แย้มหัวอกพ่อไกรสรกับพระเพชร ลูกพุ่มพวง

วันที่ 1 มิถุนายน ที่ผ่านมา "เพชร" สรภพ ลีละเมฆินทร์ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของอดีตราชินีลูกทุ่ง "พุ่มพวง ดวงจันทน์" ได้บวชที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จ.พิษณุโลก สถานที่สุดท้ายที่พุ่มพวงไปสักการะก่อนเสียชีวิตเมื่อ 17 ปีที่แล้ว และได้รับฉายาว่า "สรภโว" แปลว่า เกิดมาเพื่อความแกล้วกล้า

 งานบวชในครั้งนี้ไร้เงาของไกรสร ผู้เป็นพ่อ ที่ยังมีชีวิตอยู่ ซึ่งตามปกติต้องเป็นผู้ที่ส่งไตรครองให้นาคเพื่อถวายพระอุปัชฌาย์ ก่อนที่จะมีการขานนาคตามประเพณีที่สืบต่อกันมา

ไกรสร ลีละเมฆินทร์ เปิดเผยถึงความรู้สึกที่มีต่อบุตรชาย ขณะที่เดินทางเข้ามากรุงเทพฯ เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา (ก่อนจะมีการบวช) โดยมีความหวังว่าลูกชายจะโทรมาชวนไปงานบวช

งานบวชลูกชายจะไปร่วมงานหรือไม่
***วันนี้เราสัมภาษณ์กันเป็นวันที่ 30 พฤษภาคม ผมยังไม่ได้รับรู้เป็นทางการหรือรับเชิญเลย ผมรับทราบจากสื่อมวลชน แฟนเพลง ผมอยากไปครับ แต่ถ้าลูกไม่ต้องการให้ไป ผมก็วางตัวไม่ถูก ผู้ใหญ่หลายท่านบอกว่าควรไป แต่ไม่จำเป็นต้องไปวันที่ 1 แต่ให้ไปหลังจากนั้น ตอนจำวัดจะไปทำบุญตักบาตรให้หลวงลูก

เพชรได้เดินทางมาขอขมาลาบวชกับสื่อมวลชน และได้ไปหาพ่อบ้างหรือไม่
***ไม่ครับ ไม่เป็นไรครับ ความจริงลูกชายบวช ผมอนุโมทนาด้วย อยากให้เขาได้รับพระธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เผื่อบางทีจะได้เรียนรู้ชีวิตอะไรมากขึ้น เรียนรู้ชีวิต รู้สัจธรรม รู้ความกตัญญูรู้คุณมากขึ้น

ภาพที่เห็นในรายการตีสิบ หลังจากนั้นในความเป็นจริงเป็นอย่างไร
***หลังออกรายการตีสิบไป ผมโทรหา 3-4 ครั้ง เขาคงงานยุ่ง ไม่ได้คุยกันเยอะ ค่อยๆ ห่างกัน เขาไม่ได้โทรหาเลย ผมไม่เคยเปลี่ยนเบอร์ตั้งแต่กลับจากอเมริกา ไม่เคยเปลี่ยน ใช้เบอร์เดิม

 รู้สึกอย่างไรที่ไม่ได้ไปร่วมวันบวช
***เสียใจนะครับตั้งแต่ไม่รู้จากปากลูก แต่เขาคงไม่สะดวก คิดว่าเขาโตเมืองนอก คงไม่รู้หลักว่า บวชต้องทำอย่างไร คงมีผู้ใหญ่ฝ่ายที่เขาอยู่ด้วยชี้แนะว่าบวชโดยไม่มีพ่อก็ได้ หรือยังไงไม่ทราบ ผมเสียใจแต่ก็ยินดีด้วย ผมก็อยากจับชายผ้าเหลืองเป็นครั้งแรกของเขา แต่เพื่อความสบายใจของลูกชายก็ยังไงก็ได้ ผมก็รออยู่กรุงเทพฯ ปกติผมอยู่เชียงใหม่ มารอว่าเมื่อไหร่ลูกชายจะโทรมา รอจนนาทีสุดท้าย เมื่อไม่โทรมาก็ทำตัวตัวไม่ถูก ไปแบบไม่ได้รับเชิญไม่รู้จะทำตัวอย่างไร ช่วยสอนผมด้วยว่าจะทำอย่างไร

