่ข้าวเอาขวัญ"นั้นน่าจะใช้กับคนมากกว่า ที่สะท้อนออกมาเพราะอยากให้เปลี่ยนชื่อไปเป็น "สู่ข้าวรับขวัญ"จะได้หรือไม่
หลังเจ้าดวงเดือน ได้แสดงความเห็นท้วงติงขึ้นมา ทางผู้ว่าราชการ จ.เชียงใหม่ ได้เปิดโอกาสให้ฝ่ายต่าง ๆรวมทั้งผู้บริหารสวนสัตว์ได้ชี้แจง ซึ่ง นายธนภัทร พงษ์ภมร ผอ.สวนสัตว์เชียงใหม่ กล่าวว่า การใช้ชื่อดังกล่าวก่อนหน้านี้ได้เคยหารือกับทาง ศ.มณี พยอมยงค์ ศิลปินแห่งชาติ มาก่อนหน้านี้แล้ว ซึ่งทาง ศ.มณี ได้ให้ความเห็นว่า น่าจะทำได้ในลักษณะที่คล้ายกับการทำพิธีสู่ขวัญควาย และสู่ขวัญช้าง ที่มีมา ซึ่งการจัด "สู่ข้าวเอาขวัญ" แพนด้าน้อย ที่จะจัดขึ้นนั้นโดยรูปแบบจะไม่มีการผุกข้อมือแต่จะใช้การให้อาหารที่แพนด้าน้อยชอบเพื่อร่วมแสดงความยินดีเท่านั้น
หลังผู้บริหารสวนสัตว์ได้ชี้แจงและมีอีกหลายฝ่ายร่วมแสดงความเห็นในที่ประชุมจึงเห็นร่วมกันว่า งานดังกล่าวจะยังใช้ชื่อเดิมเพราะมีการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ต่อสาธารณไปจนเป็นที่รู้จักแล้ว แต่รูปแบบนั้นจะมีการอธิบายถึงกิจกรรมว่าจะเป็นเพียงงานเฉลิมฉลองรับขวัญและจะไม่ทำให้ขัดกับประเพณีล้านนา โดยผู้ว่าราชการจังหวัด ย้ำว่างานดังกล่าว ต้องมีความโดดเด่นทั้ง 3 วัน 2 คืน เพราะเป้าหมายคือ ต้องการให้คนมาเที่ยวจำนวนมาก และประทับใจพร้อมร่วมแสดงความยินดีโดยไม่ให้ขัดต่อประเพณีที่ดีงามแต่อย่างใด
รายงานข่าวเพิ่มเติมแจ้งว่า ก่อนหน้านี้เมื่อหลายปีที่ผ่านมา เจ้าดวงเดือน ณ เชียงใหม่ เคยแสดงความเห็นคัดค้านการจัดพิธีแต่งงานระหว่างช่วงช่วง และหลินฮุย ของสวนสัตว์เชียงใหม่มาแล้ว จนต้องมีการเปลี่ยนรูปแบบให้เหมาะสม