  ทำไมไม่โทรไปหาลูกเอง แทนที่จะรอเขาโทรมา
***ผมโทรไปหลายครั้งแล้ว หลังจากรายการตีสิบ ดูเหมือนว่าเขามีความสุขกับการอยู่แบบนี้แล้ว ผมก็ห่างๆ ไป ผมก็รอรอ แต่เขาก็ไม่โทรมา ลูกพร้อมเมื่อไหร่ สบายใจเมื่อไหร่ ผมก็พร้อมเสมอ ผมจะไปทำบุญใส่บาตรให้ลูก เวลานั้นท่านเป็นพระแล้ว ต้องรับการใส่บาตรจากผม การที่ลูกชายบวชผมขออนุโมทนา ตื้นตันใจ ถ้าบวชด้วยความบริสุทธ์ใจให้แม่เขา บวชเพื่อศึกษาธรรมะ เขาจะได้เรียนรู้ ได้รู้ว่าในสังคมเมืองไทยเขาต้องทำตัวอย่างไร อะไรก็ตามที่มาใส่สมองเขา เขาจะได้รู้เรื่องความถูกต้อง

วันนี้หลายคนสงสัยว่ายอมรับในตัวลูกสะใภ้หรือยัง
***ถ้าเอาจริงๆ จากใจ ยังมีอะไรตะขิดตะขวงใจอยู่ แต่เพชรเขาโตแล้ว ผมเลี้ยงลูกแบบฝรั่ง โตและเรียนเมืองนอก เขาอายุมากพอแล้วที่จะตัดสินใจเอง ไม่จำเป็นว่าผมต้องชอบ ผมเก็บไว้ในใจ ลูกให้ทำอะไรผมก็ยินดี ผมเคยขอโทษแม่ยายเขากับ ลูกสะใภ้ กลางรายการตีสิบมาแล้ว ไม่ใช่เรื่องศักดิ์ศรีอะไร ถ้าลูกสบายใจ

ยังคิดถึงลูกอยู่ไหม
***ก่อนหน้านั้นมันอึมครึม ไม่ได้คุยกันเลยโดยตรง เราคุยกันหลังกล้องเยอะมาก ผมสบายใจมากๆ จนผ่านรายการไป ผมโทรไป ลูกโทรมาหาน้อยมาก และไม่โทรมาเลย ไม่ได้เสียใจเพราะคุยกันไปแล้ว เมื่อถึงเวลาก็ควรเป็นอย่างนั้น ตอนนั้นที่ผมฟูมฟายเพราะตอนนั้นเขายังไม่พร้อม ผมเตรียมงานให้เขาพร้อมแล้ว แต่เขาไม่ต้องการ แต่เขาไปทำด้วยตนเอง ทุกวันนี้เพชรไม่ได้รับความนิยมเท่าที่ควร เพราะเขาวางตัวไม่ถูกต้องเท่าที่ควรกับญาติๆ แต่ผมไม่ว่าอะไร เขาไปอยู่กับคนหวังดี ประสงค์ร้าย ทำให้สังคมมองว่าเขาจะไม่เจริญตามคุณแม่เขาเท่าที่ควร

ทำไมคิดว่าเขาไปในทางที่ไม่ถูก
***ผมไม่ได้คิดคนเดียว สิ่งสะท้อนกลับมามันไม่ดี เรื่องเก่าๆ ผมจะไม่พูด ถ้าสิ่งที่เขาไปอยู่ด้วย ถ้าสอนดีก็ต้องบอกว่า ถ้าจะบวชต้องบอกพ่อหรือญาติด้วย สิ่งแวดล้อมทำให้เขาเป็นอย่างนี้ เพราะเขาเป็นคนหัวอ่อน ว่านอนสอนง่าย อาจจะอยู่ในสถานที่ไม่ดี

มีอะไรฝากถึงลูกชายบ้าง (สัมภาษณ์ก่อนที่จะบวชเป็นพระ)
***ป๊าก็โอเค สบายใจที่ลูกไปบวช อนุโมทนาจิต คงทำให้มีความคิดดีขึ้นในการบวชครั้งนี้ ได้เรียนรู้สิ่งที่คนไทยเขาปฏิบัติกัน ถ้าลูกทำดีแล้ว เจริญแน่นอน เราต้องมีความกตัญญู ถ้าใครที่สอนผิดอย่างนี้ ถือว่าหวังดีประสงค์ร้าย เป็นโอกาสที่ดีหลังบวช 15 วัน ยังไม่สายเกินไป ทุกคนพร้อมให้ความรัก สื่อมวลชนหลายคนก็บอกว่าเสียดาย ทุกคนมีสิทธิ์ทำผิด ป๊าเคยทำผิด ชีวิตนี้ไม่มีใครไม่ทำผิด ถ้าเรากลับตัว สังคมให้อภัย ยังไม่สายเกินไป